posttoday
ชาติพัฒนายึดสไตล์"น้าชาติ"เน้นเป็นกลาง

ชาติพัฒนายึดสไตล์"น้าชาติ"เน้นเป็นกลาง

04 มกราคม 2557

สุวัจน์ ชู พรรคชาติพัฒนายึดไสตล์น้าชาติ เน้นเป็นกลาง ไม่ขัดแย้งใคร ชี้การเมืองตัวการ ความขัดแย้ง แบ่งเป็น 2 ขั้ว ขาดมิตรภาพ

สุวัจน์ ชู พรรคชาติพัฒนายึดไสตล์น้าชาติ เน้นเป็นกลาง ไม่ขัดแย้งใคร ชี้การเมืองตัวการ ความขัดแย้ง แบ่งเป็น 2 ขั้ว ขาดมิตรภาพ

เวลา 09.30 น.วันที่ 4 ม.ค. ที่โรงแรมรามาการ์เด้นท์ พรรคชาติพัฒนา ได้จัดงานปฐมนิเทศผู้สมัคร ส.ส.ทั้งระบบเขตและระบบบัญชีรายชื่อ โดยมีแกนนำพรรค อาทิ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษา, นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรค , นายกระเสริฐ บุญชัยสุข รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะเลขาธิการพรรค, นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา โฆษกพรรค เข้าร่วม ขณะที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

นายสุวัจน์  ลิปตพัลลภ  ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา  บรรยายพิเศษถึงแนวโน้มและสถานการณ์การเมืองปัจจุบันนี้ ว่า พรรคชาติพัฒนาจุดกำเนิดอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา โดยเลือกสีแสดหรือสีส้มเป็นสีประจำจังหวัดมาเป็นสีประจำพรรค ซึ่งเป็นสีที่สดใสและนึกถึงผู้ก่อตั้งพรรค พรรคชาติพัฒนาเข้าสู่สนามเลือกตั้งครั้งแรกในปี 2535/ 2 ได้ 60 เสียง เป็นฝ่ายค้านในสมัยนั้นนายชวนหลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี  และในปี 2557 พรรคชาติพัฒนา กำลังเข้าสู่สนามการเลือกตั้งอีกครั้ง สำหรับบุคลิกของพรรคชาติพัฒนาก็จะเหมือนกับเป็นบุคลิกของพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรี คือประนีประนอม เดินสายกลางกล้าได้กล้าเสียแบบนักกีฬาสำหรับประโยคการแสดงวิสัยทัศน์ของพล.อ.ชาติชาย ในสมัยที่เป็นนายกรัฐมนตรีใหม่ๆ คือ แปลสนามรบเป็นสนามการค้า เพราะท่านคิดว่า เมื่อสันติภาพเกิด การค้าขายก็จะรุ่งเรือง  เน้นเศรษฐกิจนำการเมือง หันหน้าเข้าหากันสร้างสรรค์เศรษฐกิจไทย จุดแข็งของพรรคชาติพัฒนาคือเป็นพรรคที่มีความเป็นกลาง  ประนีประนอม ไม่ขัดแย้งกับใคร ขอให้ทุกคนรักษาบุคลิกนี้ไว้

นายสุวัจน์  กล่าวต่อว่า การเมืองยุคพล.อ.ชาติชาย เป็นยุคการเมืองแบบเพื่อนฝูงอภิปรายในสภาต่อให้ดุเดือดแค่ไหนลงออกจากห้องประชุมมาก็มาจับมือและนั่งกินกาแฟกัน  เป็นการเมืองแบบไม่เอาเป็นเอาตาย อยู่บนพื้นฐานของมิตรภาพ แต่ปัจจุบันหายากเหลือเกิน ดังนั้นเมื่อบรรยากาศการเมืองแบบนั้นไม่มี จึงนำไปสู่ความขัดแย้งมากขึ้น เชื่อว่าทุกคนเป็นห่วงประเทศและสถานการณ์ความขัดแย้งว่าการเมืองจะเดินไปข้างหน้าอย่างไร ความเชื่อมั่นต่างๆ เริ่มมีผลกระทบ โดยมองว่าปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ความขัดแย้งคือปัจจัยด้านการเมืองเป็นหลัก ซึ่งการเมืองในวันนี้ขัดแย้งไม่เหมือนการเมืองในอดีต ปัจจุบันเป็นการเมืองแบบสองขั้ว สมัยก่อนพรรคได้คะแนนเสียงเลือกตั้งต่างกันไม่มาก เพราะทุกพรรคเป็นพรรคขนาดกลาง แต่ขณะนี้พรรคขนาดกลางไม่มีแล้ว เหลือแต่พรรคการเมืองที่ใหญ่สุดๆ และก็เล็กสุดๆ จะมีสองพรรคการเมืองใหญ่เท่านั้นที่ได้คะแนนเสียงหลักร้อย  นอกนั้นหลักสิบเท่านั้น

“ปัจจุบันการเมืองเริ่มแบ่งขั้วอย่างชัดเจนเริ่มมีระยะห่างของมิตรภาพ นี่คือสภาพการเมืองที่เกิดขึ้น จึงเกิดความรู้สึกว่านักการเมืองไม่เหมือนยุคน้าชาติ  ถ้าหากมีผู้ใหญ่ทางการเมือง ก็จะช่วยให้สถานการณ์ต่างๆเบาลง เปรียบเหมือนครอบครัว  เวลาพี่น้องทะเลาะกันก็ไปฟ้องพ่อแม่ให้ไกล่เกลี่ยช่วยแก้ไขปัญหา วันนี้ผมคิดถึงม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมท พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ มากที่สุด เพราะเวลานี้เราไม่มีปู่ย่าหรือพ่อแม่ทางการเมือง นักการเมืองทุกคนอายุใกล้ๆกันหมด จึงอยากให้มีผู้อาวุโสมาคอยบอกคอยสอนเราเวลาคิดเห็นต่างกัน แต่วันนี้เวลามีเรื่องทางการเมืองไม่รู้จะไปหาใครที่เป็นศาลพระภูมิเป็นหลักให้เราไปมาหาสู่หรือมีข้อเสนอแนะ”ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนากล่าว

นายสุวัจน์  กล่าวอีกว่า ขอให้ทุกคนสร้างบรรยากาศทางการเมืองแบบเพื่อนฝูงอย่ามองเป็นศัตรู ให้ความเคารพผู้หลักผู้ใหญ่ ช่วยทำงานให้พรรคเล็กเติบโตขึ้นมา หากมาเป็นส.ส.ต้องช่วยกันทำงาน อย่าไปทะเลาะ แข่งขันกันสร้างสรรค์  แบบนักกีฬา รู้แพ้รู้ชนะ รู้อภัย แพ้ก็แพ้ หากชนะต้องไม่ซ้ำเติมใคร หลักของกีฬาใช้ได้กับการเมือง อยากให้ทุกคนตระหนักเชื่อว่าทุกคนช่วยได้
 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท