posttoday

"ไม่รักกันจริง"คำอ้างยอดฮิตขอมีเซ็กซ์

12 กุมภาพันธ์ 2557

เปิดโพลรับวาเลนไทน์ พบคำว่า "ไม่รักกันจริง" มักถูกฝ่ายชายอ้างขอมีเซ็กซ์ในกลุ่มวัยรุ่น เตือนสติวัยรุ่นควรรักในแบบที่ถูกต้อง ทำตัวเองให้มีคุณค่า

เปิดโพลรับวาเลนไทน์ พบคำว่า "ไม่รักกันจริง" มักถูกฝ่ายชายอ้างขอมีเซ็กซ์ในกลุ่มวัยรุ่น เตือนสติวัยรุ่นควรรักในแบบที่ถูกต้อง ทำตัวเองให้มีคุณค่า

เมื่อวันที่ 12 ก.พ. เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ ร่วมกับ มูลนิธิเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนา มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน(ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) จัดกิจกรรมรณรงค์รับวันวาเลนไทน์  ภายใต้แคมเปญ “อย่าให้ SEX เป็นข้ออ้างพิสูจน์รัก”ในงานมีการแสดงละครจำลองสถานการณ์“WARNING” สัญญาณเสี่ยงสู่เซ็กส์ จากนั้นเครือข่ายเยาวชนฯ ได้เดินรณรงค์แจกลูกโป่งและสติกเกอร์ รอบอนุสาวรีย์ฯ โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า100 คน

จากนั้นมีการเสวนาหัวข้อ “วัยรุ่น เพศสัมพันธ์กับวันวาเลนไทน์” โดยนายธีรภัทร์  คหะวงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่  เปิดเผยผลสำรวจทัศนคติเรื่อง“เพศสัมพันธ์และวันวาเลนไทน์ของวัยรุ่น”โดยสำรวจเฉพาะเพศชายระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษาเขตพื้นที่กรุงเทพฯจำนวน1,300รายระหว่างวันที่6-10ก.พ.2557พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามเกือบครึ่งหรือ 44%เห็นด้วยกับคำกล่าวที่ว่า“เป็นเรื่องปกติหากเป็นแฟนกันต้องมีเพศสัมพันธ์”และที่น่าห่วงคือกลุ่มตัวอย่าง1ใน 3 หรือ 31.76 % เห็นด้วยว่าวันวาเลนไทน์ เป็นโอกาสดีที่จะแสดงความรักด้วยการมีเพศสัมพันธ์กับแฟน

นายธีรภัทร์  กล่าวว่า จากผลสำรวจวันวาเลนไทน์ปีนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ 27.33 %มีนัดกับแฟน,24.61%จะมอบของขวัญช็อคโกแลต ดอกกุหลาบ,18.23%ไปวัดเพื่อเวียนเทียน,15.76%สารภาพรักเมื่อถามว่า“คำพูดที่ผู้ชายมักจะใช้เวลาขอผู้หญิงมีเพศสัมพันธ์”ลำดับที่1 คือ“ไม่รักกันจริง” 20.69 % “อย่ากลัว ผมรู้จักป้องกัน”20.53 %“ครั้งเดียวเองไม่มีใครรู้หรอก”17.69 %“เธอเป็นคนแรกของผม”14.61%“กลัวเธอจะเปลี่ยนไป”10.23%เป็นต้นส่วนสถานการณ์ที่เอื้อต่อการมีเพศสัมพันธ์มากที่สุดคือ ชวนไปเที่ยวสองต่อสองชวนไปเที่ยวกลางคืน และชักชวนให้ดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากนี้ 33.15%ยังมองว่าการป้องกันการตั้งครรภ์และโรคติดต่อควรเป็นหน้าที่ของฝ่ายหญิง ขณะที่ กลุ่มตัวอย่าง34.07% ระบุว่า สถาบันครอบครัวไม่มีการสอนเรื่องเพศหรือสร้างความเข้าใจเรื่องเพศศึกษา

