
ข้าราชการในระบอบทักษิณ
ข้าราชการเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญที่ กปปส.ชวนให้ร่วมทำอารยะขัดขืนโดยการผละงาน ไม่แปลกที่ไม่มีการตอบรับเลย เพราะระบอบทักษิณได้ทำให้พวกเขาส่วนใหญ่หวาดกลัวและเอาตัวรอด
ข้าราชการเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญที่ กปปส.ชวนให้ร่วมทำอารยะขัดขืนโดยการผละงาน ไม่แปลกที่ไม่มีการตอบรับเลย เพราะระบอบทักษิณได้ทำให้พวกเขาส่วนใหญ่หวาดกลัวและเอาตัวรอด
ในอดีตประเทศไทยขึ้นชื่อว่าก้าวหน้าในหมู่ประเทศด้อยพัฒนา เพราะได้ข้าราชการที่มีบทบาท วิสัยทัศน์และศักยภาพ
แม้ระบบราชการไทยจะขาดประสิทธิภาพมาเนิ่นนาน โดยเฉพาะค่าตอบแทนที่ล้าหลังภาคเอกชนทำให้ดึงดูดและรักษาคนคุณภาพได้ยาก ทั้งยังเป็นข้ออ้างในการเรียกค่าน้ำร้อนน้ำชา แต่กระนั้นก็ยังมีคนดีคนเก่งช่วยกันขับเคลื่อนประเทศไทยให้พัฒนาเรื่อยมา แม้รัฐบาลจะเปลี่ยนบ่อยแต่ก็มีความต่อเนื่อง เพราะนักการเมืองปล่อยให้ข้าราชการทำงานอย่างมืออาชีพ
แม้ได้เงินเดือนน้อย เขาเหล่านั้นก็มีโอกาสได้เติบโต ได้ใช้ความรู้ความสามารถทำประโยชน์ให้บ้านเมือง ทำให้อยู่ได้อย่างภาคภูมิใจและมีศักดิ์ศรี สมกับคำว่า “ข้าราชการ”
มาถึงยุคระบอบทักษิณ ธุรกิจการเมืองที่ออกตัวอย่างเต็มรูปแบบได้กัดกร่อนและกำลังทำลายจุดแข็งนี้จนแทบจะไม่หลงเหลือคนเก่งที่เป็นคนดีไม่มีที่ยืน
มีการเล่นพวกพ้องสร้างระบบอุปถัมภ์ที่คัดกรองส่งเสริมแต่คนที่ทำตามสั่ง ไม่คำนึงถึงความรู้ความสามารถ และมีการตอบแทนความเป็น “ขี้ข้า” ให้อย่างดิบดี เช่น เกษียณแล้วก็ได้เป็นรัฐมนตรีต่อ เป็นการสร้างแรงจูงใจให้ร่วมทุจริตคอร์รัปชั่น
ผู้มีอำนาจสนใจแต่เรื่องประชานิยมและหาผลประโยชน์ ไม่สนใจนโยบายสาธารณะ ข้าราชการขาดความคิดริเริ่มที่จะเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์ส่วนรวม ดีแต่แข่งกันเอาใจและสนองผลประโยชน์ “นาย” เช่น ชงเรื่องให้บริษัทนายจัด Event ซื้อของขวัญจัดเลี้ยงให้แพงๆ หรูๆ เวลาไปต่างประเทศโดยเอาชื่อคนต่างชาติมาอ้างเบิก
ข้าราชการที่เก่งแต่ไม่เอาใจนายไม่ร่วมมือทุจริตคอร์รัปชั่น ถูกย้าย ถูกกลั่นแกล้ง หลายคนลาออก ที่ยังเหลือก็อยู่อย่างไร้ค่า
สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้เกิดบูรณาการแทรกแซงการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ถึงปลายน้ำ คือ ทำทั้งระดับสูง ระดับกลาง และระดับล่าง เช่น ตลอดสายของระบบจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อสร้างการทุจริตแบบไร้รอยต่อ
ในอดีตเรื่องอื้อฉาวหลุดรู้ออกมาข้างนอกได้เพราะมีผู้เกี่ยวข้องบางคนไม่พอใจ ไม่ว่าเพราะยอมรับการโกงไม่ได้ หรือบางกรณีอาจเพราะไม่ได้ประโยชน์จากการโกง ต่อแต่นี้ไปโอกาสที่เรื่องทุจริตจะถูกเปิดเผยและตรวจสอบได้จะน้อยลงมาก เพราะผู้เกี่ยวข้องอาจจะสมรู้ร่วมคิดกันหมด
