
กปปส.ใต้ดาวกระจายยึดศูนย์ราชการยกจังหวัดไล่รัฐบาล
กลุ่มผู้ชุมนุมคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ดาวกระจายชัตดาวน์ภาคใต้ปฏิบัติการคู่ขนานชัตดาวน์กรุงเทพฯ ตามที่ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ได้ประกาศให้เครือข่าย กปปส.เดินเครื่องชัตดาวน์ภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 20 ม.ค.นี้เป็นต้นไป เพื่อยกระดับขับไล่รัฐบาล
กลุ่มผู้ชุมนุมคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ดาวกระจายชัตดาวน์ภาคใต้ปฏิบัติการคู่ขนานชัตดาวน์กรุงเทพฯ ตามที่ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ได้ประกาศให้เครือข่าย กปปส.เดินเครื่องชัตดาวน์ภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 20 ม.ค.นี้เป็นต้นไป เพื่อยกระดับขับไล่รัฐบาล
ตั้งแต่เช้าของวันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มเครือข่าย กปปส.ภาคใต้ 12 จังหวัด ได้แก่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี พังงา นครศรีธรรมราช กระบี่ ภูเก็ต ตรัง พัทลุง สตูล และสงขลา ได้ดาวกระจายเข้าปิดที่ว่าการอำเภอทุกอำเภอ และศูนย์ราชการ ได้เบ็ดเสร็จทั้งจังหวัด ยกเว้น 5 สถานที่ราชการสำคัญ คือ 1. โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล 2.ธนาคาร 3.สถานศึกษา 4.ศาล 5.สถานีตำรวจ เพื่อคงไว้ให้บริการและดูแลประชาชน
ทั้งนี้ ปฏิบัติการครั้งนี้ไม่เกิดเหตุการปะทะกับประชาชนฝ่ายไม่เห็นด้วยแต่อย่างใด ตรงข้ามกลับออกมาให้การต้อนรับและให้ความร่วมมือกับมวลมหาประชาชนเป็นอย่างดี เพราะส่วนใหญ่ต้องการให้ปฏิรูปประเทศไทยก่อนการเลือกตั้งครั้งต่อไป เพราะเป้าหมายหลักของกลุ่มเครือข่าย กปปส.ปิดศูนย์ราชการทุกแห่งครั้งนี้ ก็เพื่อขอความร่วมมือข้าราชการไม่ให้ทำงานรับใช้รัฐบาลชุดปัจจุบัน แต่ปฏิบัติการปิดศูนย์ราชการครั้งนี้ยังคงยึดมั่นตามมติแกนนำ กปปส.ส่วนกลาง คือ จะดำเนินการอย่างสันติ อหิงสา ไม่มีการกระทำการใดๆ ที่ก่อให้เกิดความรุนแรง และจะไม่มีการทำลายทรัพย์สินของทางราชการ
ขณะเดียวกัน กลุ่มเครือข่าย กปปส.ภาคใต้ ยังได้ประกาศว่า จะไม่ยกระดับปิดสนามบิน สะพานสารสิน ท่าเทียบเรือ สถานีขนส่งผู้โดยสาร รวมทั้งหน่วยงานราชการบางหน่วยที่จะต้องมีการติดต่อกับชาวต่างชาติ เช่น ตรวจคนเข้าเมือง เป็นต้น เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยและภาคใต้
อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้หากส่วนราชการไหนไม่ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของกลุ่มเครือข่าย กปปส.ภาคใต้ ก็จะใช้มาตรการคล้องโซ่กุญแจ และปิดล้อมสำนักงานราชการนั้นๆ ด้วยพลังของนกหวีดประชาชน ส่วนศูนย์ราชการทั้ง 12 จังหวัด จะกลับมาเปิดให้บริการประชาชนตามปกติได้ก็ต่อเมื่อ กปปส.ขับไล่รัฐบาลได้สำเร็จ
“หากไม่มีคำสั่งเปลี่ยนแปลงจากเลขาธิการ กปปส. ก็จะไม่อนุญาตให้ข้าราชการขึ้นทำงานบนศาลาจังหวัด หรือศูนย์ราชการต่อไปอย่างไม่มีกำหนด” ศักดิ์สฤษดิ์ ศรีประศาสตร์ ผู้ประสานงานหลัก กปปส.ตรัง กล่าว
ขณะที่ความเคลื่อนไหวของกลุ่มเครือข่าย กปปส.ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ยังไม่ออกมาเคลื่อนไหวปิดศาลาจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ และศูนย์ราชการต่างๆ เนื่องจากมวลชนมีจำนวนน้อยแล้วยังต้องรอท่าทีการชัตดาวน์ภาคใต้ว่าจะสัมฤทธิผลมากน้อยแค่ไหน หากได้ผลก็จะเปานกหวีดระดมพลบุกยึดศูนย์ราชการต่อไป ยกเว้นกลุ่มชาวนาภาคเหนือ 5 จังหวัด ประกอบด้วย จ.พิจิตร นครสวรรค์ สุโขทัย กำแพงเพชร และพิษณุโลก ได้เคลื่อนมวลชนเข้าไปร่วมกับเครือข่าย กปปส.พิจิตร เข้าไปบุกยึดศาลากลางจังหวัดพิจิตร และศูนย์ราชการหลายแห่ง เพื่อไม่ให้ข้าราชการทำงานรับใช้รัฐบาลต่อไป
เนื่องจากกลุ่มชาวนา 5 จังหวัดภาคเหนือ ไม่พอใจที่รัฐบาลไม่ให้คำตอบว่าจะจ่ายเงินจำนำข้าวเมื่อไหร่ หลังจากก่อนหน้านี้กลุ่มชาวนากว่า 3,000 คน ชุมนุมปิดถนนทางหลวงสายเอเซียหมายเลข 117 ที่บริเวณสี่แยกโพธิ์ไทรงาม อ.บึงนาราง จ.พิจิตร เป็นเวลานาน 4 วันแล้วเพื่อเรียกร้องให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และกิตติรัตน์ ณ ระนอง รมว.คลัง เร่งจ่ายเงินจำนำข้าว แต่ยังไร้คำตอบจากรัฐบาล
ปรากฏการณ์กลุ่มชาวนา 5 จังหวัดภาคเหนือ ออกมาเคลื่อนไหวร่วมมือกับเครือข่าย กปปส.บุกยึดศาลากลางจังหวัดพิจิตรได้อย่างง่ายดายครั้งนี้ ส่งสัญญาณว่า กลุ่มชาวนา ชาวไร่ข้าวโพด และชาวสวนยางพาราจากภาคต่างๆ ยกเว้นภาคใต้ คาดว่าจะออกมาเคลื่อนไหวร่วมกับเครือข่าย กปปส.จังหวัดต่างๆ ปิดศาลากลางและที่ว่าการอำเภอหรือศูนย์ราชการต่างๆ เพื่อกดดันให้รัฐบาลเร่งจ่ายเงินจำนำข้าว เงินแทรกแซงราคาข้าวโพด และยางพารา ซึ่งรัฐบาลยังคงเบี้ยวเกษตรกรทั้งประเทศ
วิเชียร หมื่นอร่าม แกนนำชาวนาใน ต.บ่อกระดาน อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี บอกว่า ถ้ารัฐบาลยังไม่ยอมจ่ายเงินจำนำข้าวให้กับชาวนาที่ยังไม่ได้รับเงินนับหมื่นคน ทางเครือข่ายชาวนาในหลายพื้นที่ก็มีมติเห็นพ้องกันว่า จะให้เวลารัฐบาลจนถึงวันที่ 24 ม.ค.นี้ ถ้าชาวนายังไม่ได้เงินก็จะต้องทำการปิดถนนที่บริเวณสี่แยกวังมะนาว ซึ่งเป็นจุดตัดของถนนพระราม 2 กับถนนเพชรเกษม ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่จะลงสู่ภาคใต้ เพื่อกดดันให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงมาดูแลและรับรู้ปัญหาของชาวนาบ้าง
เช่นเดียวกับ จ.เพชรบูรณ์ ขีดเส้นตายให้กับรัฐบาลภายในวันที่ 25 ม.ค.นี้ หากรัฐบาลไม่จ่ายเงินค้างจำนำข้าว ซึ่งปัจจุบันชาวนาถือใบประทวนจำนวน 22,537 ราย คิดวงเงิน 2,809 ล้านบาท ก็จะยกระดับการชุมนุมเข้มข้นต่อไปด้วยการร่วมกับเครือข่าย กปปส.เพชรบูรณ์ ปิดล้อมสถานที่ราชการทุกแห่ง เพื่อบีบรัฐบาลจ่ายเงินจำนำข้าว
สถานการณ์การเมืองไทยร้อนระอุ สารพัดม็อบถาโถมเข้าใส่รัฐบาลนอกจากต้องกลุ่ม กปปส.ชัตดาวน์ภาคใต้เรียกร้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้งแล้วยังเจอกลุ่มเกษตรกรทั่วทุกภาคเริ่มก่อม็อบเรียกร้องขอความเป็นธรรมและทวงเงินจำนำข้าวกำลังไล่บี้รัฐบาลเข้าสู่ทางตันและไร้ทางออก







