
มทภ.4ย้ำทหารอยู่ข้างประชาชนทุกฝ่าย
แม่ทัพภาค 4 แถลงจุดยืน ทหารยังอยู่ข้างประชาชนทุกฝ่าย เผยตัวเลขในรอบ 3 เดือน เหตุรุนแรงใต้ลดลง
แม่ทัพภาค 4 แถลงจุดยืน ทหารยังอยู่ข้างประชาชนทุกฝ่าย เผยตัวเลขในรอบ 3 เดือน เหตุรุนแรงใต้ลดลง
พลโทสกล ชื่นตระกูล แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวถึงสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองว่า ในช่วงความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมักจะมีการกล่าวอ้างสร้างความหวาดระแวงระหว่างกันให้เกิดขึ้น ว่าต่างฝ่ายต่างจะใช้ความรุนแรง โดยมักจะอ้างอิงทหารเข้าไปเกี่ยวข้อง จึงอยากจะใช้โอกาสนี้สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่า ทหารยังอยู่ข้างประชาชน และต้องการให้สถานการณ์ต่างๆ ผ่านไปโดยไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น โดยเฉพาะกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า อยู่กับความรุนแรงที่มีความคิดเห็นต่างมาเป็นระยะเวลานาน ซึ่งถ้าหากไปเกิดกับภูมิภาคอื่นของประเทศ ก็เรื่องที่น่าเสียใจที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น ซึ่งผู้บัญชาการทหารบกก็ได้เน้นย้ำกับกองทัพให้มั่นใจว่าจะนำพากองทัพ ไม่ให้นำไปสู่ความรุนแรง
“โดยปกติแล้วพวกเราเป็นพี่น้องกัน อยู่ในอาชีพเดียวกันเมื่อมีการกล่าวอ้างหรือมีการกระทบกำลังพลที่เป็นทหาร ทุกคนก็มีความรู้สึกไปด้วย เหมือนกับได้ถูกบ่มเพราะสร้างความไม่ไว้วางใจ ซึ่งสำหรับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า อยากจะใช้โอกาสนี้เพื่อสร้างความมั่นใจพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนด้วยว่า กองทัพจะมั่นคงในจุดยืนที่ผู้บังคับบัญชาได้ไว้อย่างเคร่งครัด” แม่ทัพภาค 4 กล่าว
สำหรับผลการปฏิบัติงานของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า รอบ 3 เดือน ห้วง ต.ค. - ธ.ค. 2556 มีการก่อเหตุรวม 192 เหตุการณ์ เป็นเหตุจากความมั่นคง 79 เหตุการณ์ มีผู้เสียชีวิต 120 ราย และบาดเจ็บ 253 ราย ลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับห้วงเดียวกันปี 2555 ซึ่งเป็นผลจาก นโยบายที่มุ่งเน้นการปฏิบัติตามแนวทางการเมืองนำการทหาร การบูรณาการแก้ไขปัญหาของทุกภาคส่วน ภายใต้แผนปฏิบัติการต่อสู้เพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งงานด้านความมั่นคง และงานด้านการพัฒนา ส่งผลให้สถานการณ์ในพื้นที่มีพัฒนาการไปในทิศทางที่ดีขึ้นมาตามลำดับ
“จะเห็นว่า จำนวนเหตุการณ์ และการเสียชีวิตลดลง และเมื่อเปรียบเทียบกับห้วง 3 เดือนที่ผ่านมา พบว่า การก่อเหตุและการเสียชีวิตลดลง ตั้งแต่ปี 2547 พบว่าสถิติการก่อเหตุ และการสูญเสียลดลงตามลำดับ ซึ่งได้มีการวิเคราะห์สถานการณ์และแนวโน้มว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ยังไม่ลดความพยายาม พร้อมกับฉกฉวยโอกาสที่มีความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศ ทำการก่อเหตุร้ายเพื่อลดความน่าเชื่อถือและบั่นทอนอำนาจรัฐทั้งการลอบวางระเบิด การซุ่มโจมตีต่อเจ้าหน้าที่และการลอบทำร้ายเป้าหมายอ่อนแอ ใช้สื่อออนไลน์และการจัดเวทีเสวนาตอกย้ำเหตุการณ์ในอดีต รณรงค์ในเรื่องอัตลักษณ์ และการกำหนดใจตนเอง และเหตุที่เกิดจากภัยแทรกซ้อนและความขัดแย้งระหว่างกลุ่มมีแนวโน้มสูงขึ้นเช่นกัน” แม่ทัพภาค 4 กล่าว







