
ปปช.แจ้งข้อหาบุญทรง-ภูมิโกงจำนำข้าวไต่สวน"ปู"
ป.ป.ช.ตั้งทีมไต่สวนยิ่งลักษณ์ ฐานปล่อยทุจริตข้าว ย้ำไร้การเมืองกดดัน พร้อมตั้งข้อหา 'บุญทรง-ภูมิ' ทำจีทูจีเก๊ สั่งสรรพากรรีดภาษีบริษัทข้าว 17 ราย
ป.ป.ช.ตั้งทีมไต่สวนยิ่งลักษณ์ ฐานปล่อยทุจริตข้าว ย้ำไร้การเมืองกดดัน พร้อมตั้งข้อหา 'บุญทรง-ภูมิ' ทำจีทูจีเก๊ สั่งสรรพากรรีดภาษีบริษัทข้าว 17 ราย
นายวิชา มหาคุณ โฆษกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงถึงผลการประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.มีมติเอกฉันท์ให้คณะอนุกรรมการไต่สวนไปดำเนินการไต่สวนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) เนื่องจากคณะอนุกรรมการไต่สวนได้พิจารณาจากข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัยตามมาตรา 66 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ.2542 ว่าการดำเนินการโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ได้ละเลยไม่ดำเนินการระงับยับยั้งความเสียหายจากการดำเนินการโครงการดังกล่าว
"นายกรัฐมนตรีได้ทราบถึงการท้วงติงและความเสียหายจากการดำเนินการโครงการแล้ว แต่กลับละเลยไม่ดำเนินการระงับยับยั้ง อันอาจเป็นมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา หรือ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นคณะกรรมการป.ป.ช.จึงมีมติให้คณะอนุกรรมการไต่สวนดำเนินการไต่สวนน.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยจะเร่งแจ้งคำสั่งของคณะกรรมการป.ป.ช.ให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ทราบและใช้สิทธิ์คัดค้านบุคคลที่จะเข้ามาทำหน้าที่คณะอนุกรรมการไต่สวน และจะเร่งแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป" นายวิชา กล่าว
นายวิชา กล่าวว่า การดำเนินการของป.ป.ช.ในกรณีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวทางการเมือง เพราะป.ป.ช.ได้พิจารณาตามระบบของกฎหมายและข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม เรื่องกรอบเวลาการพิจารณาของป.ป.ช.ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าจะดำเนินการได้แล้งเสร็จเพื่อแจ้งข้อกล่าวและชี้มูลความผิดได้เมื่อไหร นอกจากนี้มั่นใจว่านับตั้งแต่การทำงานในตำแหน่งป.ป.ช.ที่ผ่านมาเป็นอย่างตรงไปตรงมาและไม่เชื่อว่าจะมีการล็อบบี้เกิดขึ้น
นายวิชา กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันคณะกรรมการป.ป.ช.เห็นชอบตามคณะอนุกรรมการไต่สวนการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าวที่ให้แจ้งข้อกล่าวหากับนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรมว.พาณิชย์ นายภูมิ สาระผล เมื่อดำรงตำแหน่งรมช.พาณิชย์ และผู้ดำเนินการเจรจาซื้อขายข้าวของทั้งฝ่ายไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน รวมไปถึงผู้รับมอบอำนาจจากหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่เข้ามาเจรจาด้วยจำนวน 15 ราย อาทิ นายสมคิด เอื้อนสุภา นายลิตร พอใจ นายรัฐนิธ โสจิระกุล ซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจจากบริษัทจีเอสเอสจี และ บริษัทไห่หนานของจีน เป็นต้น ตามความผิดในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 ส่วนบริษัทสยามอินดิก้านั้นคณะอนุกรรมการไต่สวนจะไต่สวนเพิ่มเติมต่อไป
"คณะอนุกรรมการไต่สวนพิจารณาจากพยานหลักฐานรับฟังได้ว่าการเข้าทำสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) กับสาธารณรัฐประชาชนจีนนั้นยังไม่มีข้อเท็จจริงใดๆสนับสนุนว่าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจทั้งสองแห่งที่เข้ามาทำสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐได้รับมอบหมายจากจีนและไม่มีการส่งออกข้าวออกนอกราชอาณาจักรจริง" โฆษกป.ป.ช.กล่าว
นายวิชา กล่าวว่า นอกจากนี้ ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนเกี่ยวกับการซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐที่ได้นำออกขายให้กับผู้ประกอบการค้าข้าวในประเทศ 17 ราย พบว่าผู้ประกอบการได้นำไปบันทึกเป็นต้นทุน รวมถึงการชำระภาษี ซึ่งป.ป.ช.ได้รับทราบจากสภาวิชาชีพการบัญชีและกรมสรรพากรว่าเอกสารหลักฐานดังกล่าวไม่สามารถนำไปบันทึกบัญชีและนำไปคำนวณภาษีได้ ดังนั้นจึงมอบให้กรมสรรพากรไปดำเนินการจัดเก็บภาษีจากบริษัทเหล่านี้ต่อไป







