
ชาวเกาะเสม็ดยังไม่ได้ค่าชดเชยน้ำมันรั่ว
ระยอง-ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฯติดตามแก้ไขปัญหาชาวบ้านยังไม่ได้รับค่าชดเชยน้ำมันรั่วเกาะเสม็ดกว่า 5 พันราย
ระยอง-ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฯติดตามแก้ไขปัญหาชาวบ้านยังไม่ได้รับค่าชดเชยน้ำมันรั่วเกาะเสม็ดกว่า 5 พันราย
นพ.นิรัยดร์ พิทักษ์วัชระ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้ากรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหลลงทะเลที่เกาะเสม็ด ส่งผลกระทบกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านเรือเล็ก จ.ระยอง กลุ่มธุรกิจโรงแรม รีสอร์ต พ่อค้าแม่ค้าร้านอาหารทะเลฯลฯที่ยังไม่ได้รับการชดเชยเยียวยาเบืองต้นกว่า 5,000 ราย ขณะนี้เวลาได้ล่วงเลยมาถึง 6 เดือนแล้ว หรือได้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2556 ที่ผ่านมา ซึ่งมีนายวราวุธ ปิ่นเงิน รองผวจ.ระยอง ตลอดทั้งกลุ่มประมงพื้นบ้านเรือเล็ก จ.ระยอง เจ้าของโรงแรม รีสอร์ต พ่อค้าแม่ค้ากว่า 100 คนเข้าร่วมประชุม
นายกิติพงศ์ สมุนไพร ประธานกลุ่มประมงพื้นบ้านเรือเล็กบ้านปากคั่น-หินดำ ตะพง อ.เมืองระยอง กล่าวว่า กรณีคราบน้ำมันที่กระจายไปทั่วหลายชายหาดในจ.ระยองยังไม่มีคณะกรรมการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปทำแผนที่และทำการสำรวจโดย ภาคประชาชนเข้าร่วม เรื่องนี้ทางจังหวัดจะต้องมีการประชุมชาวบ้านที่ไดืรับผลกระทบในการแก้ไขปัญหา
ปัจจุบันนี้ชาวประมงต้องออกไปหากินห่างจากชายฝั่ง 30 -40 ไมล์ทะเล แต่กลุ่มประมงเรือเล็กไม่สามารถออกไปได้ ซึ่งชี้ได้ชัดเจนว่าทรัพยากรสัตว์น้ำในทะเลได้รับผลกระทบจากคราบน้ำมัน ดูจากสถิติเมื่อปีที่ผ่านมาเคยจับเคยทำกระปิได้จำนวน 7,000 กก. ปีนี้ได้ 1,000 กก.
ส่วนการทำประมงโป๊ะเชือกมีหลักฐานย้อนหลังได้ถึง 6 ปี ยกตัวอย่างเดือนพ.ย.ปี 2555 สามารถจับปลาได้คิดเป็นจำนวนเงินกว่า200,000 บาท เมื่อเทียบกับปีนี้ช่วงเดือนพ.ย.2556 จับได้แค่ 150,000 บาท และในเดือนธ.ค.2555 ได้ 150,000 บาทเดือนธ.ค.ปีนี้ได้แค่ 90,000 บาท ส่วนเดือนม.ค.2556 ได้ 49,000 บาท ม.ค.2557ได้34,000บาท รวมแล้ว 3 เดือนกลุ่มประมงบ้านปากคั่นสูญเสียรายได้ไปประมาณ กว่า 130,000 บาท ชี้ให้เห็นว่าสัตว์น้ำในพื้นที่มันหนีหายไปหมด
นายธีรวัฒน์ สุดสุข ปลัดจ.ระยอง กล่าวว่า กรณีการชดเชยเยียวผู้ที่ได้รับผลกระทบเบื้องต้น ที่ได้ยื่นคำร้องมาทั้งสิ้นกว่า 14,000 ราย และได้มีการพิจารณาจ่ายเงินชดเชยไปแล้ว 9,800 ราย และอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองกว่า 5,000 รายและ จำนวน 5,000 กว่าราย ได้ยื่นอุทธรณ์การชดเชยเยียวยาจากวันละ 1,000 บาท เป็นเวลา 30 วัน จำนวนเงิน 30,000 บาท เพิ่มเป็นวันละ 2,000 บาท เป็นเวลา 30 วัน จำนวนเงิน 60,000 บาท มีจำนวนทั้งสิ้น กว่า 1,600 ราย ทางคณะกรรมการกลั่นกรองฯจะรีบดำเนินการ ให้สาเหตุที่เกิดความล่าช้าคือต้องมีการพิสูจน์ตัวตนที่ชัดเจนว่าใครตัวจริงหรือตัวปลอม แต่ในความเป็นจริงความเสียหายแต่ละคนจะไม่เท่ากัน จึงต้องมีขบวนการเรื่องอุทธรณ์ ใครที่ได้รับความเสียหายมากกว่านั้นก็มาเข้าสู่ขบวนการพิจารณาอุทธรณ์ ซึ่งประกอบด้วย อัยการจังหวัด ปลัดจังหวัดร่วมในการพิจารณาเป็นรายๆไป