นางสุมณฑา  ปลื้มสูงเนิน  ผู้จัดการโครงการร่วมสุขร่วมสร้างกระบวนการสร้างเสริมสุขภาวะทางเพศในชุมชน  กล่าวในฐานะคนทำงานด้านเด็กและเยาวชนว่า วันวาเลนไทน์เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่และสังคมตื่นตระหนกและตีตราเด็กมากเกินไป สังเกตทุกปีมีการนำเสนอข่าวด้านเดียว โดยเฉพาะภาพที่เด็กต้องไปมีเพศสัมพันธ์ ตำรวจจับตาโรงแรมม่านรูด ซึ่งจริงๆแล้วมีเด็กเยาวชนจำนวนมากไม่ได้คิดเรื่องแบบนี้ กลายเป็นว่าแทนที่เด็กจะใฝ่ดีอาจจะทำอะไรที่ประชดประชันทำร้ายตัวเอง ส่งผลให้เกิดปัญหาต่างๆตามมา เช่น ปัญหาท้องไม่พร้อม ที่ปัจจุบันมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นและอายุน้อยลงเรื่อยๆสังคมตอนนี้จึงกลายเป็นสังคมอ่อนแอ ระบบครอบครัวมีปัญหา เด็กขาดที่พึ่งพ่อแม่ไม่มีเวลาให้ลูก ผลักลูกไว้กับโรงเรียนทั้งที่ระบบการศึกษาก็ยังไม่พร้อมไม่รองรับทักษะ เรื่องเพศถูกเก็บไว้เป็นความลับไม่ถูกสอน เมื่อถึงเวลาหรือวัยของเด็ก จึงทำให้ไม่มีทิศทาง เด็กไม่รู้เท่าทันอารมณ์ของตัวเอง เมื่อถึงสถานการณ์แบบนั้นก็จะปฏิเสธไม่เป็น

“ควรมีการจัดระบบปฏิรูปครอบครัวไทย สร้างทักษะฐานความคิดที่ถูกต้องเหมาะสมตั้งแต่เด็ก เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันทันต่อสถานการณ์ปัญหาที่เป็นอยู่ในสังคม ผู้ปกครองต้องเป็นที่พึ่งให้ลูก พูดคุยกันมากขึ้นไม่ดุด่า ขณะที่ระบบการศึกษาในโรงเรียนต้องไม่เป็นแบบรักกะปิดรักกะเปิด เพราะสิ่งที่เด็กต้องการคือ สื่อการสอนเรื่องเพศที่เหมาะสมกับวัยของเขา เกิดการเรียนรู้อย่างมีความสุข ไม่ถูกล้อเลียน ผู้สอนต้องมีความรู้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ ควรมีพื้นที่ว่างพอสำหรับเด็กที่ก้าวพลาด อย่างไรก็ตาม วันวาเลนไทน์ปีนี้ วัยรุ่นควรใช้โอกาสแสดงความรักที่สวยงาม ทำอย่างไรให้ความรักปลอดภัยไม่ทำร้ายทำลายกัน  อย่าลืมรักตัวเองและกล้าที่จะปฏิเสธเพื่อให้ตัวเองปลอดภัย”นางสุมณฑา กล่าว

นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 20 ปี อดีตเยาวชนจากศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน(ชาย)บ้านกาญจนาภิเษก  กล่าวถึงประสบการณ์ก้าวพลาดในช่วงวัยรุ่นว่า ช่วงนั้นอายุเพียง17 ปี ตนมีแฟนและแฟนเกิดตั้งครรภ์ ด้วยความที่เป็นวัยรุ่นคิดหาทางออกไม่ได้ และจำเป็นต้องใช้เงิน จึงตัดสินใจทำผิดกฎหมายด้วยการค้ายาเสพติด เพื่อหาเงินมาเลี้ยงลูกวัยเพียง1ขวบ จากนั้นไม่นานก็ถูกจับดำเนินคดี ทำให้หมดอนาคต ต้องรับโทษนานกว่า 3 ปี

“รู้สึกผิดมาถึงทุกวันนี้ ชีวิตช่วงนั้นทรมาน เจอมรสุมต่างๆ จนไม่สามารถสู้กับมันได้ อนาคตที่วาดฝันไว้ก็หายไป ทำให้พ่อกับแม่เสียใจ ช่วงที่อยู่ในบ้านกาญจนาฯคิดถึงลูกและครอบครัว เมื่อคิดทบทวนสิ่งต่างๆ จนทำให้รู้ว่าการจะเป็นพ่อคนได้เราต้องคิดให้รอบคอบมีสติ ไม่ใช่แค่คึกคะนองอยากรู้อยากลอง การมีความสุขกับคนที่เรารักต้องมีในแบบที่ถูกต้อง คิดถึงหัวอกพ่อแม่ อย่าลดคุณค่าตัวเอง เพราะถ้าตัดสินใจผิดไปแล้วมันเรียกอะไรกลับคืนมาไม่ได้ จึงอยากฝากเตือนสติวัยรุ่นทุกคนในเรื่องนี้ด้วย เพื่อจะได้ไม่ก้าวพลาดเหมือนผม ส่วนที่ผมมีวันนี้ได้ก็เพราะแม่ แม่เป็นคนให้กำลังใจมาตลอด หลังจากนี้ตั้งใจบวชเพื่อตอบแทนพระคุณท่าน”นายเอ กล่าว

ข่าวล่าสุด

จีนร่างกฎคุมเข้ม “มนุษย์ดิจิทัล” เพื่อคุ้มครองเด็กและความมั่นคง