posttoday
กูชีพจ่ายจำนำขาวชาวนา

กูชีพจ่ายจำนำขาวชาวนา

23 มกราคม 2557

เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

ยังมืดแปดด้านสำหรับการหาเงินของรัฐบาลรักษาการ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพื่อมาจ่ายให้กับชาวนาในโครงการรับจำนำในฤดูกาลผลิต 2556/2557 หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเป็นเอกฉันท์ไม่พิจารณาการกู้เงิน 1.3 แสนล้านบาท ของรัฐบาลรักษาการว่าทำได้หรือไม่

กกต.ให้เหตุผลว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 181 (3) ระบุว่า ไม่ให้คณะรัฐมนตรีและรัฐมนตรีรักษาการ ดำเนินการใดอันมีผลเป็นอนุมัติโครงการหรือเป็นผลสร้างความผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไป ซึ่ง กกต.เห็นว่าบทบัญญัติดังกล่าวเป็นข้อห้ามเด็ดขาด ไม่ได้กำหนดให้ยกเว้น และไม่ได้กำหนดให้อำนาจ กกต.พิจารณาว่าทำได้หรือไม่ได้

ดังนั้น รัฐบาลต้องตัดสินใจเองว่า การกู้เงินทำได้หรือไม่ และหากรัฐบาลเดินหน้ากู้เงินก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบหากมีการวินิจฉัยชี้ขาดโดยองค์กรที่มีอำนาจหน้าที่ต่อไป ว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนหรือละเมิดบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีผลทำให้เกิดความรับผิดชอบในทางกฎหมายและทางการเมืองตามมา

การวินิจฉัยของ กกต. ทำให้โครงการรับจำนำข้าวเจอทางตัน หาเงินมาจ่ายชาวนาที่ค้างจ่ายมาเป็นเวลากว่า 4 เดือนไม่ได้ ทำให้ชาวนาในหลายส่วนของประเทศเกิดความไม่พอใจ ปิดถนนประท้วงรัฐบาลและขู่ฟ้องร้องว่ารัฐบาลโกงชาวนา ทำให้โครงการรับจำนำข้าวที่เคยเป็นผลงานชิ้นโบแดง กลายเป็นผลงานชิ้นโบดำของรัฐบาล

จากข้อมูลของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีเกษตรกรนำข้าวมาจำนำรอบล่าสุดเป็นวงเงิน 1.7 แสนล้านบาท แต่ที่ผ่านมาธนาคารมีเงินอยู่ 5.6 หมื่นล้านบาท เพื่อจ่ายให้ชาวนา ซึ่งได้จ่ายไปแล้วถึง 5.1 หมื่นล้านบาท นั่นหมายความว่า ธ.ก.ส.มีเงินจ่ายให้ชาวนาได้แค่ 6,000 ล้านบาทเท่านั้น

ที่สำคัญ ธ.ก.ส.ประเมินว่าจะมีชาวนานำข้าวมาจำนำเป็นเงินสูงถึง 1.9 แสนล้านบาท ซึ่งเท่ากับรัฐบาลยังขาดเงินจ่ายชาวนากว่า 1.3 แสนล้านบาท ซึ่งรัฐบาลต้องดิ้นหาเงินมาจ่ายชาวนาให้ได้เร็วที่สุด เพื่อเป็นการถอดสลักระเบิดที่ทำลายคะแนนความนิยมของรัฐบาลให้ลดถอยลงทุกวัน

หากว่ากันตามหลักการแล้ว เงินเพื่อนำมาใช้จ่ายโครงการรับจำนำข้าวจะมาจาก 2 ส่วนสำคัญ คือ เงินจากการกู้ และเงินจากการระบายข้าว ในส่วนของเงินกู้มีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ใช้เงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ให้ ธ.ก.ส. 4.1 แสนล้านบาท และเงินสภาพคล่องจาก ธ.ก.ส. อีก 9 หมื่นล้านบาท ซึ่งได้มีการใช้เงินเต็มไปหมดแล้วในการดำเนินการรับจำนำข้าวของรัฐบาลเมื่อ 2 ปี หรือ 4 ฤดูกาลผลิตที่ผ่านมา ทำให้ไม่สามารถกู้เงินเพิ่มมาจ่ายชาวนาได้อีกต่อไป

