posttoday
อย่าให้ถึงรัฐประหารการ

อย่าให้ถึงรัฐประหารการ

28 ธันวาคม 2556

เสียชีวิตของนายวสุ สุฉันทบุตร ผู้ชุมนุมกลุ่ม คปท. และด.ต.ณรงค์ ปิติสิทธิ์

เสียชีวิตของนายวสุ สุฉันทบุตร ผู้ชุมนุมกลุ่ม คปท. และด.ต.ณรงค์ ปิติสิทธิ์ ผู้บังคับหมู่งานจราจร สน.ตลาดพลู จากเหตุปะทะกันที่ศูนย์เยาวชนฯ ไทยญี่ปุ่น ได้สร้างความเคลือบแคลงสงสัยว่า เป็นการกระทำจากฝ่ายใดกันแน่เพราะต่างฝ่ายก็ต่างกล่าวหากันไปมา ซึ่งเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่จะต้องเร่งดำเนินการตรวจสอบและนำข้อมูลการสืบสวนสอบสวน มาเปิดเผยต่อสาธารณะให้เร็วที่สุด ก่อนที่การเสียชีวิตของทั้งสองท่านจะกลายเป็นเงื่อนไขใหม่ที่จะนำไปสู่ความรุนแรงที่บานปลายจนไม่สามารถควบคุมได้

ดังนั้น ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมหรือผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์จะต้องให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะต้องวางตัวให้เป็นกลางและเป็นที่เชื่อถือของสังคมว่า จะอำนวยความยุติธรรมให้กับทุกฝ่ายได้อย่างตรงไปตรงมา เช่นเดียวกับฝ่ายอื่นๆ ก็จะต้องไม่ฉวยโอกาสนำข้อมูลอันเป็นเท็จมาเผยแพร่ในช่องทางต่างๆ เพื่อสร้างความสับสนให้กับสังคม เหมือนกับที่มีการนำภาพเหตุการณ์ในอดีตเมื่อปี 2551 มาเผยแพร่ต่อสาธารณะ

วันนี้ สังคมยังมองไม่เห็นทางออกจากวิกฤต เพราะต่างฝ่ายก็ต่างมีท่าทีที่แข็งกร้าวในจุดยืนของตัวเอง โดยฝ่ายรัฐบาลก็อ้างความชอบธรรมที่จะอยู่ทำหน้าที่รัฐบาลรักษาการต่อไป และจะเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 2557 และไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่เสนอให้รัฐบาลพิจารณาเลื่อนการเลือกตั้งออกไป 4-6 เดือน เพื่อลดกระแสกดดันที่มีอยู่ในขณะนี้ ขณะที่มวลมหาประชาชนก็ยืนยันที่จะเดินหน้าล้มการเลือกตั้ง โดยประกาศว่าจะนำมวลชนไปคัดค้านการรับสมัคร สส.ในระบบ ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ

จากสถานการณ์ดังกล่าวจึงไม่มีทีท่าว่าทั้งสองฝ่ายจะลดราวาศอกให้แก่กันและกัน ดังนั้นการเจรจาพูดคุยกันของทั้งสองฝ่ายจึงเป็นเพียงหนทางเดียวที่จะสามารถลดเงื่อนไขความแตกแยกได้ แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าใครจะเข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการประสานให้ทั้งสองฝ่ายได้ยอมมานั่งพูดคุยกัน ซึ่งทางคณะกรรมการการเลือกตั้งได้เสนอตัวมาแล้ว แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับแต่อย่างใด ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลก็พยายามผลักดันสภาปฏิรูปประเทศ แต่กำหนดให้มีคณะกรรมการจำนวน 11 คนเป็นผู้วางกรอบกติกา ซึ่งก็ไม่เป็นที่ยอมรับของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส.

จะเห็นได้ว่าเงื่อนไขของทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าหมายไว้สูงมาก และต่างก็อ้างความชอบธรรมของตัวเอง ดังนั้นผู้ที่จะมาเป็นคนกลางให้ทั้งสองฝ่ายยอมลดราวาศอกกันลงมาได้ จะต้องเป็นผู้ที่มีบารมีและเป็นที่ยอมรับของทั้งสองฝ่าย ซึ่งมีความคาดหวังว่าผู้นำเหล่าทัพน่าจะเป็นผู้ที่ทำหน้าที่เป็นคนกลางในการทำให้ทั้งสองฝ่ายมานั่งเจรจากันแต่ก็ไร้ผล เพราะผู้นำเหล่าทัพทั้ง 3 เหล่าทัพได้ดำเนินการมาแล้วแต่ก็ไร้ผล ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ระบุว่า วันนี้ไม่ปิดและไม่เปิดประตูการรัฐประหาร อยู่ที่สถานการณ์เป็นตัวกำหนด จึงอยากให้คู่ขัดแย้งตรึกตรองให้ดีว่าควรจะมีการรัฐประหารในประเทศไทยอีกหรือไม่

ข่าวล่าสุด

แบงก์ชาติ ชู 3 เสาหลัก รับมือความท้าทาย AI และภัยไซเบอร์

แบงก์ชาติ ชู 3 เสาหลัก รับมือความท้าทาย AI และภัยไซเบอร์