
ลากตั้งทำงบฯปี’58เดี้ยงยาว
ไม่มีรัฐบาลบริหารประเทศนานกว่า6เดือนทำเงินฝืดทุบเศรษฐกิจฟุบยาวถึงปีหน้า
ไม่มีรัฐบาลบริหารประเทศนานกว่า6เดือนทำเงินฝืดทุบเศรษฐกิจฟุบยาวถึงปีหน้า
เศรษฐกิจไทยเจอปัญหาการเมืองลาก สลบถึงปี 2558
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ปัญหาการเลือกตั้งไม่สามารถตั้งรัฐบาลใหม่ได้ และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุว่าต้องใช้เวลาเลือกตั้งไปถึงกลางปีถึงจะเลือกตั้งได้หมด ถือเป็นปัจจัยที่จะกระทบกับเศรษฐกิจไทยอย่างรุนแรงยาวไปจนถึงปีหน้า
ผู้อำนวยการ สศค. กล่าวว่า หากไม่มีรัฐบาลก็จะไม่สามารถจัดทำงบประมาณปี 2558 ได้ หากดำเนินการล่าช้าและใช้ไม่ทันในวันที่ 1 ต.ค. 2557 จะส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจปลายปีนี้ รวมถึงเศรษฐกิจปีหน้า เพราะไม่มีเงินลงทุนใหม่เข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจ
“ปัจจุบันการเบิกจ่ายงบลงทุนของงบประมาณปี 2557 ก็ล่าช้ามาก รวมถึงเม็ดเงินจาก พ.ร.ก.น้ำ 3.5 แสนล้านบาท และ พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ก็เบิกจ่ายเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจไม่ได้ คาดว่าเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวได้ต่ำกว่า 3% หากไม่มีรัฐบาลทำงานได้ในเดือน มี.ค. หรือ เม.ย.นี้” นายสมชัย กล่าว
นอกจากนี้ การที่ไม่มีรัฐบาลใหม่ยังทำให้คลังไม่สามารถออกมาตรการภาษีและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งเป็นข้อจำกัดสำคัญของการบริหารเศรษฐกิจในช่วงที่มีปัญหาชะลอตัวรุนแรง
ขณะที่การส่งออกของไทยก็ยังต้องลุ้นว่าจะสามารถฉวยโอกาสจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกได้มากน้อยขนาดไหน หากทำได้ดีก็จะช่วยเศรษฐกิจได้มาก แต่ถ้าทำได้ไม่ดีเหมือนปีที่ผ่านมาจะทำให้เศรษฐกิจแย่เพิ่มขึ้น รวมถึงการท่องเที่ยวของไทยก็ยังได้รับผลกระทบการเมือง ทำให้ช่วยเศรษฐกิจไทยปีนี้ไม่ได้อย่างที่คาดหวังไว้
“เศรษฐกิจไทยตอนนี้สุ่มเสี่ยงมาก ดูไม่ดีเลย เพราะกว่าจะได้รัฐบาลใหม่ต้องรอถึงกลางปีหรือปลายปีนี้ จะทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ไม่ถึง 3% ต่อปีอย่างแน่นอน ส่วนจะเหลือ 12% ต่อปี หรือต่ำกว่านั้นหรือไม่ต้องประเมินวันต่อวัน ซึ่งจะกระทบกับการขยายตัวของเศรษฐกิจปีหน้าให้ได้น้อยอีกด้วย” นายสมชัย กล่าว
นอกจากปัญหาการเมืองแล้ว เศรษฐกิจไทยยังได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ยังฟื้นตัวไม่ชัดเจน และความผันผวนการไหลออกของเงินทุนจากที่ประเทศสหรัฐลดมาตรการคิวอี ซึ่งเชื่อว่าหากเศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบรุนแรง ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็อาจจะเห็นใจให้กระทรวงการคลังหรือรัฐบาลออกมาตรการใหม่ออกมาดูแลเศรษฐกิจได้บาง
ผู้อำนวยการ สศค. กล่าวอีกว่า ในส่วนของเครดิตของประเทศไทยขณะนี้ก็น่าเป็นห่วง ขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะประกาศใช้ พ.ร.บ.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินนานแค่ไหน หากยกเลิกได้เร็วและไม่มีความรุนแรง เครดิตของประเทศไทยก็ยังสามารถยืนอยู่ระดับเดิมได้ แต่หากมีความรุนแรงและตั้งรัฐบาลได้ช้า เครดิตประเทศไทยก็เสี่ยงที่จะถูกลดเพราะสถาบันจัดอันดับชั้นนำของโลกติดตามสถานการณ์ของประเทศไทยตอนนี้อย่างใกล้ชิด
แหล่งข่าวกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้ที่ขยายตัวต่ำกว่าเป้ามา ถือเป็นปีที่สองต่อเนื่องจากปี 2556 ที่ขยายตัวได้ 2.8% ต่อปี จะส่งผลให้สัดส่วนหนี้สาธารณะของไทยที่ปัจจุบันอยู่ที่ 45.34% ของจีดีพี เพิ่มสูงขึ้น เพราะที่ผ่านมาการบริหารหนี้สาธารณะอยู่ภายใต้สมมุติฐานที่เศรษฐกิจขยายตัว ได้ไม่น้อยกว่า 4% ต่อปี ทำให้ปีนี้สัดส่วนหนี้สาธารณะของไทยจะเกิน 50% ของจีดีพี ได้
ทั้งนี้สัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทยออกมาระบุว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวไม่ถึง 3% ต่อปี จากปัญหาการเมืองยืดเยื้อ ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต คาดการเศรษฐกิจปีนี้ขยายตัวได้แค่ 2% ต่อปี จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 3.2% ต่อปี เนื่องจากโครงการประชานิยมอ่อนแรง และคาดว่าปี 2558 เศรษฐกิจจะขยายตัวได้ 3.8% ต่อปี จากเดิมที่ไว้ 4% ต่อปี