ขณะเดียวกัน การครอบงำชำเราต่อระบบราชการของระบอบทักษิณ ก็ได้เริ่มส่งผลต่อประสิทธิภาพของการบริหารราชการแผ่นดิน ถึงขนาดสนองนโยบายต่างๆ ได้ช้า...หรือชุ่ยมาก เพราะคุณภาพของคนตกต่ำ บางกระทรวงชงเรื่องเข้า ครม.ต้องถูกแก้ไขหลายรอบกว่าจะเข้าได้ บางกรณีก็ดันผ่าน ครม. ทั้งๆ ที่งานไม่ได้คุณภาพ เพราะฝ่ายการเมืองเร่ง
อาทิ โครงการกู้ 2 ล้านล้าน ที่เอกสารบกพร่องหลายจุดมีข้อมูลขัดแย้งบ้าง ผิดจากข้อเท็จจริงบ้างเพื่อหลอกลวงประชาชน และมีการสร้างข้อมูลเท็จเพื่อให้เข้าเกณฑ์การลงทุน พ.ร.ก.น้ำ 3.5 แสนล้าน ก็เช่นเดียวกัน คนชงเรื่องไม่รอบคอบทำให้เกิดปัญหาข้อกฎหมายและปัญหาเทคนิคมากมาย
อาจจะเป็นเรื่องดีที่มีข้าราชการคุณภาพต่ำจนทำให้โครงการเลวๆ ไปไม่รอด แต่ก็ไม่คุ้มกับที่ประเทศเสียโอกาสที่จะเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน
นอกจากราชการแล้วรัฐวิสาหกิจก็ถูกแทรกแซงมากในทุกระดับ ปัญหาคนขาดคุณภาพกระทบต่อผลประกอบการรัฐวิสาหกิจที่ต้องแข่งขันกับต่างประเทศค่อนข้างเร็ว แต่ในรัฐวิสาหกิจที่มีการผูกขาด ผลกระทบจะใช้เวลานานเพราะสามารถผ่านต้นทุนไปสู่ผู้บริโภคได้
นอกจากทุจริตเชิงนโยบายซึ่งโดดเด่นที่สุด คือ โครงการจำนำข้าวแล้ว ก็มีการทุจริตแบบใหม่ๆ ของธุรกิจการเมืองทุนสามานย์ที่ต้องอาศัยความร่วมมือของเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น เมื่อก่อนกินเปอร์เซ็นต์จัดซื้อจัดจ้าง เดี๋ยวนี้อาศัยความลับทางการค้าไปดักซื้อหุ้นไว้ก่อนที่รัฐวิสาหกิจจะไปซื้อ และจัดการให้ซื้อได้ในราคาสูงมากชนิดที่บริษัทข้ามชาติระดับโลกไม่กล้าประมูลแข่ง
มีวัฒนธรรมใหม่ที่ข้าราชการเลียนแบบนักการเมืองอาทิ การ “เอาบ้าง” ของระดับล่าง เช่น เรียกเงินในการตรวจรับงาน ทำให้อัตราการโกงยุคนี้สูงยิ่งขึ้น การเดินทางไปต่างประเทศที่ไม่มีภารกิจอะไรนอกจากสร้างสัมพันธ์ การทำป้ายโฆษณา “ผลงาน” ของหน่วยงานที่เน้นตัวบุคคล
และก็มีประเพณีใหม่ในการเข้าอบรมหลักสูตรต่างๆที่ข้าราชการไปเข้าแต่มักไม่ไปเรียน เน้นภาคสังสรรค์ขยายเครือข่ายระบบอุปถัมภ์ เช่น วตท. วปอ. วพน. ฯลฯช่วงหลังลามไปถึงข้าราชการตุลาการด้วย
แม้แต่โครงการพัฒนานักบริหารการเปลี่ยนแปลงรุ่นใหม่ (นปร.) ที่เรียกกันว่า Fast Track ซึ่งทำแบบโรงเรียนผลิตข้าราชการศักยภาพสูงของฝรั่งเศส ช่วงหลังๆ ผู้อำนวยการก็ต้องเป็นคนของการเมือง เริ่มรับเด็กเส้น เน้นภาพลักษณ์เมื่อก่อนมีระบบ Mentor ที่เลือกแต่คนดี เดี๋ยวนี้ฝึกงานจบก็ไปเป็นหน้าห้องรัฐมนตรีหรือผู้บริหารระดับสูง ไม่ค่อยทำงานปฏิบัติการจริงๆ คนพวกนี้จะเติบโตเร็วเป็นข้าราชการพันธุ์ใหม่ที่ไม่รู้งานจริงแต่บริหารแบบนักการเมือง
การที่กลไกภาครัฐไร้ประสิทธิภาพเป็นต้นทุนมหาศาลของระบบเศรษฐกิจ การขาดความคิดริเริ่มจากข้าราชการมืออาชีพทำให้ประเทศเสียโอกาส ซ้ำร้ายกลายเป็นเครื่องมือหากินของธุรกิจการเมือง
ปัญหาของระบบราชการยังมีอีกหลายมิติ ถึงเวลาปฏิรูปแล้ว แต่จำเป็นต้องทำขนานกับปฏิรูปการเมือง







