
แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ
ความผิดพลาดครั้งใหญ่ของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ก็คือ การวางแผนผิดพลาดในนโยบายจำนำข้าว 3 ประการ คือ การรับซื้อข้าวจากชาวนาในราคาตันละ 1.5 หมื่นบาท สูงกว่าราคาตลาด 30-40% การกำหนดรับซื้อข้าวทุกเมล็ดจากชาวนา และการคาดการณ์ตลาดข้าวผิดพลาด โดยคิดว่าหากซื้อข้าวมาเก็บไว้ไม่ขายออก เมื่อมีสต๊อกมากจะเป็นผู้ขายรายใหญ่ จะกำหนดราคาขายข้าวในตลาดโลกได้
ความผิดพลาดครั้งใหญ่ของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ก็คือ การวางแผนผิดพลาดในนโยบายจำนำข้าว 3 ประการ คือ การรับซื้อข้าวจากชาวนาในราคาตันละ 1.5 หมื่นบาท สูงกว่าราคาตลาด 30-40% การกำหนดรับซื้อข้าวทุกเมล็ดจากชาวนา และการคาดการณ์ตลาดข้าวผิดพลาด โดยคิดว่าหากซื้อข้าวมาเก็บไว้ไม่ขายออก เมื่อมีสต๊อกมากจะเป็นผู้ขายรายใหญ่ จะกำหนดราคาขายข้าวในตลาดโลกได้
ก่อนหน้านี้ได้มีการทักท้วงจากผู้รู้มากมายว่า การดำเนินนโยบายเช่นนี้จะสร้างความเสียหายแก่งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก แต่รัฐบาลก็ไม่สนใจเดินหน้าดำเนินนโยบายต่อไปเต็มสูบ
เวลาผ่านไป 2 ปี นโยบายนี้ได้ออกผลมาให้เห็นแล้วว่า เป็นนโยบายที่สร้างความเสียหายกับประเทศชาติ การดำเนินนโยบายผิดพลาดได้สร้างผลขาดทุนหลายแสนล้านบาท เกิดการคอร์รัปชั่นสูงมาก และที่เสียหายมากที่สุดคือ การทำลายตลาดส่งออกข้าวไทยจนเสียแชมป์ส่งออกข้าวโลก
การสั่งสอบวินัยข้าราชการกระทรวงการคลังที่ปล่อยเอกสารการกู้เงินจำนำข้าวรั่วไหลไปยังบุคคลภายนอก ที่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง สั่งให้ผู้บริหารระดับสูงของคลังลากตัวคนปล่อยหนังสือของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เสนอความเห็นถึงนายกิตติรัตน์ ว่า การกู้เงินจำนำข้าว 1.3 แสนล้านบาท ภายใต้รัฐบาลรักษาการ อาจผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 181 (3) และได้ขอให้มีการทบทวน ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์ไม่กล้าปล่อยเงินกู้
นายกิตติรัตน์ เห็นว่าเรื่องนี้สร้างความเสียหายร้ายแรง ทำให้ชาวนาเดือดร้อน จำเป็นต้องหาคนรับผิดชอบ แต่ในขณะเดียวกันทางรัฐบาลเองไม่เคยเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสออกมาต่อสาธารณชน
ข้อเท็จจริงที่ธนาคารพาณิชย์ไม่ให้กู้นั้น ไม่ได้มาจากหนังสือดังกล่าว แต่มาจากพฤติกรรมของรัฐบาลที่บริหารงานผิดพลาด เพราะไม่เตรียมการหาเงินไว้รองรับการจำนำข้าวไว้ก่อน อีกทั้งไม่ยอมขายข้าวออก ทำให้ไม่มีเงินเพียงพอที่จะนำมาใช้หมุนเวียนในโครงการนี้ และเมื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ประกาศยุบสภา กลายเป็นรัฐบาลรักษาการจึงติดล็อก ไม่สามารถดำเนินนโยบายได้สะดวก
สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ นับว่ารัฐบาลได้ทำตัวเอง ซึ่งสร้างความเสียหายร้ายแรงมากกว่าจะมาตรวจสอบว่าหนังสือราชการรั่วไหลออกไปภายนอกได้อย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องปลายเหตุ
การที่ธนาคารไม่ให้รัฐบาลกู้เงินนั้น เป็นเรื่องที่รัฐบาลควรจะต้องกลับไปทบทวนตัวเองว่าทำไมจึงเกิดเหตุเช่นนี้ นโยบายผิดพลาดอย่างไร นำข้อผิดพลาดไปปรับปรุง หรือตัดสินใจว่าจะเลิกนโยบายนี้หรือไม่







