
เสนอพ่วงพรบ.จังหวัดปกครองตนเองกับปฏิรูปประเทศ
คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย เสนอพ่วงพ.ร.บ.จังหวัดปกครองตนเองกับกระบวนการปฏิรูปประเทศ
คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย เสนอพ่วงพ.ร.บ.จังหวัดปกครองตนเองกับกระบวนการปฏิรูปประเทศ
วันที่ 31 ม.ค. นายไพโรจน์ พลเพ็ชร คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย เปิดเผยว่า เป็นจังหวะดีในการผลักดันร่าง พ.ร.บ.จังหวัดปกครองตนเอง ให้สังคมได้รับทราบ ในช่วงที่กระแสการปฏิรูปประเทศไทยกำลังเดินหน้าขณะนี้ โดยเชื่อว่าหากผลักดัน พ.ร.บ. ฉบับนี้สำเร็จ จะช่วยลดความขัดแย้งการเมืองภาพใหญ่ เนื่องจากจะสามารถลดการผูกขาดอำนาจของนักการเมืองระดับชาติลง ทำให้ประชาชนในแต่ละจังหวัดมีอำนาจมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากใช้กระบวนการปกติเสนอพ.ร.บ. อาจต้องใช้เวลานาน เพราะต้องรวบรวมรายชื่อประชาชน 1 หมื่นชื่อ เสนอกฎหมาย ผ่านสภา แต่หากรัฐบาลชุดหน้าเห็นด้วยกับหลักการปฏิรูปประเทศ ด้วยการออก พ.ร.บ.จังหวัดปกครองตนเอง รวมถึงเร่งกระบวนการเสนอกฎหมาย ก็จะทำให้กระบวนการง่ายขึ้น
สำหรับเนื้อหาสาระสำคัญของ พ.ร.บ.จังหวัดปกครองตนเอง ได้แก่ มีการเลือกตั้งสภาจังหวัดปกครองตนเอง เลือกตั้งผู้ว่าการจังหวัดปกครองตนเอง และเลือกตั้งสภาพลเมืองปกครองตนเอง โดยจะยกเลิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด รวมถึงราชการส่วนภูมิภาค โดยสามารถดูแลจัดทำบริการสาธารณะในจังหวัดปกครองตนเองได้ทั้งหมด ยกเว้น การป้องกันประเทศ การคลังของรัฐและระบบเงินตรา การศาล และ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ยังให้มีคณกรรมการบริหารภาษีระหว่างรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนปัญหาว่าจะมีการผูกขาดอำนาจโดยกลุ่มการเมืองนั้น จะมีการเลือกตั้งสภาพลเมืองเพื่อตรวจสอบและถ่วงดุล
นายไพโรจน์ กล่าวอีกว่า ข้อเสนอจังหวัดปกครองตนเองนั้น มีทั้งส่วนเหมือน และส่วนคล้ายกับข้อเสนอของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. โดยเปลี่ยนจากการแต่งตังผู้ว่าโดยกระทรวงมหาดไทย เป็นการเลือกตั้งเช่นเดียวกัน แต่ข้อเสนอของร่างพ.ร.บ.นี้ จะทำแบบค่อยเป็นค่อยไป เฉพาะจังหวัดที่มีความพร้อมเท่านั้น ต่างจากของกปปส. ที่ยกเลิกทั้งหมดโดยทันที อย่างไรก็ตาม หากกปปส. หรือกลุ่มอื่น จะนำข้อเสนอ พ.ร.บ.ไปพัฒนา หรือผลักดันต่อก็ไม่ขัดข้อง
“ขณะนี้ มี 2 จังหวัดที่เข้าชื่อเสนอกฎหมายเรียบร้อย และส่งให้สภาแล้ว ได้แก่ เชียงใหม่มหานคร และ ปัตตานีมหานคร โดยอยู่ในระหว่างรอให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ พิจารณาต่อไป” นายไพโรจน์ กล่าว
นพ.พลเดช ปิ่นประทีป เลขาธิการสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา กล่าวว่า จะนำข้อเสนอของคณะกรรมการปฏิรูป 7 ข้อ ได้แก่ 1.ยุบเลิกราชการส่วนภูมิภาค 2.ปรับรูปแบบองค์การบริหารส่วนจังหวัด-เทศบาล 3.ปรับความสัมพันธ์ระหว่างนโยบายภาครัฐและภาคประชาสังคมให้ใกล้ชิดมากขึ้น 4.แก้ขั้นตอน พ.ร.บ.กระจายอำนาจ 5.ให้มีงบประมาณลดความเหลื่อมล้ำ 6.ผลักดัน พ.ร.บ.จังหวัดปกครองตนเอง และ 7.ผลักดันให้เกิดสภาประชาชนปฏิรูปจังหวัด







