
กกต.เดืนหน้าจัดเลือกตั้งใหม่ชงรัฐบาลออก พรฏ.28เขตใต้
หลังจากยืดเยื้อมาเป็นเวลาพอสมควร สำหรับปัญหาการจัดการเลือกตั้ง ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ก.พ. คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีมาตรการเบื้องต้นเพื่อแก้ปัญหาด้วยกัน 4 ประการ
หลังจากยืดเยื้อมาเป็นเวลาพอสมควร สำหรับปัญหาการจัดการเลือกตั้ง ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ก.พ. คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีมาตรการเบื้องต้นเพื่อแก้ปัญหาด้วยกัน 4 ประการ
1.ให้จัดการเลือกตั้งใหม่ใน 7 จังหวัดที่ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ในวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา ประกอบด้วย จ.ระยอง ยะลา ปัตตานี นราธิวาส เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และสตูล รวมทั้งสิ้น 671 หน่วย ซึ่ง กกต.ประเมินว่าสถานการณ์การคัดค้านการเลือกตั้งเบาบางลงแล้ว อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนจากนี้ กกต.กลาง จะเชิญ กกต.ประจำจังหวัดและผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด เข้ามาหารือในวันที่ 11 ก.พ.นี้ เพื่อหารือให้แน่ชัดว่ามีความพร้อมจัดการเลือกตั้งหรือไม่ ซึ่งอาจได้คำตอบที่เพิ่มมากกว่า 7 จังหวัดเบื้องต้นก็ได้
2.กกต.กลางจะเชิญ กกต.จังหวัดและผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมาหารือในวันที่ 13 ก.พ.ว่ามีความพร้อมในการจัดเลือกตั้งทดแทนการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 26 ม.ค.ที่ไม่สามารถจัดให้มีการลงคะแนนได้จำนวน 83 เขต หรือไม่ โดยหากมีความพร้อม กกต.จะจัดการเลือกตั้งใหม่โดยเร็ว
3.กกต.จะทำจดหมายไปยังรัฐบาลเพื่อให้ออกพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) กำหนดวันเลือกตั้งขึ้นใหม่เพื่อแก้ไขปัญหาในกรณีที่ไม่มีผู้สมัครเลือกตั้งจำนวน 28 เขต เนื่องจาก กกต.ไม่สามารถออกประกาศได้เอง จึงอยากให้รัฐบาลมีคำตอบโดยเร็วที่สุด เพราะ กกต.ยึดกรอบ 180 วัน หลังการยุบสภาผู้แทนราษฎรที่จะต้องมี สส.ครบเป็นหลัก และหากยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนจะมีผลให้ กกต.ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งใน 28 เขตได้
4.กรณีผู้ที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งแล้วในวันที่ 26 ม.ค. และวันที่ 2 ก.พ. แต่ปรากฏว่าในวันเลือกตั้ง หน่วยเลือกตั้งประกาศปิดงดลงคะแนนในช่วงบ่าย กกต.เห็นว่า บัตรลงคะแนนของประชาชนจะถูกนำมานับรวมกับการเลือกตั้งใหม่ ดังนั้นประชาชนที่มาใช้สิทธิเลือกตั้งแล้ว ไม่ต้องเดินทางมาเลือกตั้งอีกครั้ง เพราะสิทธิของบัตรลงคะแนนยังอยู่
สมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง เปิดเผยว่า กกต.มีการถกเถียงกันมากว่าการลงคะแนนล่วงหน้าหลังวันที่ 2 ก.พ. อาจไม่ถือเป็นการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า แต่ กกต.เห็นว่าประเด็นสิทธิของประชาชนจำนวน 2 ล้านคนที่ลงทะเบียนสำคัญกว่า เพราะเป็นสิทธิที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ โดย กกต.ไม่ต้องการให้ 2 ล้านเสียงหายไป ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ หากมีการร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะในประเด็นนี้
นอกจากนี้ กกต.ยังกำหนดให้มีการเลือกตั้ง สว.ทั่วประเทศในวัน 30 มี.ค. โดยจะเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 48 มี.ค. และลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 23 มี.ค.
ความเคลื่อนไหวของพรรคการเมือง ปรากฏว่าแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลทั้งพรรคเพื่อไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนา พรรคพลังชล ได้หารือถึงสถานการณ์ทางการเมืองร่วมกัน โดย จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ กกต.เร่งผลักดันการจัดการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ยังไม่แล้วเสร็จให้ลุล่วงโดยเร็ว
“รัฐบาลหลังจากการเลือกตั้งจะเป็นรัฐบาลเพื่อการปฏิรูปภายในระยะเวลาประมาณ 1 ปี และรีบคืนอำนาจกลับไปให้ประชาชน เพื่อให้ระบบการเมืองและภาวะของประเทศกลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด”
สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรีและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ทุกอย่างต้องเดินไปตามรัฐธรรมนูญโดยเคร่งครัด รัฐบาลต้องทำหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่หลังจากมีกระแสข่าวทำให้คนไขว้เขวด้วยการให้มีรัฐบาลกลาง อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวไม่มีความรังเกียจที่จะร่วมรัฐบาลกับพรรคร่วมรัฐบาลชุดเดิม เพราะถือว่าร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา หลายหัวย่อมดีกว่าหัวเดียว
ด้านที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดิน มีมติไม่รับคำร้องของ วิรัตน์ กัลยาศิริ อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ที่ขอให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยการจัดการเลือกตั้งของ กกต.ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจาก กกต.มีสถานะเป็นองค์กรอิสระ ซึ่งไม่ได้อยู่ในอำนาจที่ผู้ตรวจการแผ่นดินจะวินิจฉัยได้ เพราะผู้ตรวจการแผ่นดินจะพิจารณาได้เฉพาะคำร้องเกี่ยวกับการกระทำของบุคคลตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 244
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่ได้ติดใจกับการยกคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางพรรคได้ยื่นคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญแล้ว และขณะเดียวกันหากรัฐบาลไม่ดำเนินการออกพระราชกฤษฎีกาเพื่อให้ กกต.จัดการเลือกตั้ง สส. 28 เขต ทางพรรคจะดำเนินการฟ้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้เอาผิดกับรัฐบาลตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ต่อไป
ส่วน ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และ รมว.กลาโหม ได้ตอบโต้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกฯ และ รมว.คลัง ที่ต้องการให้มีรัฐบาลจากคนกลาง ว่า เป็นไปได้ยาก เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้เปิดทางเอาไว้ จึงอยากเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยึดหลักประชาธิปไตยและคำนึงถึงเสียงของประชาชนประมาณ 20 ล้านคนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง
“ถ้าจะให้เข้ามาทำงานโดยมีอำนาจมากกว่านี้ นั่นก็คือ การฉีกรัฐธรรมนูญนั่นเอง วันนี้เราทุกคนต้องช่วยกันรักษาประชาธิปไตย ถือเป็นสิ่งสำคัญหลัก” ยิ่งลักษณ์ กล่าว
พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก แถลงผลการประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงของกองทัพบก (นขต.ทบ.) ประจำเดือน ก.พ. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เป็นประธานว่า หากมีการเลือกตั้งครั้งต่อไปกองทัพจะยึดแนวทางเดิม คือ ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับหน่วยเลือกตั้ง เช่นเดียวกับจะต้องเคารพคำตัดสินของศาล ถ้าวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะในอนาคต







