
เพื่อไทยขู่ฟ้องยูเอ็นหากเลือกตั้งโมฆะ
เพื่อไทยลั่นฟ้องยูเอ็นแน่หากเลือกตั้ง2ก.พ.เป็นโมฆะ "โภคิน"ยกรธน.สู้โต้การลงคะแนนไม่จำเป็นต้องมีวันเดียว
เพื่อไทยลั่นฟ้องยูเอ็นแน่หากเลือกตั้ง2ก.พ.เป็นโมฆะ "โภคิน"ยกรธน.สู้โต้การลงคะแนนไม่จำเป็นต้องมีวันเดียว
เมื่อวันที่ 6ก.พ. เวลา 10.30 น.แกนนำพรรคเพื่อไทย นำโดย นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรค นายโภคิน พลกุล คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค นายคณิน บุญสุวรรณ และนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อเเละทีมกฎหมายพรรค ร่วมแถลงการณ์ท่าทีพรรคเพื่อไทยยืนยันว่าการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมาไม่เป็นโมฆะและจะเดินหน้าตามกระบวนการตามกฎหมายต่อไป
นายโภคิน อ่านแถลงการณ์พรรคว่า 1.การเลือกตั้งที่ผ่านมาเกิดจากพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎรอันเป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์เพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยรัฐธรรมนูญ ม.108 บัญญัติให้ “วันเลือกตั้งนั้นต้องกำหนดเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร” 2.การกำหนดให้วันเลือกตั้งต้องกำหนดวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร มีการบัญญัติเป็นครั้งแรกโดยรัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2492 ม.97 และเป็นเช่นนี้ต่อเนื่องมาโดยตลอด แต่รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดบังคับว่า“บุคคลมีหน้าที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง” ดังที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2540 ม.68 และรัฐธรรมนูญฯ พ.ศ.2550 ม.72
3.รัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2540 และ พ.ศ.2550 บัญญัติให้เป็น “หน้าที่” ที่บุคคลต้องไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ก็ได้กำหนดให้มีกฎหมายลงโทษไว้ด้วย นั่นคือ การเสียสิทธิต่างๆ ในหลายกรณี เช่น การสมัครรับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกหรือฝ่ายบริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การเป็น สส. หรือ สว. การเป็นกรรมการในองค์กรอิสระ การเข้าชื่อถอดถอน และการเสนอร่างกฎหมาย 4.การใช้สิทธิเลือกตั้งก่อนรัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2540 เป็นเพียงสิทธิไม่ใช่หน้าที่ จึงไม่มีกฎหมายลงโทษและการเลือกตั้งทั่วไปก็กำหนดเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร ไม่มีการกำหนดวันเลือกตั้งในต่างประเทศและการเลือกตั้งล่วงหน้า และหากในวันเลือกตั้งทั่วไป หน่วยเลือกตั้งใดมีปัญหา เช่น การจลาจล อุทกภัย อัคคีภัย เหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็น ก็สามารถเลื่อนวันลงคะแนนได้ ซึ่งเมื่อมีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นและได้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ก็ไม่เคยถือว่าไม่ใช่การเลือกตั้งวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร
5.เมื่อกำหนดให้การใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นหน้าที่ กฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งตั้งแต่ พ.ศ. 2541 จึงได้กำหนดให้มีการเลือกตั้งในต่างประเทศและการเลือกตั้งล่วงหน้า ดังนั้น ตั้งแต่รัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2540 เป็นต้นมา การเลือกตั้งทั่วไปจะมี 3 ช่วง คือ 1.การเลือกตั้งในต่างประเทศซึ่งมีช่วงวันเลือกตั้งประมาณ 7 - 8 วัน แล้วแต่ความเหมาะสมของแต่ละประเทศ 2.วันเลือกตั้งล่วงหน้า ซึ่งกำหนด 1 วัน คือ 1 สัปดาห์ก่อนวันเลือกตั้งที่พระราชกฤษฎีกากำหนด 3.วันเลือกตั้งที่พระราชกฤษฎีกากำหนดที่เรียกว่าวันเลือกตั้งทั่วไป
6.ดังนั้นการเลือกตั้งทั่วไปที่พระราชกฤษฎีกากำหนดมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญฯ พ.ศ.2540 จึงไม่เคยมีการเลือกตั้งวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร เพราะมีวันสำหรับการเลือกตั้งในต่างประเทศ และวันเลือกตั้งล่วงหน้ามาโดยตลอด
7.การที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่อาจจัดให้มีการรับสมัครใน 28 เขต และการลงคะแนนในอีกหลายหน่วยเลือกตั้งนั้น มีสาเหตุหลัก 2 สาเหตุ คือ 1.กกต.ไม่พยายามแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นให้ลุล่วง ทั้งที่มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายอย่างเต็มที่ 2.มีกลุ่มอนาธิปไตยและพรรคการเมืองบางพรรคไม่ร่วมมือ และขัดขวางแม้ด้วยวิธีการที่ผิดกฎหมาย หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เองถึงกับประกาศไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ทั้งที่รัฐธรรมนูญฯ พ.ศ.2540 ที่พรรคประชาธิปัตย์เห็นชอบ และ พ.ศ.2550 กำหนดให้เป็นหน้าที่ ด้วยเหตุนี้ เหตุที่ทำให้การเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.2557 ไม่อาจดำเนินการไปได้ จึงเกิดจากความจงใจสร้างเหตุการณ์ทั้งหมดโดยกลุ่มบุคคลและพรรคการเมืองที่กล่าวมา เช่นนี้ยังกล้าร้องศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะอีกหรือ ทั้งยังอาศัยรัฐธรรมนูญฯ ม.68 เช่นเดิมอีก
8.ข้อที่น่าสังเกตคือ มีบุคคลหลายคนไปร้องศาลรัฐธรรมนูญ ตาม ม.68 อย่างต่อเนื่องว่า การกระทำของกลุ่ม กปปส.และแนวร่วม เข้าข่ายความผิดฐานกบฏ ต้องการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยฯ พร้อมแสดงหลักฐานและข้อเท็จจริงมากมาย ตั้งแต่เดือน พ.ย.2556 แต่ศาลรัฐธรรมนูญก็ยกคำร้องโดยไม่ไต่สวนไปหลายคำร้อง และบางคำร้องที่ยังคงอยู่ ก็ไม่เคยนัดไต่สวน
“จนกระทั่งบัดนี้ จึงได้แต่หวังว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะยึดหลักประชาธิปไตยและหลักรัฐธรรมนูญที่เป็นสากลโดยเคร่งครัด” นายโภคินกล่าว
นายจารุพงศ์ กล่าวว่า ขอประณามการกระทำของพรรค ปชป.และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ที่กระทำการขัดขวางการเลือกตั้ง และยังไปร้องให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะอีก ขณะเดียวกันขอให้เรียกร้องให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติออกมาปกป้องสิทธิของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน 48 ล้านคนด้วย
นายคณิน บุญสุวรรณ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แถลงว่า หากศาลมีคำสั่งให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.เป็นโมฆะ ประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้งจะยื่นร้องต่อองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เพื่อฟ้องร้องต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย







