ปชป.ดีเดย์ดันปฏิรูปหลังปีใหม่
ปชป. ปักธงผลักดันปฏิรูปประเทศ ดีเดย์หลังปีใหม่ พร้อมเสนอตัวปฏิรูปประเทศ เมื่อสถานการณ์ปกติ จวกข้อเสนอ"ยิ่งลักษณ์"มีปัญหาด้านกฎหมาย เบี่ยงเบนประเด็นเพื่อประโยชน์ทางการเมือง
ปชป. ปักธงผลักดันปฏิรูปประเทศ ดีเดย์หลังปีใหม่ พร้อมเสนอตัวปฏิรูปประเทศ เมื่อสถานการณ์ปกติ จวกข้อเสนอ"ยิ่งลักษณ์"มีปัญหาด้านกฎหมาย เบี่ยงเบนประเด็นเพื่อประโยชน์ทางการเมือง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นำทีมผู้บริหาร ประกอบด้วย นายเกียรติ สิทธีอมร นายชำนิ ศักดิเศรฐ รองหัวหน้าพรรคและนายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค แถลงภายหลังการประชุมระหว่างกรรมการบริหารพรรคชุดเก่าและชุดใหม่เกี่ยวกับบทบาทของพรรคในการปฏิรูปประเทศ หลังตัดสินใจไม่ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งในวันที่ 2ก.พ.
นายอภิสิทธิ์ เปิดเผยว่า การขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศไทย วิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันและพิจารณาถึงคำประกาศของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ที่ประกาศตั้งสภาปฏิรูปประเทศรวมถึงการดำเนินการของพรรคทีเกี่ยวกับการปฏิรูป โดยประเด็นแรกเห็นว่าสถานการณ์ปัจจุบันที่รัฐบาลพยายามจัดตั้งสภาปฏิรูปโดยการออกคำสั่งนายกฯหรือระเบียบสำนักนายกฯก่อนสิ้นปีและอ้างว่าเป็นการดำเนินการตามข้อเสนอของ 7 องค์กรธุรกิจเพื่อหาทางออกให้ประเทศไทยนั้น แท้จริงแล้วสิ่งที่นายกฯประกาศเมื่อวานไม่ตรงกับทั้งเจตนารมณ์และข้อเสนอของหลายองค์กรที่ทำงานด้านนี้ เพราะในแง่เจตนารมณ์องค์กรเหล่านี้ต้องการขับเคลื่อนการปฏิรูปเพื่อเป็นทางออกของประเทศที่เผชิญความขัดแย้งในปัจจุบัน แต่เห็นได้ชัดว่ารัฐบาลยังไม่มีคำตอบในการแก้ปัญหาสถานการณ์ปัจจุบันเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่รัฐบาลยืนยันจะจัดในวันที่ 2 ก.พ.57 โดยไม่มีคำตอบว่าการปฏิรูปคู่ขนานจะตอบโจทย์การปฏิรูปได้จริง เพราะมีคำถามในเรื่องกฎหมายที่ผูกมัดให้รัฐบาลหลังเลือกต้องต้องมาดำเนินการตามนี้ และคณะกรรมการสรรหาจะได้บุคคลที่รัฐบาลต้องการหรือไม่ เพราะองค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหามีความผูกพันกับรัฐบาลอยู่
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ประเด็นที่สองที่พรรควิเคราะห์และยืนยันคือ นายกฯและรัฐบาลขาดความชอบธรรมที่จะเป็นเจ้าภาพในเรื่องนี้ แม้นางสาวยิ่งลักษณ์พยายามบอกว่ารัฐบาลไม่เกี่ยวข้องแต่กลับเป็นผู้กำหนดกรรมการสรรหาสภาปฏิรูปเสียเอง ซึ่งดูจากประวัติของรัฐบาลยิ่งลักษณ์มีท่าทีไม่สนองการปฏิรูปประเทศมาโดยตลอด นับตั้งแต่วันที่นายกเข้าสู่ตำแหน่งมีระเบียบสำนักนายกฯเรื่องกรรมการปฏิรูปซึ่งออกโดยรัฐบาลของตนมีนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธาน แต่ลาออกเพื่อเปิดทางให้รัฐบาลชุดใหม่หาบุคคลมาขับเคลื่อนเรื่องการปฏิรูปต่อ
อย่างไรก็ตามรัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่ได้ตั้งกรรมการเข้ามาแทนเพื่อสานต่อการปฏิรูปประเทศ อีกทั้งข้อเสนอในบางเรื่องที่รัฐบาลตนผลักดันแล้วเช่น การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำด้วยการกระจายการถือครองที่ดิน มีการเสนอกฎหมายภาษีที่ดินและทรัพย์สินแต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่ยืนยันจนตกไป
