อาหลง
ตรุษจีนก็ต้องพูดเรื่องจีนๆ แต่ดูจากชื่อเรื่องอาจคิดว่าผมกำลังพูดถึงคนจีนในประเทศไทยหรือบนผืนแผ่นดินใหญ่ น้อยคนจะนึกถึงไต้หวัน
ตรุษจีนก็ต้องพูดเรื่องจีนๆ แต่ดูจากชื่อเรื่องอาจคิดว่าผมกำลังพูดถึงคนจีนในประเทศไทยหรือบนผืนแผ่นดินใหญ่ น้อยคนจะนึกถึงไต้หวัน
ผมเพิ่งกลับจากไปเที่ยวไต้หวันมา 34 วัน ไปกับคณะทัวร์ที่มีแต่เพื่อนๆ กับคนรู้จักมักคุ้น
ก่อนไปมีคนที่เคยไปมาแล้วเตือนว่า จะไปเที่ยวไต้หวันต้องทำใจ เพราะเป็นประเทศเล็ก มีสถานที่ท่องเที่ยวไม่มาก และไม่ตระการตาเหมือนในอีกหลายๆ ประเทศ
แต่เอาเข้าจริงกลับคุ้มค่ากว่าที่คิด เหตุผลสำคัญน่าจะเป็นเพราะเราได้ไกด์ท้องถิ่นที่เก่งมาก หลายคนอาจจะรู้จัก เพราะเคยออกรายการทีวีในเมืองไทย ชื่อจริงผมจำไม่ได้ แต่เขาเรียกตัวเองว่า อาหลง
อาหลงเติบโตและเรียนหนังสืออยู่ในกรุงเทพฯ จนเป็นหนุ่มจึงอพยพกลับไปไต้หวัน พูดภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำกว่าคนไทยส่วนใหญ่ นอกจากจะเข้าใจทั้งวัฒนธรรมไต้หวันและวัฒนธรรมไทยดีแล้ว ยังรอบรู้ประวัติศาสตร์จีนและประวัติศาสตร์ไต้หวันอย่างดีเยี่ยม
สถานที่ที่อาหลงพาไปดู และเรื่องราวที่่อาหลงเล่าให้ฟัง บางเรื่องเกี่ยวกับไต้หวันโดยเฉพาะ บางเรื่องเกี่ยวกับจีนแผ่นดินใหญ่ด้วย แต่ที่น่าแปลกใจคือ มีเรื่องเกี่ยวกับไทยอยู่ไม่น้อย ผมคงไม่สามารถเอามาเล่าให้ฟังได้หมด แต่ขอคัดมาเฉพาะที่สำคัญและน่าสนใจเป็นพิเศษ ดังนี้
หนึ่ง ตึกไทเป 101 เป็นตึกที่ได้ชื่อว่าสูงที่สุดในโลกอยู่หลายปี ตั้งแต่สร้างเสร็จในปี 2004 จนถูกเบิร์จคาลิฟาในดูไบแซงหน้าในปี 2010
สำหรับผม การขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้าของไทเป 101 ครั้งนี้น่าประทับใจกว่าการขึ้นไปจุดชมวิวบนชั้น 124 ของเบิร์จคาลิฟาเมื่อ 2 ปีก่อน ส่วนหนึ่งเพราะลิฟต์ซึ่งเขาบอกว่าเร็วที่สุดในโลก แต่นุ่มนวลแทบจะไม่รู้สึก ตั้งแต่ชั้น 5 ถึงชั้น 89 ใช้เวลาไม่ถึง 40 วินาที อีกส่วนหนึ่งจากระบบลดการแกว่งและการสั่นสะเทือนด้วยลูกตุ้มหนักกว่า 600 ตัน ซึ่งเราได้เห็นในระยะแค่เอื้อมเมื่ออยู่บนชั้น 88 และ 89 และมีคลิปฉายให้ดูเหตุการณ์จริงตอนตึกถูกพายุกระหน่ำ
เหตุผลที่มีเลข 101 ห้อยท้ายชื่อ นอกจากจะเท่ากับจำนวนชั้น ยังถือเป็นเลขสวย เป็นเลขเกินร้อย และดูคล้ายสัญญาณดิจิตอล แต่ที่ฟังแล้วโดนใจทั้งๆ ที่คงไม่จริง คือ เพื่อเป็นเกียรติกับคนงานก่อสร้างซึ่งส่วนใหญ่มาจากร้อยเอ็ด
อาหลง บอกว่า การก่อสร้างใช้แรงงาน 2,000 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานไทยถึง 1,600 คน ส่วนใหญ่เป็นคนอีสาน
