
โลกมองไทย
เว็บไซต์โกลบอลโพสต์ รายงานบทวิเคราะห์ของแพทริก วินน์ ผู้สื่อข่าวประจำเว็บไซต์ เกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองไทยในขณะนี้ว่า แม้สถานการณ์ระหว่างนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และกลุ่มผู้ชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จะดูคลี่คลายลง หลังนายกฯ ตัดสินใจจัดการเลือกตั้งใหม่ ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมก็พร้อมที่จะคืนพื้นที่ชุมนุมในย่านใจกลางเมือง
นับเป็นการสงบศึกระหว่างทั้งสองฝ่าย หลังจากที่ชุมนุมประท้วงมานาน 8 สัปดาห์ และมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่และกลุ่ม นปช. 27 คน บาดเจ็บ 900 คน สร้างความเสียหายให้กับภาคเศรษฐกิจมากกว่า 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6.4 หมื่นล้านบาท)
ทว่า ในมุมมองของวินน์กลับเห็นว่าเสถียรภาพที่จะเกิดขึ้นนั้นจะไม่ใช่บทสรุปสุดท้ายที่จะเกิดขึ้น
ทั้งนี้ วินน์ได้ยกคำสัมภาษณ์ของณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่ม นปช.ที่กล่าวกับผู้ชุมนุมภายหลังนายกฯอภิสิทธิ์ออกมาประกาศท่าทีที่ชัดเจนไม่กี่ชั่วโมงว่า มือของนายกฯ อภิสิทธิ์ยังคงเปื้อนเลือด และในไม่ช้าเลือดจะต้องเปื้อนไปทั่วทั้งร่างนายอภิสิทธิ์
จากจุดนี้เองที่ทำให้ผู้สื่อข่าวของเว็บไซต์โกลบอลโพสต์เห็นว่าเป็นจุดตกต่ำของความพยายามที่จะให้เกิดความสมานฉันท์ระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับกลุ่มผู้ชุมนุม
ทว่า แม้สถานการณ์การเมืองไทยจะยังไม่คลี่คลาย แต่จากท่าทีของนายกฯ อภิสิทธิ์ ที่ออกมาแสดงความชัดเจนเกี่ยวกับการยุบสภา และการเลือกตั้งใหม่นั้นส่งผลดีต่อค่าเงินบาทไทยไม่น้อย
ล่าสุด สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า หลังจากค่าเงินบาทของไทยร่วงลงไปแตะระดับต่ำสุดรอบ 1 เดือน ก็เริ่มมีการขยับเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ถือเป็นการตอบรับสัญญาณทางการเมืองที่ส่อเค้าคลี่คลายไปในทางดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์มองว่าปัจจัยภายนอกจะยังส่งผลต่อค่าเงินบาทของไทยต่อไป ขณะที่นักลงทุนยังพากันจับตามองสถานการณ์ไทยว่าจะดำเนินต่อไปอย่างไร







