
กปปส.จี้รัฐ-ศอ.รส.แจงเหตุปะทะดินแดง
กปปส.สวดรัฐ-ศอ.รส.ใส่ร้ายประชาชนทำร้ายตำรวจ จี้“เฉลิม”แจงชุดดำโผล่กระทรวงแรงงาน
กปปส.สวดรัฐ-ศอ.รส.ใส่ร้ายประชาชนทำร้ายตำรวจ จี้“เฉลิม”แจงชุดดำโผล่กระทรวงแรงงาน
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษกคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.) กล่าวว่า กรณีที่มีขบวนการนำโดยรัฐบาลและศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) พยายามออกมาบิดเบือนข้อมูลสร้างภาพให้ประชาชนเข้าใจและรู้สึกว่า ตำรวจถูกประชาชนใช้ความรุนแรงทำร้าย ซึ่งคำกล่าวหาดังกล่าวปราศจากหลักฐานและไม่เป็นความจริง
อย่างไรก็ดี ตามข้อมูลจากศูนย์เอรวัณพบว่ามีประชาชนและตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะกันบริเวณศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) รวม 148 คน โดยแบ่งเป็นตำรวจ 36 นาย ประชาชน 112 ราย และยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าว 2 ราย คือ ดาบณรงค์ ปิติสิทธิ์ ผู้บังคับหมู่งานจราจร สน.ตลาดพลู และนายวสุ สุฉันทบุตร ผู้ชมุนุมคปท. ซึ่งเสียชีวิตจากกระสุนปืนจริง
ทั้งนี้ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมา สร้างความแตกแยกและความไม่พอใจกับตำรวจและประชาชน แต่ทั้งหมดได้มีการวางแผนแต่ต้น โดยสะสมอาวุธตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สะสมทั้งแก๊สน้ำตาและอาวุธไว้พร้อม เช่น แก๊สน้ำตาแบบยิ่งและขว้าง กระสุนปืนลูกซองจริงและกระสุนยาง น๊อต ลูกเหล็ก และลูกแก้ว
นอกจากนี้ ยังสังเกตุได้ชัดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวทำเกินกว่า โดยตั้งแต่เวลา 07.00 น. เจ้าหน้าที่เริ่มยิงแก๊สน้ำตาจากนั้นผู้ชุมนุมเริ่มถอยร่น อีกทั้ง ขบวนการจับสลากเบอร์ผู้สมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อก็เสร็จตั้งแต่เวลา 11.00 น. แต่สถานการณ์ยังบานปลายมีการยิ่งแก๊สน้ำตา กระสุน เข้าใส่ผู้ชุมนุม ดังนั้น ชัดเจนว่ามีการเตรียมพร้อมทำเกินกว่าเหตุจนสร้างความไม่พอใจทั้งสองฝ่ายทั้งตำรวจและประชาชน
นายเอกนัฏ กล่าวต่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังมีการปรากฏตัวของชายชุดดำ ซึ่งสันนิษฐานว่ากลุ่มคนเหล่านี้ได้ใช้อาวุธจริงยิงใส่ผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ และการเสียชีวิตของดาบณรงค์ ซึ่งศอ.รส.พยายามบิดเบือนโยนให้เป็นความผิดของประชาชน ทั้งที่ ด.ต.ณรงค์ เสียชีวติจากกระสุนที่ยิงมาจากมุมสูง รวมถึงช่างภาพไทยรัฐ ซึ่งถูกยิงจากมุมสูงจนได้รับบาดเจ็บ
อย่างไรก็ตาม เป็นที่สังเกตุการเสียชีวิตของดาบณรงค์ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ดูแลบริเวณประตู 3 และ 4 ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีตึกสูง 2 ตึก คือ อาคารกีฬาเวสน์ 1 และกระทรวงแรงงาน แต่ที่น่าสงสัย คือ มีการปรากฏภาพชายชุดดำเวลาเดียวกับที่เกิดเหตุบริเวณอาคารกระทรวงแรงงาน ซึ่งปรากฏบนสื่อออนไลน์ และจากการสอบถามเจ้าหน้าที่ว่าบุคคลเหล่านี้ขึ้นอาคารได้อย่างไร
ทั้งนี้ เพราะเวลาดังกล่าวไม่มีผู้ชุมนุมรวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจขึ้นไปได้ เพราะตำรวจปฏิบัติหน้าที่อยู่ในสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ดังนั้น ต้องถาม ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ว่าทราบหรือรู้เห็นเป็นใจกับชายชุดดำหรือไม่ เพราะเวลามันสอดคล้องกับเหตุการณ์ และวิถีกระสุนในตัวผู้เสียชีวิตก็มาจากมุม
“ผมอยากเรียกร้องให้หน่วยงานเกี่ยวข้อง เช่น สตช. ออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าว ว่าชายชุดดำไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเวลาเกิดเหตุเห็นได้ชัดว่า มีผู้ไม่ประสงค์ดีที่แต่งตัวคล้ายตำรวจหรือเป็นตำรวจจริงทุบรถอาสาพยาบาล ดังนั้น อยากให้ชี้แจงเรื่องนี้ว่าความจริงเป็นอย่างไร รวมถึงคนที่แต่งกายเป็นตำรวจถือปืนลูกซองเล็งวิถีตรงเข้าใส่ผู้ชมุนุม เป็นตำรวจหรือไม่ เพราะปฏิบัติไม่ถูกต้องตามหลักสากลที่ต้องเล็งต่ำเพื่อไม่ให้บาดเจ็บ แต่มีประชาชนบาดเจ็บตามใบหน้าและลำตัว”นายเอกนัฏ กล่าว
ส่วนการเคลื่อนไหวของกปปส.ต่อจากนี้ ต้องระวังการเคลื่อนไหว เพื่อไม่ให้กระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เพราะศอ.รส.ไม่สามารถหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ สำหรับข้อเสนอเลื่อนการเลือกตั้ง ทุกฝ่ายเกี่ยข้องต้องพิจารณาเพื่อบรรเทาสถานการณ์ หากกกต.จะเดินหน้ารับสมัคร ก็จะเป็นกลายท้าทายประชาชน