สอง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกู้กง โดยปกติผมไม่ใคร่ชอบไปพิพิธภัณฑ์ เว้นเสียแต่จะมีสิ่งที่อยากเห็นเป็นพิเศษ แต่ครั้งนี้ต้องยอมรับว่าของไต้หวันยิ่งใหญ่และน่าประทับใจมาก เสียดายที่รัฐบาลไต้หวันไม่ได้ส่งเสริมการท่องเที่ยวมากนัก มิฉะนั้นอาจจะมีชื่อเสียงกระฉ่อนโลก
อาหลง บอกว่า ไต้หวันไม่ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยว เพราะเขาถนัดและร่ำรวยจากอุตสาหกรรม คนไต้หวันไม่ชอบงานบริการ และแรงงานในประเทศก็ขาดแคลนอย่างหนักอยู่แล้ว
นอกจากนี้ พอเริ่มเปิดรับนักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่ คนจีนก็แห่แหนกันมาจนแทบรับไม่ไหว เกือบจะไม่มีที่ว่างเหลือสำหรับชาติอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวจากยุโรปแทบจะไม่มีให้เห็น
พอเราไปถึงพิพิธภัณฑ์ก็ต้องเผชิญกับคนจีนแผ่นดินใหญ่ที่เข้าแถวรออยู่แล้วอย่างยาวเหยียด เขามาดูสมบัติล้ำค่าที่เจียงไคเช็คขนมาจากแผ่นดินใหญ่ กล่าวกันว่า เมื่อเจียงไคเช็คขนย้ายสมบัติออกจากวังต้องห้ามเพื่อหนีกองทัพญี่ปุ่น สมบัติทั้งหมดมีถึง 8 ล้านชิ้น แต่ที่บรรจงคัดเลือกมาไต้หวันมีเพียง 6 แสนชิ้น แต่ละขณะจะนำออกแสดงเพียง 3,000 ชิ้น และหมุนเวียนทุกๆ 3 เดือน
ลองนึกภาพว่าจะต้องใช้เวลากี่สิบปีจึงจะจัดแสดงจนหมด ไม่น่าแปลกที่มีอีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่เคยปรากฏแก่สายตาผู้คน
สาม วัฒนธรรมไทยและภาพยนตร์ไทยเป็นที่คุ้นเคยของคนไต้หวันมาหลายปีแล้ว ในระยะหลังมีกลุ่มวัยรุ่นที่คลั่งไคล้แฟชั่นและดาราไทยด้วย
ไม่ทราบอาหลงพูดเพื่อเอาใจพวกเราหรือไม่ เมื่อเล่าว่าหลายปีก่อนวัยรุ่นไต้หวันคลั่งไคล้ดารานักร้องญี่ปุ่น ต่อมาเมื่อหมดยุคของญี่ปุ่น ก็เป็นยุคของเกาหลี ปัจจุบันเริ่มหมดยุคเกาหลี กลายเป็นยุคของไทย
หนังไทยได้รับความนิยมแพร่หลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวหนังผี เรื่องที่ดังที่สุดคือ เด็กหอ รองลงมาคือ ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ แต่ละเรื่องทำรายได้กว่าร้อยล้านบาท ซึ่งถ้าจริงก็อาจมากกว่ารายได้ในเมืองไทยเสียอีก
แต่พี่มากพระโขนงกลับไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เป็นเพราะบทตลกแปลเป็นภาษาจีนได้ยาก เช่น ฉากใบ้คำว่าผีเสื้อ คนดูทั้งโรงเงียบกริบ มีอาหลงหัวเราะท้องคัดท้องแข็งอยู่คนเดียว
อาหลงพูดถึงตลาดภาพยนตร์ในไต้หวันด้วยภาษาที่คล้องจองกันว่า หนังรักยกให้เกาหลี หนังผียกให้สยาม หนังบ้ากามยกให้ญี่ปุ่น
ผมขอให้ข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จของหนังไทยและวัฒนธรรมไทยในไต้หวัน ไม่ได้เกิดจากการส่งเสริมของรัฐบาลไทย ในความเป็นจริงรัฐบาลอาจจะไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำไป
สี่ แรงงานไทยในไต้หวันมีเรื่องบาดหมางรุนแรงกับแรงงานฟิลิปปินส์ มีการแบ่งพื้นที่กันอย่างชัดเจน แมคโดนัลด์เป็นเขตของฟิลิปปินส์ เคเอฟซีเป็นเขตของไทย ใครล้ำเส้นหรือพลัดหลงข้ามเขตอาจเจ็บตัวได้
เริ่มต้นจากการยกพวกตะลุมบอนกันเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งรัฐบาลไต้หวันก็ลงโทษแรงงานของทั้งสองชาติด้วยการลดค่าจ้างขั้นต่ำ โดยแรงงานไทยถูกลดลงจากวันละ 600 เอ็นที เหลือ 400 เอ็นที ทำให้แรงจูงใจในการไปทำงานที่ไต้หวันลดลงไปมาก จำนวนแรงงานไทยเคยสูงถึง 3 แสนคน ปัจจุบันเหลือเพียง 6.5 หมื่นคนเท่านั้น
ผมไม่ได้กังวลว่าแรงงานไทยจะหางานไม่ได้ เพราะตลาดต่างประเทศค่อนข้างใหญ่ และบ้านเราเองก็ขาดแคลน เพียงแต่ทางเลือกอาจจะมีน้อยลง
ที่น่าเป็นห่วงมากกว่า คือ ไม่อยากเห็นปัญหาบานปลายไปยังประเทศอื่นๆ ด้วย
เรื่องสุดท้าย คณะทัวร์ของเรามีโอกาสได้นั่งรถไฟความเร็วสูงของไต้หวัน ซึ่งสร้างเสร็จมาแล้วหลายปี โดยใช้เทคโนโลยีหลักจากญี่ปุ่น ส่วนระบบอื่นๆ มีทั้งของฝรั่งเศสและเยอรมนี เป็นรถไฟที่นั่งสบาย สะดวกและรวดเร็ว จนหลายคนรู้สึกอยากจะมีไว้ใช้ในบ้านเมืองของเราบ้าง
อาหลง เล่าให้ฟังว่า รถไฟขบวนนี้วิ่งจากไทเปไปเกาสง มีทั้งหมด 8 สถานี แต่ละสถานีเป็นชุมชนเมืองหนาแน่นที่มีประชากรไม่ต่ำกว่า 2 ล้านคน ทำให้มีคนใช้บริการเป็นจำนวนมาก แต่ถึงกระนั้นตั้งแต่เริ่มเปิดให้บริการก็ขาดทุนทุกปี รวมขาดทุนสะสมกว่า 5 หมื่นล้านบาทแล้ว และยังมีแนวโน้มจะขาดทุนต่อไปทุกปีตลอดอายุโครงการ
อาหลง บอกว่า เขาดูแต่ละเส้นทางที่รัฐบาลไทยวางแผนไว้ ความหนาแน่นของประชากรส่วนใหญ่ต่ำกว่าไต้หวันมาก บวกกับกำลังซื้อของประชากรโดยเฉลี่ยของไทยก็ต่ำกว่าไต้หวันมากเช่นกัน
ตัวอาหลงเป็นคนต่างชาติ ไม่ได้ฝักใฝ่ขั้วการเมืองใด เพียงแต่มีความรักและผูกพันกับประเทศไทย จึงอยากเห็นคนไทยไตร่ตรองให้รอบคอบก่อนลงทุน
ผมบอกอาหลงว่า อย่าเป็นห่วง ผู้นำของเราบอกว่าจะใช้ขนผัก ขนผลไม้ด้วย เราจะได้มีของสดๆ บริโภค
แต่ลึกลงไป ฟังอาหลงแล้วรู้สึกขนหัวลุก จะเกิดอะไรขึ้นกับการเงินการคลังของประเทศ ถ้าเราขืนปล่อยให้รัฐบาลนี้บริหารบ้านเมืองต่อไป


