posttoday
ยิ่งลักษณ์ติดบ่วงขายข้าวพิษ"จีทูเจ๊งฉาว"

ยิ่งลักษณ์ติดบ่วงขายข้าวพิษ"จีทูเจ๊งฉาว"

17 มกราคม 2557

ในที่สุดแล้วคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็มีมติเอกฉันท์แจ้งข้อกล่าวหา บุญทรง เตริยาภิรมย์

โดย...บากบั่น บุญเลิศ/จตุพล สันตะกิจ

ในที่สุดแล้วคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็มีมติเอกฉันท์แจ้งข้อกล่าวหา บุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ กับพวก 15 ราย กรณีทุจริตขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี และหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคา

พ่วงด้วยการมีมติให้ไต่สวน ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ที่อาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีละเว้นหน้าที่ที่จะยุติความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว แม้ก่อนหน้านี้ ป.ป.ช.จะมีข้อท้วงติงถึงปัญหาและอุปสรรคแล้ว แต่ละเลยไม่ยับยั้ง

ย้อนหลังกลับไปเมื่อต้นเดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว คณะอนุกรรมการไต่สวนการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว มี วิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช.เป็นประธาน พิจารณาหลักฐานการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ ระหว่างกรมการค้าต่างประเทศและรัฐวิสาหกิจจีนในช่วงเดือน ส.ค. 2554มิ.ย. 2556 ปริมาณ 4.8 ล้านตัน

คณะอนุกรรมการไต่สวนฯ พินิจหลักฐานทั้งหมดแล้ว แต่ฟังไม่ได้ว่าการซื้อขายข้าวดังกล่าวเป็นการขายแบบจีทูจี เพราะปริมาณข้าวที่ส่งมอบตามสัญญาในปริมาณ 4.8 ล้านตัน พบว่ามีการส่งออกข้าวไปจีนและมีหลักฐานเอกสารการส่งออกชัดเจนจากกรมศุลกากรเพียง 3.75 แสนตันเท่านั้น

คณะอนุกรรมการไต่สวนฯ เสนอ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ให้แจ้งข้อกล่าวหากับบุคคลที่เกี่ยวข้อง และ ป.ป.ช.ชุดใหญ่มีมติแจ้งข้อกล่าวหาและมีมติเพิ่มเติมให้ไต่สวนยิ่งลักษณ์ ในฐานะประธาน กขช. ด้วย

“เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงแล้ว มีเหตุอันควรสงสัยตามมาตรา 66 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ พ.ศ. 2542 ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ในฐานะเป็นประธาน กขช.ได้รับทราบ ข้อท้วงติงว่าอาจมีการทุจริตแต่กลับละเลยเพิกเฉย ไม่ระงับยับยั้งความเสียหายมหาศาล จึงอาจเป็นมูลความผิดตามกฎหมาย” วิชา แถลง

อย่างไรก็ดี หากพิจารณามติ ป.ป.ช. กรณีทุจริตการขายข้าวแบบจีทูจีต้องแยกเป็น 2 กรณี

หนึ่ง กรณีผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตโดยตรง ซึ่ง ป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหา บุญทรง ภูมิ และพวก รวม 15 คน ในฐานความผิดอ้างการขายข้าวจีทูจีที่เป็นเท็จ เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคา ตลอดจนพบว่ามีการหลีกเลี่ยงการเสียภาษี และจะส่งเรื่องให้กรมสรรพากรติดตามตรวจสอบต่อไป

สอง ป.ป.ช.มีมติไต่สวนยิ่งลักษณ์ว่าเพิกเฉย ไม่ยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้น ทั้งๆ ที่ ป.ป.ช.เคยทำหนังสือท้วงติงยิ่งลักษณ์ไปแล้วในช่วงเดือน ก.ย. 2554 ว่า โครงการรับจำนำข้าวเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์และเป็นช่องทางการทุจริตมากมาย และมีผลเสียนานัปการ

แน่นอนว่า การแจ้งข้อกล่าวหาของ ป.ป.ช. จะมีผลต่อเนื่องให้นักการเมืองและข้าราชการที่เกี่ยวข้องต้องถูกชี้มูลความผิด แต่ก็จะพบว่าไม่ได้ทำให้ฝ่ายการเมืองที่คุมนโยบายรับจำนำข้าวต้องสั่นสะเทือนแต่อย่างใด

เพราะทุกคนต่างก็รู้กันดีว่า บุญทรงและภูมิ ซึ่งเป็นคนสาย “เจ๊ชื่อดัง” ต่างก็เป็นแค่ร่างทรง ส่วนคนสั่งการตัวจริงเสียงจริง เป็น “หมอในกระทรวงพาณิชย์” ที่เป็นเลขานุการ รมว.พาณิชย์ และรับคำสั่งตรงจาก “เสี่ยเปี๋ยง” เครือข่ายพ่อค้าข้าวที่ใกล้ชิดกับอดีตนายกฯ คนแดนไกล บงการสั่งขายข้าวในสต๊อกรัฐบาลทุกเมล็ด

ขณะที่พรรคเพื่อไทยเองก็รู้ดีว่า การขายข้าวจีทูจีเคสนี้มีความเป็นไปได้สูงที่ ป.ป.ช.เล่นงานผู้เกี่ยวข้องยกกระบิ การเสนอรายชื่อผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และ สส.เขต จึงไม่มีชื่อ บุญทรง และภูมิ