ในส่วนของเงินระบายข้าว ที่ผ่านมารัฐบาลระบายข้าวไม่ได้ เพราะต้องขายขาดทุนจำนวนมาก จากการรับจำราคาสูงกว่าราคาตลาด และการรับจำนำข้าวที่ไม่มีคุณภาพ และเงินที่ระบายข้าวได้ก็ต้องคืนให้ ธ.ก.ส. ถึง 1.8 แสนล้านบาท ในส่วนที่สำรองจ่ายรับจำนำข้าวที่เกินกรอบ 5 แสนล้านบาท ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และมีมติ ครม.ให้ลดวงเงินดังกล่าวได้ภายในสิ้นปี 2556 ทำให้เงินระบายข้าวที่ผ่านมาทั้งหมดไม่สามารถนำมาใช้หมุนเวียนรับจำนำข้าวที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันได้เลย

เมื่อวงกู้วงเงินเต็ม และเงินระบายข้าวก็ไม่มี ทำให้การจ่ายเงินรับจำนำข้าวรอบใหม่มีปัญหาตั้งแต่เริ่มโครงการเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2556 ที่ผ่านมา โดย ธ.ก.ส.พยายามทยอยจ่ายให้ชาวนา เพื่อให้ดูเหมือนมีการจ่ายเงินได้อยู่ตลอดเวลา ทั้งที่เนื้อแท้ไม่มีเงินจ่ายให้ชาวนา

แม้ว่าที่ผ่านมา ธ.ก.ส.เคยเสนอให้รัฐบาลตั้งแต่ก่อนยุบสภาให้ขยายวงเงินกู้เพิ่มจาก 5 แสนล้านบาท อีก 1.3 แสนล้านบาท แต่รัฐบาลดึงเรื่องเพราะไม่ต้องการให้ฝ่ายค้านและนักวิชาการนำไปเป็นประเด็นโจมตีทางการเมืองว่าโครงการรับจำนำข้าวล้มเหลว ใช้เงินกู้จำนวนมาก มีการทุจริต และมีการขาดทุนไม่ต่ำกว่าปีละ 2 แสนล้านบาท

เมื่อเกิดปัญหาการเมืองมีการยุบสภา ทำให้การกู้เงินเพิ่มติดหล่ม เพราะรัฐบาลรักษาการทำไม่ได้ และ กกต.ก็ไม่รับพิจารณาเรื่อง ทำให้รัฐบาลต้องคิดหนักว่าจะหาเงินมาจากไหนจ่ายจำนำข้าวที่ยังค้างอยู่ ซึ่งแม้ว่าที่ผ่านมารัฐบาลจะดิ้นทางออกหลายทาง แต่ดูเหมือนจะเจอซอยตันอยู่ตลอดเวลา

ตั้งแต่รัฐบาลพยายามดิ้นใช้เงินสภาพคล้องของ ธ.ก.ส.สำรองจ่ายไปก่อนอีก 5.5 หมื่นล้านบาท แต่ธนาคารไม่ดำเนินการให้ เพราะเห็นว่าไม่มีมติ ครม.ที่ชัดเจน การดำเนินการของฝ่ายบริหารอาจจะผิดกฎหมาย และมีสหภาพแรงงานของ ธ.ก.ส.ออกมาต่อต้านขับไล่คณะกรรมการธนาคารที่มี ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง เป็นประธาน ทำให้คณะกรรมการไม่กล้าล้วงเงินของ ธ.ก.ส.อีกต่อไป

