
หอการค้าโอดพิษพรก.หนักกว่าชัตดาวน์คลังหวั่นฉุดเรตติ้งประเทศท่องเที่ยวหัวทิ่ม
หวั่น พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉุดเครดิตประเทศ หอการค้าชี้ร้ายแรงกว่าชัตดาวน์ กทม. แบงก์ชาติคงดอกเบี้ย
หวั่น พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉุดเครดิตประเทศ หอการค้าชี้ร้ายแรงกว่าชัตดาวน์ กทม. แบงก์ชาติคงดอกเบี้ย
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะทำให้ไทยเสี่ยงที่จะถูกลดเรตติ้งลง จากที่ผ่านมาสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำของโลก คงเรตติ้งประเทศไว้ระดับเดิม แม้ว่าเป็นระดับที่ไม่ดีมาก แต่ยังเป็นระดับที่น่าลงทุน
นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ เพราะนักลงทุนต่างชาติไม่มั่นใจที่จะเข้ามาลงทุน และกระทบต่อการท่องเที่ยวที่เป็นช่วงไฮซีซั่นทันที โดยประเมินว่าปีนี้หากมีการเลือกตั้ง เศรษฐกิจจะโตได้ 3.1% แต่หากไม่มีการเลือกตั้ง จะขยายตัวเพียง 2% เท่านั้น
ขณะที่ ฟิทช์ เรทติ้งส์ ขอติดตามสถานการณ์อีก 1-2 ไตรมาสจึงจะเห็นผลกระทบ โดยคาดว่าเศรษฐกิจปีนี้ขยายตัวได้ 3.5%
ด้านคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 4 ต่อ 3 ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.25% หลังประเมินว่าระยะสั้นปัญหาการเมืองกระทบการลงทุนภาครัฐและเอกชนที่จะต้องเลื่อนออกไป โดยคาดว่าปีนี้เศรษฐกิจจะขยายตัวใกล้เคียง 3% จากเดิมจะโตได้ 4% โดยเชื่อว่าปัญหาการเมืองกระทบในระยะสั้น และดอกเบี้ยในระดับปัจจุบันสามารถดูแลเศรษฐกิจได้
นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากกว่าการชัตดาวน์ กทม. ของกลุ่ม กปปส. เพราะการชัตดาวน์มีผลเฉพาะพื้นที่ กทม. แต่ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีผลทั้งประเทศ ส่งผลให้ปีนี้เศรษฐกิจจะโตแค่ 3%
นายยุทธชัย สุนทรรัตนเวช นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศกล่าวว่า การท่องเที่ยวถูกแตะเบรกหัวทิ่มจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถือว่ารัฐบาลประกาศโดยไม่ใช้วิจารณญาณ ทำให้ต่างชาติมาไทยลดลง 1.5 ล้านคน สูญรายได้ 7.5 หมื่นล้านบาท
ด้านดัชนีหุ้นไทยลดลง 2.61 จุด หรือ 0.2% ปิดที่ 1,290.49 จุด ต่างชาติขายสุทธิ 862 ล้านบาท







