
ประชาชนรวมพลังสามัคคี...ถวายความภักดีคึกคัก
...เบญมาศ/ธเนศน์
บรรยากาศหน้าลานพระบรมรูปทรงม้า ยาวจนถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เริ่มมีประชาชนได้ทยอยเดินทางมาร่วมงาน
“รวมพลังใจถวายความภักดี” ซึ่งจัดขึ้นตลอดถนนราชดำเนินอย่างคึกคัก โดยประชาชนส่วนใหญ่พร้อมใจสวมเสื้อสีชมพูมาร่วมงาน แม้อากาศจะร้อนอบอ้าว แต่ส่วนใหญ่อยากมาร่วมงาน ส่งความสุขให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฉวีวรรณ อยู่รักษา อายุ 52 ปี เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บางโพเหนือ จ.ปทุมธานี กล่าวว่า สาเหตุที่มาร่วมงาน เพราะอยากมาหาความสุขยามบ้านเมืองไม่ปกติ ภาวะจิตใจของประชาชนย่ำแย่ แต่ก็ยังมีกิจกรรมดีๆ บางอย่างที่ทำให้คนไทยมีความสุขเช่นงานนี้ ทั้งที่ อบต.ไม่ได้บังคับ ทุกคนก็พร้อมใจเดินทางมา
“
แม้จะรู้ว่าร้อน ดูโทรทัศน์อยู่ที่บ้านก็ได้ แต่เมื่อมีการประสานงานมาจากเจ้าหน้าที่ว่า ใครอยากมาร่วมงานเพื่อถวายพระพรในหลวงบ้าง ก็รีบตัดสินใจมาทันที ถ้าเป็นเหตุการณ์เหมือนที่ผ่านมา บ้านเมืองปกติ คนก็จะไม่กระตือรือร้นที่จะมากันมากขนาดนี้ แต่คราวนี้เชื่อว่าทุกคนคิดถึงพระองค์ท่าน บอกว่าจะชวนกันมาถวายพระพรในหลวงปุ๊บ เรามาทันที เห็นมั้ยมีแต่คนบ่นร้อน แต่หน้าตายังสดชื่น พอบอกจะทำให้ในหลวง ใครก็ยอมทำให้ท่านทุกอย่าง” ฉวีวรรณ กล่าวเจ้าหน้าที่ อบต.บางโพเหนือ กล่าวอีกว่า สิ่งที่ทำได้ขณะนี้คือไม่ออกไปวุ่นวายเรื่องของสีเป็นเรื่องที่อยู่ในใจ ในฐานะประชาชนที่พอจะทำได้คืออยู่อย่างสงบ ไม่ต้องเข้าร่วมกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อยู่ฝ่ายไหนมากเกินก็เป็นปัญหา ควรเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงานอย่างเต็มที่ ควรอยู่กันอย่างสงบ และฟังความให้รอบด้าน
ศิริพร อินทร อายุ 61 ปี เดินทางมาจากเขตบึงกุ่มพร้อมกับหลานชาย บอกว่า มาร่วมกิจกรรมที่ทำให้ในหลวงทุกปี งานกาชาดปีนี้ก็มา แม้ว่าสถานการณ์จะไม่ปกติ รู้สึกว่ามางานที่เกี่ยวกับในหลวงแล้วสบายใจและปลอดภัย
“ป้าไปศิริราชนะ ไปเฝ้าพระองค์ ขอได้ไปมอง เราอยากเจอ อยากพบท่าน อยากกราบไหว้ท่าน ขนาดเราเป็นคนกรุงเทพฯ นะ อยู่ใกล้แท้ๆ แต่ไม่เคยกราบท่านเลย งานนี้แม้จะไม่ได้เจอท่าน ได้ชื่นชมบารมีแต่ในทีวี แต่ก็อยากมา เรารักในหลวง มาแล้วมีความสุข มาแล้วเชื่อว่าปลอดภัย เพราะเราเป็นคนไทย ที่เราอยู่จนถึงทุกวันนี้ได้ ก็เพราะพระองค์ทำให้ป้ารู้สึกว่าแผ่นดินนี้ทุกตารางนิ้ว เราเดินแล้วปลอดภัย” ศิริพร กล่าวคุณป้าวัย 61 กล่าวอีกว่า ตอนนี้รู้สึกสงสารพระองค์ อยากให้ทุกคนคิดถึงในหลวง เพราะท่านป่วย เป็นคนไทยก็น่าจะภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย ขนาดประเทศอื่นที่ว่าแย่กว่าไทยก็ยังทนอยู่กันได้ แต่ประเทศไทยไม่ได้แย่เหมือนประเทศอื่น ทำไมมีอะไรถึงไม่อดทนกัน
“ภาพที่ป้าเห็นแล้วสงสารพระองค์มากที่สุดคือ ภาพที่พระองค์นั่งริมน้ำที่โรงพยาบาลศิริราชวันลอยกระทง เหมือนคนเรามีทุกข์ก็ต้องนั่งมองสายน้ำ ป้าคิดว่าพระองค์ก็คงคิดเหมือนกัน เหมือนพระองค์มีเรื่องวุ่นๆ ใจ อยากให้ทุกคนทำให้ท่านสบายใจ ถ้าท่านสบายใจก็จะมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน” นางศิริพร กล่าวสำหรับบรรยากาศการจัดงาน
“รวมพลังใจถวายความภักดี” ตลอดถนนราชดำเนินของหน่วยงานราชการต่างๆ ปรากฏว่าซุ้มที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด เห็นจะเป็นซุ้มของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่เปิดบูธแลกธนบัตรที่ระลึก 100 บาท เนื่องในอภิลักขิตสมัยมหามงคล วันราชาภิเษกสมรส และวันบรมราชาภิเษกครบ 60 ปี โดย ธปท. ให้ประชาชนแลกได้ไม่เกิน 5 ใบต่อรายปรากฏมีประชาชนต่อคิวยาวเหยียด รวมทั้งซุ้มขายสายรัดข้อมือรูปหัวใจ ราคา 100 บาท ก็ได้รับความสนใจจากประชาชนที่ร่วมงาน มีการเข้าแถวต่อคิวซื้อกันจำนวนมาก
กัลยา (ไม่ขอเปิดเผยชื่อสกุล) อาชีพค้าขาย กล่าวว่า ตั้งใจมาร่วมงานครั้งนี้เพราะรักในหลวง ถ้าเป็นไปได้ก็จะพยายามมาร่วมงานทุกวันและจะชวนคนอื่นๆ มาด้วย
สุชาติ (ไม่ขอเปิดเผยชื่อสกุล) พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง กล่าวว่า ไม่ต้องถามก็น่าจะทราบถึงเหตุผลมาร่วมงานในครั้งนี้ และถ้ามาเห็นในงาน คือภาพของประชาชนที่ยังรักในหลวง วันนี้สมาชิกในครอบครัวมาร่วมงานกันเกือบหมด ตั้งใจจะอยู่จนวันสุดท้าย
สมศรี อาชีพรับราชการ กล่าวว่า วันนี้ตั้งใจว่าแสดงถึงความรักที่มีต่อพ่อของประเทศ เพื่อให้พ่อสบายใจว่ามีลูกยังห่วงท่านเป็นจำนวนมาก และลูกแต่ละคนสละทุกอย่างได้เพื่อพ่อ
ด้านบรรยากาศของงานยังคงมีประชาชนทยอยมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง โดยให้ความสนใจกับบูธนิทรรศการ ซึ่งจัดขึ้นโดยกระทรวงต่างๆ ทั้งนี้บริเวณในพื้นที่จัดงานยังมีการแสดงมโหรสพต่างๆ อีกด้วย
นอกจากนี้บริเวณหน้ากองทัพบกมีการแสดงดนตรีของหน่วยปฏิบัติการจิตวิทยา และบริเวณเดียวกันได้มีซุ้มนิทรรศการภาพทรงงานต่างๆ และมีข้อความเขียนถึงความประทับใจของภาพนิทรรศการของบุคคลที่มีชื่อเสียงมากมาย
บริเวณด้านหน้าขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ มีเวทีการแสดงดนตรีพื้นเมืองของชนกลุ่มน้อย นอกเหนือจากการแสดงบนเวทีหลัก ตรงบริเวณพระบรมรูปทรงม้า ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่รอดูการแสดงโขนรามเกียรติ์ ตอนนาคบาส ซึ่งแสดงเป็นวันแรก และจะแสดงอีกรอบในคืนวันที่ 9 พ.ค.