อีกทางหนึ่งมีการคิด จะให้รัฐวิสาหกิจนำเงินไปฝากไว้กับ ธ.ก.ส. เพื่อไปใช้ในโครงการรับจำนำข้าว แต่ไม่มีรัฐวิสาหกิจไหนเล่นด้วย เพราะกลัวไม่ได้เงินฝากคืน หรือจะเป็นโมเดลใช้เงินจากธนาคารออมสินและธนาคารกรุงไทย รวมถึงเงินของกองทุนประกันสังคมมาจ่ายเงินรับจำนำ แต่ก็ต้องพับไป ก็ยังมีปัญหาทางเทคนิคว่ารัฐบาลต้องกู้เงินอยู่ดี ซึ่งรัฐบาลไม่แน่ใจว่าทำได้หรือไม่

ขณะที่การหาเงินจากการระบายข้าวก็ยังมืดมน เพราะจากการชี้แจงของ กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กับ กกต. บอกว่ารัฐบาลมีข้าวค้างสต๊อกอีก 14 ล้านตัน มูลค่า 2 แสนล้านบาท ต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 2 ปี ถึงจะระบายข้าวได้หมด นั่นหมายความว่า รัฐบาลต้องใช้เวลาอีก 1 ปีครึ่ง เพื่อมาจ่ายให้กับชาวนาที่รัฐบาลค้างเงินอยู่ ซึ่งนานเกินไปที่จะมาแก้ปัญหาเฉพาะหน้านี้ได้

เมื่อเป็นเช่นนี้ การแก้ไขปัญหาไวที่สุดหนีไม่พ้นต้องกู้เงิน 1.3 แสนล้านบาท มาจ่ายให้กับชาวนา แม้ว่ารัฐบาลจะรู้ว่าการดำเนินการนั้นเสี่ยงผิดกฎหมายถึง 99% ก็ต้องเสี่ยง เพราะไม่มีทางเลือกอื่นดีกว่านี้อีกแล้ว ซึ่งหลังจากที่ กกต.ไม่รับพิจารณาทางรัฐบาลรักษาการได้หารือกับกฤษฎีกาเพื่อหาช่องกู้เงินมาจ่ายชาวนา

ปัญหาที่ตามมาแม้ว่ารัฐบาลจะเสี่ยงตายออกมามติ ครม. ให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ให้ ธ.ก.ส.อีก 1.3 หมื่นล้านบาท หน่วยงานของกระทรวงการคลังที่เกี่ยวข้องจะดำเนินให้หรือไม่ เพราะที่ผ่านมาผู้บริหารคลังเคยดำเนินการโครงการหวยบนดินตามมติ ครม. แต่ต่อมาภายหลังตัดสินว่ามีความผิด เพราะทำตาม ครม.ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดนลงโทษถึงขั้นติดคุก แต่โชคดีที่ศาลรอลงอาญา

ดังนั้น การค้ำประกันเงินกู้จำนำข้าวรอบใหม่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวงการคลัง ยืนยันว่านอกจากมีมติ ครม.แล้ว ยังต้องมีหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้ากระทรวง ว่าการค้ำประกันเงินกู้เป็นการสั่งการจากฝ่ายการเมือง เพื่อเป็นเกราะป้องกันความผิดในกรณีที่ถูกฟ้องร้องในอนาคต

ส่งผลให้การกู้เงินจำนำข้าวรอบไม่จะได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลรักษาการจะกล้าพลีชีพกู้เงินเพื่อจ่ายค่าจำนำข้าวให้ชาวนาที่ค้างอยู่หรือไม่ อย่างน้อยก็ซื้อเวลาต่อลมหายใจของรัฐบาลได้อีกระยะหนึ่ง เพราะหากไม้กล้าตายเสี่ยงกู้ ก็หนีไม่พ้นถูกชาวนาประท้วงขับไล่จนอยู่ไม่ได้เหมือนกัน

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน