posttoday
เอกชนกระอักพิษ พรก.

เอกชนกระอักพิษ พรก.

23 มกราคม 2557

ในวันที่ 23 ม.ค. ปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) จะประชุมหารือกับสมาชิก เพื่อประเมินสถานการณ์การท่องเที่ยวไตรมาสแรกจากผลกระทบทางการเมือง เนื่องจากการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะทำให้ 12 วันนี้ นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าพักโรงแรมในกรุงเทพฯ และพื้นที่ที่ประกาศใช้ พ.ร.ก. เช็กเอาต์ออกจากโรงแรมทันที กลุ่มที่จะเดินทางเข้าพักใหม่จะยกเลิกการเข้าพักเช่นเดียวกัน เพราะสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รัฐบาลจึงควรชี้แจงผ่านสื่อให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมีความเข้าใจที่ถูกต้อง

ในวันที่ 23 ม.ค. ปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) จะประชุมหารือกับสมาชิก เพื่อประเมินสถานการณ์การท่องเที่ยวไตรมาสแรกจากผลกระทบทางการเมือง เนื่องจากการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะทำให้ 12 วันนี้ นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าพักโรงแรมในกรุงเทพฯ และพื้นที่ที่ประกาศใช้ พ.ร.ก. เช็กเอาต์ออกจากโรงแรมทันที กลุ่มที่จะเดินทางเข้าพักใหม่จะยกเลิกการเข้าพักเช่นเดียวกัน เพราะสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รัฐบาลจึงควรชี้แจงผ่านสื่อให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมีความเข้าใจที่ถูกต้อง

ไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงตามการรับรู้ข่าวสถานการณ์การเมืองไปมากแล้วในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมานี้ ยกเว้นเพียงแต่หาก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จากที่เคยมองว่าจะทำให้สภาพแวดล้อมดีขึ้น แต่มีการนำไปใช้ เช่น มีการกระชับพื้นที่ผู้ชุมนุม หรือนำไปสู่ความรุนแรงขึ้นมา ก็อาจส่งผลกระทบทำให้ดัชนีหุ้นปรับลง หรือเกิดแรงเทขายอีกครั้งได้จากนักลงทุนทุกประเภท ไม่เฉพาะแต่นักลงทุนต่างประเทศ

”สำหรับนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยระยะยาวอย่างที่เข้ามาในรูปของบริษัทแม่ที่เข้ามาถือหุ้นในบริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) ต่างๆ ก็ยังคงสัดส่วนถือหุ้นในไทยอยู่ถึง 4 ล้านล้านบาท หรือ 35 % ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 11 ล้านล้านบาท

สำหรับมุมมองของต่างชาติต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจของไทยนั้น หนังสือพิมพ์วอลสตรีท เจอร์นัล รายงานอ้างความเห็นของ ราจีฟ บิสวาส หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ของบริษัทที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจ ไอเอชเอส โกลบอล อินไซต์ ว่า หากวิกฤตการณ์ทางการเมืองยังดำเนินยืดเยื้อต่อไป จะส่งผลกระทบเพิ่มขึ้นอย่างใหญ่หลวงต่อนักลงทุนต่างชาติ

“นักลงทุนส่วนใหญ่ต่างรู้สึกว่า ความเสี่ยงทางการเมืองทวีความรุนแรงจนมองไม่เห็นทางออกของปัญหาแล้ว พวกเขาไม่สามารถตัดสินใจถึงแผนการลงทุนในระยะยาวได้ หากไม่รู้ว่าใครกำลังจะขึ้นมามีอำนาจ” บิสวาส กล่าว

ทางด้านรอยเตอร์สรายงานว่า มีโอกาสที่อินโดนีเซียจะสามารถแซงหน้าไทยขึ้นมาเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดในอาเซียนได้ภายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ ปัจจุบันมีบริษัทรถยนต์ญี่ปุ่นหลายแห่งเริ่มขยายฐานการผลิตในอินโดนีเซียมากขึ้น เนื่องจากค่าแรงราคาถูก

ริวอิชิโร อิโนอุเอะ ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยโตเกียว ซิตี และผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ ให้ความเห็นว่า ขณะนี้โตโยต้า มอเตอร์ ไม่ได้มีไทยเป็นแหล่งฐานการผลิตเพียงแห่งเดียวเหมือนที่ผ่านมา ทำให้โตโยต้าสามารถตัดสินใจปรับย้ายแผนการลงทุนใหม่ๆ หรือย้ายการผลิตรถยนต์บางรุ่นไปยังอินโดนีเซียแทนได้

อย่างไรก็ตาม หากมีการโยกย้ายการผลิตจริง คาดว่ากระบวนการเปลี่ยนแปลงอาจไม่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากโตโยต้ามีสัดส่วนการลงทุนในไทยเป็นจำนวนมาก อีกทั้งประเทศไทยยังมีจุดแข็งด้านเครือข่ายซัพพลายเออร์ที่แข็งแกร่ง และแรงงานมีทักษะฝีมือสูง จึงเชื่อว่าไทยจะยังสามารถยืนระยะการเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของโตโยต้าได้

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน