posttoday
พาณิชย์ห้ามอ้างบาทอ่อนขึ้นราคาในไตรมาสแรกนี้

พาณิชย์ห้ามอ้างบาทอ่อนขึ้นราคาในไตรมาสแรกนี้

04 มกราคม 2557

พาณิชย์ เข้มสินค้าพึ่งพานำเข้าวัตถุดิบ ส่อปรับราคาจากค่าเงินบาทอ่อน คาดไตรมาสแรกยังไม่น่ากระทบ

พาณิชย์ เข้มสินค้าพึ่งพานำเข้าวัตถุดิบ ส่อปรับราคาจากค่าเงินบาทอ่อน คาดไตรมาสแรกยังไม่น่ากระทบ

นายสันติชัย สารถวัลย์แพศย์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า การที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงจะยังไม่ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าในขณะนี้ แต่กรมจะเฝ้าระวังผลกระทบที่จะเกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกับสินค้าที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบเป็นหลัก และสินค้าที่นำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศบางส่วน เพราะจะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากค่าเงินบาทอ่อนค่า เช่น กลุ่มสินค้าที่มีความจำเป็นในชีวิตประจำวัน ได้แก่ เหล็ก ทองแดง สังกะสี สายไฟ ปุ๋ย เนื่องจากเกรงว่าพ่อค้าจะใช้ประเด็นเรื่องค่าเงินบาทอ่อน มาเป็นข้ออ้างปรับขึ้นราคาสินค้า

ทั้งนี้ การที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าจะมีผลต่อวัตถุดิบนำเข้า หรือสินค้านำเข้าให้มีราคาสูงขึ้น แต่โดยปกติแล้วผู้ประกอบการจะต้องมีสต๊อกสินค้าวัตถุดิบสำรองไว้ประมาณ 1-2 เดือน จึงเชื่อว่าผลกระทบจากค่าเงินบาทอ่อนค่าจะยังไม่มีผลต่อราคาสินค้าทันที แต่อาจจะส่งผลในช่วง2-3 เดือนข้างหน้าเป็นต้นไป ซึ่งกรมจะติดตามสถานการณ์ในทุกเดือนๆ

นอกจากปัญหาค่าเงินบาทแล้ว ประเด็นที่จะกระทบต่อต้นทุนผลิตสินค้าอื่นๆ ที่น่าเป็นห่วง เช่น ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าไฟฟ้าที่จะมีการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) ต่อหน่วยขึ้น โดยส่วนนี้จะกระทบต้นทุนสินค้า 1%

ขณะเดียวกัน กรมฯยังได้ตรวจสอบและหารือกับผู้ประกอบการร้านค้า ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ (โมเดิร์นเทรด) ให้ดูแลปริมาณสินค้าให้เพียงพอในช่วงที่มีมาตรการปิดกรุงเพทมหานคร เพราะโมเดิร์นเทรดกระจายเข้าถึงแหล่งชุมชน และเชื่อว่าจะไม่เกิดปัญหาสินค้าขาดแคลนแน่นอน

สำหรับการประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) จะเสนอให้ทบทวนบัญชีสินค้าและบริการควบคุม 43 รายการ โดยเฉพาะสินค้าที่ลดไซส์หรือขึ้นราคาทางอ้อม เช่น โทรศัพท์มือถือ สบู่เหลว แชมพู เข้ามาอยู่ในบัญชีการว่ามีตัวไหนบ้างที่ควรปรับออกจากบัญชีควบคุม เพราะประชาชนไม่นิยมใช้ หรือไม่มีความจำเป็นในปัจจุบัน และพิจารณาว่าควรจะนำสินค้าหรือบริการใดเข้าสู่บัญชีควบคุม โดยเน้นสินค้าที่ประชาชนนิยมและมีความจำเป็นเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน หรือเป็นสินค้าที่ผู้ผลิตมีการลดไซส์เพื่อปรับราคาทางอ้อม เช่น โทรศัพท์มือถือ น้ำยาปรับผ้านุ่ม สบู่เหลว แชมพู เป็นต้น

นายวิศิษฏ์ ลิ้มประนะ รองประธานและประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงมาใกล้ระดับ 33 บาท/ดอลลาร์ ถือเป็นโอกาสของผู้ส่งออก โดยเฉพาะกลุ่มผู้ส่งออกสินค้าเกษตรซึ่งส่วนใหญ่มีกำไรหรือมาร์จิ้นต่ำ อัตราแลกเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยก็กระทบต่อกำไร

ทั้งนี้ระดับค่าเงินบาทที่ 31-32 บาทเช่นปัจจุบันถือว่าเปิดช่องให้ผู้ส่งออกนำไปเสนอราคากับคู่ค้าเพื่อแข่งขันกับคู่แข่งได้ เทียบกับช่วงที่เงินบาทอยู่ที่ 29-30 บาท/ดอลลาร์ ที่แทบจะไปแข่งขันราคาไม่ได้เลย แต่การที่ค่าเงินอ่อนก็มีผลกระทบอีกด้านหนึ่งคือทำให้ราคาสินค้าน้ำเข้าสูงขึ้น อาจทำให้สินค้าที่นำเข้าเพื่อมาขายในประเทศอาจจะปรับตัวขึ้นได้ แต่กรณีของน้ำมันคงไม่ปรับขึ้นเพราะแม้ค่าเงินอ่อนแต่ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลง

“ถ้าแบงก์ชาติสามารถดูแลเสถียรภาพเงินบาทให้อยู่ในระดับปัจจุบันได้ในระยะยาวได้จะเป็นโอกาสที่ดีมากของผู้ส่งออกที่จะส่งออกได้มากขึ้นเข้ามาชดเชยยอดขายในประเทศที่ลดลงเนื่องจากการบริโภคที่ซบเซาจากผลกระทบจากความขัดแย้งทางการเมือง”นายวิศิษฎ์ กล่าว

นายวิศิษฏ์ กล่าวว่า สำหรับการส่งออกอาหารปี 2557 เชื่อว่าจะมีมูลค่าถึง 1 ล้านล้านบาทได้หลังจากกลุ่มที่เคยมีปัญหากลับมาส่งออกได้มากอีกครั้ง เช่น กุ้ง ที่เริ่มฟื้นตัวจากโรคตายด่วน(อีเอ็มเอส) ขณะที่ตลาดยังมีความต้องการสูงทั้งในยุโรปและอเมริกา ขณะที่ไก่ ญี่ปุ่นก็กลับมานำเข้าจากไทย ตลาดเกาหลีและตะวันออกกลางก็ขยายตัวได้ดี

ส่วนข้าวที่มีการส่งออกหดตัวอย่างมากในปีที่ผ่านมา ยังต้องจับตาว่ารัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาจะมีการปรับเปลี่ยนนโยบายรับจำนำข้าวมีการปล่อยให้ข้าวไปอยู่ในมือเอกชนและเอกชนเป็นผู้ส่งออกหรือไม่

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท. กล่าวว่า ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงจะช่วยหนุนการส่งออกกลุ่มยานยนต์ให้ดีขึ้นและเป็นจังหวะที่เหมาะเนื่องจากตอนนี้ผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศได้ปรับแผนการผลิตที่เน้นขายในประเทศไปเป็นเพื่อส่งออกมากขึ้น เห็นได้จากสัดส่วนการผลิตเพื่อส่งออก ณ เดือนพฤศจิกายน 2556 ที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 49% จาก 42% ในเดือนสิงหาคม และคาดว่าปี 2557 นี้จะอยู่ในระดับสูงกว่า50%

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่