
"กรณ์"ชื่นชม"สุเทพ"ได้ใจมวลชน
กรณ์โพสต์ เฟซบุ๊ก ชื่นชม "สุเทพ" ได้ใจ มวลชน สู้แม้เหนื่อยเพื่อไล่รัฐบาล ชี้ "ทักษิณ"ควรต้องละอาย เย้ยรัฐบาลประเมินประชาชนต่ำเกินไป
กรณ์โพสต์ เฟซบุ๊ก ชื่นชม "สุเทพ" ได้ใจ มวลชน สู้แม้เหนื่อยเพื่อไล่รัฐบาล ชี้ "ทักษิณ"ควรต้องละอาย เย้ยรัฐบาลประเมินประชาชนต่ำเกินไป
นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก "Korn Chatikavanij" ว่า เมื่อกำนันมาเยี่ยมหน้าบ้าน
กระแสตอบรับกำนันสุเทพในการเดินทัวร์ไปถนนสายต่างๆนั้น ต้องถือว่าเป็นปรากฏการณ์มหัศจรรย์ที่เราไม่เคยพบเห็นมาก่อน พอมีการประกาศว่ากำนันจะไปเส้นทางไหน ประชาชนในเส้นทางนั้นก็จะตื่นตัวเตรียมต้อนรับทันที บ้างก็เตรียมเงินมาบริจาค บ้างก็ตั้งโต๊ะเตรียมเครื่องดื่มไว้ต้อนรับผู้มาร่วมเดินขบวน การบริจาคเงินก็จะมีตั้งแต่เด็กนักเรียนที่ให้ 20 บาทจนถึงพ่อค้านักธุรกิจที่ใส่ซองมาเป็นแสน
เมื่อวานนี้ บนถนนนางลิ้นจี่ มีสาวออฟฟิศใส่ซองและเขียนบนซองว่า 'ขอหุ้นด้วย 1 หุ้น ด้วยเงิน 500 บาท' สำหรับผมแล้ว นี่คือพลังในกระบวนการต่อสู้ของมวลมหาประชาชน เมื่อชาวบ้านได้ออกมาสัมผัสขบวนกำนัน ความรู้สึกเป็น 'หุ้นส่วน' จะเกิดขึ้นทันที และเมื่อใครได้ยื่นเงินบริจาคให้กำนัน ความเป็นเจ้าของร่วมกับกระบวนการต่อสู้ยิ่งทวีคูณ
เมื่อวานนี้กำนันเดินผ่านเขตเลือกตั้งเก่าของผม และเดินผ่านทั้งหน้าบ้านและหน้าที่ทำงานของผมเอง ออกเดินจากเวทีลุมพินีตั้งแต่ 09.30น. กว่าจะมาถึงจุดหน้าบ้านซึ่งเลยครึ่งทางมาไม่มากก็ 4 โมงเย็น ผมเห็นกำนันเหนื่อยมาก แต่ก็ไม่มีการปฏิเสธที่จะถ่ายรูปกับใคร มือแกบวมตุ่ยจากการจับการบีบโดยผู้คนทั้งวันและทุกวัน แต่แกก็ยังตบหลัง เซ็นชื่อ รับเงิน รับจดหมายเองตลอดเส้นทาง นี่ยังไม่นับการปราศรัยทุกคืน และการใช้สมองในการกำหนดยุทธศาสตร์การต่อสู้
ผมอดคิดไม่ได้ว่า ทักษิณนั่งดูอยู่ทางโทรทัศน์ ควรต้องนึกละอายอยู่ในใจที่ไม่เคยออกมานำมวลชนด้วยตัวเองอย่างนี้ แต่เพียงกำกับในลักษณะ 'เจ้านาย' และ 'นายทุน' เท่านั้น และถ้าเราวิเคราะห์ว่ากระแสตอบรับมวลมหาประชาชนมีที่มาจากอะไร เราปฏิเสธไม่ได้แน่นอนว่าส่วนสำคัญมาจากการยอมรับและเห็นใจท่านกำนัน พูดง่ายๆก็คือกำนันได้ใจเรา และสำหรับคนไทยไม่มีอะไรสำคัญกว่าการได้ใจ ส่วนเรื่องอื่นอย่างเช่น ความต้องการการเปลี่ยนแปลง การปฏิรูป หรือแม้แต่ความเกลียดชังทักษิณที่อาจมีในใจ ล้วนมีส่วนเป็นแรงบันดาลใจ แต่ถ้าไม่มีกำนัน คงยากที่จะมีวันนี้
เวทีสามเสนหรือการเป่านกหวีดที่สีลม เป็นเสมือนความทรงจำดีๆจากเรื่องที่เกิดขึ้นนานมาแล้ว และผมยังไม่ลืมคำปรามาสของอดีตอัยการสูงสุดในฐานะรัฐมนตรียุติธรรมในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่พูดไว้ในวันแรกๆของการเคลื่อนไหวของเราว่า "ประชาชนที่ออกมาร่วมนั้นจริงๆแล้วไม่ได้รู้เรื่องอะไร แค่เห่อตามกระแสไปเอง"
จนถึงวันนี้ผมว่ารัฐบาลก็ยังประเมินสถานการณ์ไม่ถูกต้อง และยังประเมินประชาชนตํ่าไป
แต่ปัญหาหลักของบ้านเมืองคือ ทางออกที่ทำให้ประชาชนทุกคนทุกฝ่ายได้ประโยชน์นั้นมีแน่นอน เพียงแต่ทางออกนั้นจะทำให้มีผู้เสียประโยชน์ และกลุ่มผู้นั้นก็คือทักษิณและพวกที่มีอำนาจอยู่ในปัจจุบัน
แม้แต่ผู้ที่ไม่เห็นดีด้วยกับแนวคิดทั้งหมดของกำนัน ก็ไม่ควรยอมให้สังคมเดินหน้าสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นเพียงเพื่อปกป้องนักการเมืองกลุ่มหนึ่งที่พยายามรักษาอำนาจของตน
ประชาชนมีประโยชน์ร่วมกันโดยธรรมชาติ ไม่ว่าจะสนับสนุนฝ่ายใดทางการเมือง อย่าให้นักการเมืองมากลบความเป็นส่วนร่วมและชูส่วนต่างเพียงเพื่อใช้เราเป็นเครื่องมือ







