
นิติธรระทึกเจอแก็งไล่ล่ากลางดึก
"นิติธร"เผยเจอรถหลายคันขับตามประกบ-ปาดหน้ากลางดึกแถวราชเทวีแถมชักปืนจะยิงโชคดีหนีได้ทัน
"นิติธร"เผยเจอรถหลายคันขับตามประกบ-ปาดหน้ากลางดึกแถวราชเทวีแถมชักปืนจะยิงโชคดีหนีได้ทัน
เมื่อวันที่30ธ.ค. บรรยากาศการชุมนุมของเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ถนนพิษณุโลก ข้างทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 30 พ.ค.ได้มีการจัดการ์ดอาสาสมัครเฝ้าระวังตามแนวด่านสกัดรอบพื้นที่ชุมนุมอย่างเข้มงวด ตรวจสอบรถยนต์ทุกคันที่เข้าออกเป็นพิเศษ ภายหลังจากเมื่อกลางดึกวันที่ 29 ธ.ค.ที่ผ่านมา นายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสาน คปท. และนายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท. 2แกนนำคนสำคัญ ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ไม่ทราบฝ่ายขับรถตามประกบจะจับตัวที่บริเวณแยกอุรุพงษ์ และยังขับรถวนเวียนรอบพื้นที่ชุมนุม ตลอดทั้งคืน
นายนิติธร ล้ำเหลือ ได้แถลงข่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นมื่อเวลาประมาณ 23.30น. วานนี้ (29 ธ.ค.) โดยระหว่างกำลังเดินทางกลับจากเวทีปราศรัยพร้อมกับนายอุทัย ได้ใช้เส้นทางถนนพิษณุโลก จนมาถึงแยกอุรุพงษ์ มุ่งหน้าถนนราชเทวี สังเกตุพบมีรถยนต์ต้องสงสัยหลายคันขับตามประกบ ก่อนจะปาดหน้า จากนั้นก็ใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดเล็งมาที่รถ จึงต้องตัดสินใจเร่งความเร็ว ฝ่าไฟแดงบริเวณดังกล่าว ขับย้อนกลับไปยังเวทีปราศรัยบริเวณสะพานชมัยมรุเชษฐ์ จึงรอดมาได้อย่างหวุดหวิด
นายนิติธร กล่าวว่า เชื่อว่าพฤติกรรมดังกล่าว เชื่อว่าไม่ใช่การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเข้าจับกุมตามหมายจับศาลอาญารัชดา ข้อหานำกลุ่มผู้ชุมนุมบุกรุกกระทรวงต่างประเทศและชุมนุมประท้วงด้านหน้าสถานทูตสหรัฐอเมริกาก่อนหน้านี้อย่างแน่นอน เพราะการจับกุม ควรต้องมีเจ้าหน้าที่แต่งเครื่องแบบให้เรียบร้อย ยิ่งยามวิกาลต้องใช้รถที่แสดงสัญญลักษณ์ ว่าเป็นรถเจ้าหน้าที่ ติดไซเรนท์ มีสัญลักษณ์ตราโล่ มีเครื่องขยายเสียงประกาศชัดเจนว่า เป็นการจับกุมติดตาม
ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวจึงคาดว่าน่าจะเป็นกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่ใช้พฤติกรรมอุ้มฆ่า ซึ่งน่าจะมีสาเหตุมาจากการเสียผลประโยชน์ทางการเมืองแน่นอน เพราะคดีจากการชุมนุมเป็นเพียงข้อหาบุกรุกสถานที่ราชการ หรือ เป็นเพียงกรณีที่ดีเอสไอ ตั้งข้อหาว่าเป็นกบฏ ซึ่งเป็นการต่อสู้ทางการเมือง ไม่ใช่อาชญากรรมที่มีความร้ายแรง และยืนยันมาตลอดว่า จะต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม ไม่หลบหนีไปไหน
"กรณีที่เกิดขึ้นในลักษณะนี้ไม่ใช่การจับกุม แต่เป็นการมุ่งหวังเอาชีวิต มีการใช้อาวุธสงคราม มีการจัดการเตรียมไว้พร้อม ทั้งที่มีด่านตำรวจตั้งอยู่ คนที่ลงมือกระทำได้จะต้องได้รับสัญญาณ หรือ อนุญาตให้ทำการได้ หรือไม่ก็เป็นอำนาจรัฐสั่งการให้กระทำการ หากเหตุการณ์เมื่อคืน โชคไม่ดี เรื่องนี้อาจกลายเป็นอุบัติเหตุ มีการยิงกัน หรือหายไปแบบนายสมชาย นีละไพจิต หรือ นายเอกยุทธ อัญชัญบุตร ก็อาจมีการบอกว่าคดีนี้ ไม่ใช่การกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ"นายนิติธร กล่าว
นอกจากนี้ นายนิติธร ยังระบุอีกว่า ก่อนหน้านี้ ได้รับการแจ้งเตือนว่า จะมีการดำเนินการจับกุม พร้อมกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. ให้เสร็จก่อนวันที่ 30 ธ.ค. เพื่อให้การชุมนุมขับไล่รัฐบาลยุติ โดยจะดำเนินการทุกวิถีทาง ซึ่งถือว่าเป็นการคิดที่ผิด และจะทำให้ภาคประชาชนเกลียดชังรัฐบาล โดยหากแกนนำเป็นไป ประชาชน จะมีวิธีจัดการที่หลากหลาย จัดกับรัฐบาลที่เป็นเผด็จการ ไม่เคารพกฎหาย และทำให้ยากแก่การควบคุมประชาชน และฝ่ายที่ไม่สามารถหลีเลี่ยงความรับผิดชอบได้เลย คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และพรรคพวก