แต่สิ่งที่ไม่ได้อยู่นอกเหนือการคาดหมายของพรรคเพื่อไทยเช่นกัน คือกรณีที่ ป.ป.ช.โยงปมการทุจริตขายข้าวจีทูจีพ่วงไปถึงกล่องดวงใจของรัฐบาล คือ ยิ่งลักษณ์ ในฐานะประธาน กขช. ว่า มีส่วนรู้เห็นหรือเพิกเฉยปล่อยให้มีการทุจริตในการขายข้าวครั้งนี้

เพราะเมื่อพิจารณาจากเอกสารหลักฐานการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆ เช่น กขช. ตลอดจนอนุกรรมการระบายข้าวชุดต่างๆ ล้วนแล้วแต่เชื่อมโยงไปถึงนายกฯ ยิ่งลักษณ์ทั้งสิ้น

ไล่ตั้งแต่การแต่งตั้งคณะกรรมการ กขช. ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 153/2554 เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2554 ที่แต่งตั้งนายกฯ เป็นประธาน กขช. และมีลายเซ็นของยิ่งลักษณ์เซ็นกำกับไว้

คำสั่งคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ที่ 5/2554 วันที่ 12 ก.ย. 2554 ที่ยิ่งลักษณ์ นายกฯ และประธาน กขช.ลงนามแต่งตั้ง ภูมิ ที่ดำรงตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ เป็นประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว และคำสั่งคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ที่ 4/2555 วันที่ 24 ก.ย. 2555 ที่ ยิ่งลักษณ์ นายกฯ และประธาน กขช. ลงนามแต่งตั้ง บุญทรง ที่ดำรงตำแหน่ง รมว.พาณิชย์ เป็นประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าวแทนภูมิ

หลักฐานเหล่านี้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ยิ่งลักษณ์ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบ ไม่รู้ไม่เห็นการทุจริตในการขายข้าวจีทูจีได้ เพราะคำสั่งแต่งตั้ง กขช.ที่ยิ่งลักษณ์ลงนาม จะพบว่า ข้อ 2.5 กำหนดอำนาจหน้าที่ กขช.ให้ต้อง “ติดตาม กำกับดูแลการปฏิบัติตาม นโยบาย มาตรการ และโครงการที่อนุมัติ”

โดยเฉพาะเทียบเคียงการชี้มูลของ ป.ป.ช.ในอดีต เช่น การทุจริตหวยบนดิน ที่ ป.ป.ช.ยื่นเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองวินิจฉัยความผิดของ ครม.ทั้งคณะ จะพบว่าศาลตัดสินว่ามีผู้ที่มีความผิดบางคน เช่น รมช.คลัง ที่ได้รับมอบหมายโดยตรงจากนายกฯ ให้ดูแลเรื่องนี้และนายกฯ ที่สั่งการ

บังเอิญเหลือเกินว่ากรณีโครงการรับจำนำข้าวไม่ต่างจากกรณีหวยบนดินนัก เพราะนายกฯ เป็นผู้ลงนามแต่งตั้งและมอบหมายโดยตรงให้ตัวนายกฯ เป็นประธาน กขช. ที่มีหน้าที่กำกับและปฏิบัติโครงการรับจำนำข้าวด้วย ก็เท่ากับว่ายิ่งลักษณ์ต้องรับผิดต่อการทุจริตคราวนี้

นอกจากนี้ ในทางพฤติกรรมจะพบว่ายิ่งลักษณ์มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าว เพราะนั่งหัวโต๊ะเป็นประธานการประชุม กขช.หลายครั้งหลายครา ก่อนที่จะมอบหมายให้ กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลังในขณะนี้ และบุญทรง นั่งเป็นประธาน กขช.แทนในช่วงหลัง

ที่สำคัญที่สุด ยิ่งลักษณ์รู้เห็นและรับทราบกรณีการขายข้าวจีทูจีมาโดยตลอด

นั่นเพราะในวันที่ 10 ต.ค. 2555 ยิ่งลักษณ์ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล กรณีการขายข้าวจีทูจี 8 ล้านตัน และโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งยิ่งลักษณ์ระบุตอนหนึ่งว่า “อันนี้เป็นนโยบายของรัฐบาล หลายท่านคงถือว่ากระทรวงพาณิชย์เป็นแม่งานหลัก ก็ให้กระทรวงพาณิชย์พูด แต่จริงๆ แล้วในรายละเอียดก็ทราบอยู่แล้ว”

เมื่อถามว่ากระทรวงพาณิชย์แจ้งให้นายกฯ ทราบหรือไม่ว่า ส่งข้าวให้ประเทศไหนและทำไมเปิดเผยไม่ได้ ซึ่งยิ่งลักษณ์ตอบว่า “เดี๋ยวจะให้เปิดเผย เพราะบางอย่างเป็นขั้นตอนในเนื้อหาที่เป็นเรื่องความลับการซื้อขาย แต่จะทำให้มากที่สุดเท่าที่ให้ได้ ทุกอย่างเรามีขั้นตอน มีรายละเอียด และทำทุกอย่างอย่างโปร่งใส”

ถึงนาทีนี้ต้องบอกว่า ยิ่งลักษณ์เสี่ยงสูงที่จะติดร่างแหการทุจริตข้าวจีทูจีเก๊อย่างเลี่ยงไม่ได้

แถมเดิมพันครั้งนี้ก็สูงไม่น้อย

ข่าวล่าสุด

แบงก์ชาติ ชู 3 เสาหลัก รับมือความท้าทาย AI และภัยไซเบอร์

แบงก์ชาติ ชู 3 เสาหลัก รับมือความท้าทาย AI และภัยไซเบอร์