
ดาวกระจายปิดสถานที่ราชการวันนี้
ประวัติศาสตร์การเมืองไทยต้องบันทึกอีกครั้งด้วยผลงานของมวลมหาประชาชนหลอมใจเป็นหนึ่งเดียวเปิดปฏิบัติการปิดกรุงเทพมหานครในพื้นที่ 7 จุดสำคัญ
ประวัติศาสตร์การเมืองไทยต้องบันทึกอีกครั้งด้วยผลงานของมวลมหาประชาชนหลอมใจเป็นหนึ่งเดียวเปิดปฏิบัติการปิดกรุงเทพมหานครในพื้นที่ 7 จุดสำคัญ
ประชาชนทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดเข้าร่วมชุมนุมอย่างเนืองแน่น โดยเฉพาะพื้นที่ชุมนุมแยกปทุมวันซึ่งเป็นเวทีหลักต่อเนื่องไปถึงเวทีแยกราชประสงค์ ถือว่ามีมวลมหาประชาชนทยอยเข้ามาจนแน่นพื้นที่ ขณะเดียวกันได้มีบรรดานักวิชาการ ศิลปินดาราผู้มีชื่อเสียงมากมายขอขึ้นเวทีปราศรัยร่วมร้องเพลง สร้างความครึกครื้นเป็นอย่างยิ่ง
ไม่เพียงเท่านั้นประชาชนหลากหลายสาขาอาชีพมีการเตรียมตัวชัตดาวน์ด้วยการสวมชุดลายธงชาติ ห้อยนกหวีด แต่งสีสันตัวเองในการสื่อถึงการมีส่วนร่วมในการปฏิรูปประเทศไทย
ทั้งนี้ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ได้นำผู้ชุมนุมจากพื้นที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เดินขบวนไปส่ง 5 เวที ซึ่งยังคงมีประชาชน พ่อค้าแม่ขาย นักธุรกิจภาคเอกชน พนักงานบริษัท ออกมายืนรอต้อนรับ บริจาคเงินตลอดเส้นทางเหมือนกับทุกครั้ง
สุเทพทักทายประชาชนที่มาให้กำลังใจ ส่วนหนึ่งยืนอยู่บนสกายวอล์กและสะพานลอย สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส บางคนได้นำเงินผูกกับเชือกหย่อนลงมาด้านล่างให้กับสุเทพ และบางคนโยนเงินเป็นแบงก์และมีเงินใส่ซองโยนให้สุเทพด้วย ซึ่งแต่ละจุดที่เดินผ่านประชาชนตะโกนโห่ร้องให้สุเทพสู้ๆ และยิ่งลักษณ์ออกไป
แม้อากาศจะร้อนอบอ้าวแต่ประชาชนก็ยังรอให้สุเทพเดินผ่าน อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนขบวนผ่านห้างสรรพสินค้าสยามเซ็นเตอร์และพารากอนใช้เวลานานมาก ส่งผลให้การเดินไปยังเวทีปราศรัยแยกราชประสงค์และอโศกล่าช้าจากกำหนดการเดิมที่แกนนำกำหนดไว้มาก
ทั้งนี้ ที่หน้าตึกธนาคารกรุงศรีอยุธยา สำนักงานใหญ่ ถนนสุขุมวิท มีกลุ่มกบฏดอกไม้หรือกลุ่มคนเพศที่ 3 ตั้งเวทีเล็กปราศรัยโจมตีรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยส่วนใหญ่แต่งกายในชุดนางงามทำให้สร้างสีสันให้การชุมนุมมีบรรยากาศครึกครื้น และยังมีผู้ชุมนุมขอถ่ายรูปกับกลุ่มนี้จำนวนมาก
สุเทพได้เดินทางมาเวทีแยกอโศก ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายของการส่งผู้ชุมนุม มีประชาชนรอต้อนรับจำนวนมาก พร้อมกันนั้นสุเทพยังได้ใช้เวทีดังกล่าวเป็นเวทีแรกของการปราศรัย โดยปลุกใจประชาชนรวมใจต่อสู้จนกว่าจะชนะ ไม่ชนะไม่เลิก แม้จะมีผู้หลักผู้ใหญ่อ้างว่าเป็นคนกลางมาเจรจาขอให้ตนเองและยิ่งลักษณ์หาทางออกจบในลักษณะวินวิน แต่ไม่ขอวินวินกับใครด้วย เพราะสู้มาถึงป่านนี้แล้ว
หลังจากนั้นสุเทพได้เดินสายไปปราศรัยตามเวทีต่างๆ โดยเฉพาะเวทีแยกปทุมวัน ซึ่งมีมวลมหาประชาชนล้นหลาม สุเทพกล่าวถึงแผนการชุมนุมจากนี้จะปฏิบัติเหมือนกันทุกเวทีเป็นลักษณะกิจวัตรประจำวัน กล่าวคือ เช้าไปปิดสถานที่ราชการตกเย็นกลับมาพักผ่อนชมกิจกรรม รับประทานอาหาร หากวันไหนไม่ได้ปิดสถานที่ราชการก็จะใช้เวลาเดินรับบริจาคเงิน
อย่างไรก็ตาม ก่อนปฏิบัติการปิดสถานที่ราชการอย่างเป็นทางการจะเริ่มขึ้น แกนนำแต่ละพื้นที่ได้มีการเคลื่อนไหวเรียกน้ำย่อย
เริ่มจากผู้ชุมนุมบริเวณห้าแยกลาดพร้าว ตั้งแต่ช่วงเช้าตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุมได้มีการประกาศบนเวทีปราศรัยให้กลุ่มผู้ชุมนุมเตรียมพร้อมสำหรับการปฏิบัติภารกิจแรกเคลื่อนขบวนไปยังกระทรวงแรงงาน โดยให้นำโซ่ไปคล้องปิดทางเข้ากระทรวงแรงงานเพื่อไม่ให้ข้าราชการได้ปฏิบัติหน้าที่
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. นำโดย พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ และจุมพล จุลใส ได้ตัดโซ่เพื่อเปิดประตู สตช. วัตถุประสงค์ต้องการล้มทำลายแท่งแบริเออร์ที่เจ้าหน้าที่ได้วางเป็นแนวป้องกันทางเข้าเอาไว้ ทั้งนี้สองแกนนำได้ปราศรัยปรามไม่ให้มวลชนบุกเข้าไปภายใน การมาครั้งนี้ต้องการเพียงทำลายแท่งแบริเออร์ที่ขวางกั้นไว้เท่านั้น ไม่ได้ต้องการบุกรุกสถานที่ราชการ
ขณะที่ อิสสระ สมชัย แกนนำ กปปส. ที่ปักหลักเวทีห้าแยกลาดพร้าว เปิดเผยว่า วันที่ 14 ม.ค. จะเดินทางไปปิด กระทรวงแรงงาน ไอซีที และ .กรมการขนส่งทางบก ด้านเวทีสวนลุมพินี ประกาศว่าจะไปปิดกรมศุลกากร เวทีปทุมวันนัดหมายไปปิดกระทรวงต่างประเทศ อุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์ฯ
ส่วนที่แจ้งวัฒนะ หลวงปู่พุทธอิสระนัดมวลชนเวลา06.00 น. เตรียมพร้อมกันหน้ากรมสอบสวนคดีพิเศษ แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียด อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าจะเดินทางไปสำนักปลัดกระทรวงกลาโหม เมืองทองธานี