นอกจากนี้ยังมีกรรมการชุดที่สองคือสมัชชาปฏิรูปที่มีนายแพทย์ประเวศ วะสี เป็นประธาน แต่รัฐบาลก็ไม่มีการขับเคลื่อนใด ๆ รวมถึง คอป.ที่นายคณิต ณ นคร เป็นประธาน ซึ่งรัฐบาลยิ่งลักษณ์หาเสียงว่าจะดำเนินการตามบทสรุปของ คอป.แต่ก็มีการฉีกรายงานทิ้งเมื่อบทสรุปไม่ตรงตามที่ตัวเองต้องการ ดังนั้นการมีคณะกรรมการที่จะผูกมัดรัฐบาลชุดต่อไปโดยระเบียบสำนักนายกฯนั้น รัฐบาลชุดนี้ทำให้เห็นแล้วว่าไม่ปฏิบัติตามใด ๆ ทั้งสิ้น
นายอภิสิทธิ์ ยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า เวลาที่มีคณะกรรมการอิสระทำงานเรื่องใดก็ตาม รัฐบาลยิ่งลักษณ์จะใช้วิธีการตั้งคนของตัวเองมาลดทอนน้ำหนัก แปลงสารข้อเสนออย่างชัดเจน เช่น มีคอป.ก็ตั้ง ปคอป. ข้อเสนอไหนเป็นประโยชน์ทำและทำมากกว่าที่ คอป.เสนอด้วย แต่สิ่งไหนที่ไม่เป็นประโยชน์ก็ไม่ทำ เช่นเดียวกับที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้มีคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย แต่รัฐบาลก็ไปตั้ง คอนธ.ที่มีนายอุกฤษ มงคลนาวินเป็นประธาน มาซ้อนทับเพื่อลดทอนการทำงานของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย แม้แต่สถาบันพระปกเกล้าก็ถูกนำรายงานไปใช้ประโยชน์เพื่ออ้างเดินหน้าเรื่องปรองดอง แต่ไม่ได้ให้สถาบันดำเนินการในเรื่องการสานเสวนากลับให้กระทรวงมหาดไทยทำเอง
ไม่เพียงเท่านี้ยังมีสภาปฏิรูปที่ให้นายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นประธาน แต่ไม่เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม ซึ่งในขณะนั้นฝ่ายค้านขอให้หยุดกฎหมายนิรโทษกรรมแต่ก็ไม่ปฏิบัติตามจนมีกรรมการลาออกสองคน แสดงให้เห็นว่านางสาวยิ่งลักษณ์มุ่งแต่จะทำเรื่องที่เป็นประโยชน์กับครอบครัวคือนิรโทษกรรมให้พี่ชายและพวกพ้องมากกว่าการปฏิรูปประเทศ
นายอภิสิทธิ์ ยังระบุด้วยว่า ประเด็นที่สามคือ การดำเนินการในขณะนี้เป็นตัวอย่างที่เห็นชัดเจนว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์นำมาใช้เพื่อชิงความได้เปรียบทางการเมือง เบี่ยงเบนประเด็นแต่ยังคงเดินไปสู่เป้าหมายที่ตัวเองกำหนดอย่างไม่หยุดยั้ง เหมือนกับการที่ถูกต้านกฎหมายนิรโทษกรรมก็ถอย เมื่อกระแสสังคมต้องการการปฏิรูปประเทศก็นำเรื่องนี้กลับมาและยังสอดไส้เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าไปด้วย ทั้งที่ข้อเรียกร้องในปัจจุบันคือการขจัดคอร์รัปชั่น การเลือกตั้งที่เป็นธรรม แต่พฤติกรรมรัฐบาลไม่จัดการปัญหาการทุจริตในโครงการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงการเงินกู้ น้ำท่วม หรือจำนำข้าว
นอกจากนี้พฤติกรรมของนายกฯรักษาการยังใช้สถานะของความเป็นนายกทำกิจกรรมที่อ้างว่าบริหารแต่มุ่งความได้เปรียบหรือคะแนนนิยมในการเลือกตั้ง ทั้งที่ในอดีตที่ผ่านมาคนเป็นนายกฯจะต้องหลีกเลี่ยงกิจกรรมเกี่ยวกับมวลชน เพราะจะมีความได้เปรียบเสียเปรียบ แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์มุ่งลงพื้นที่อย่างเดียว และยังมีภาพเจ้าหน้าที่ ประชาชนมาแสดงการสนับสนุนพรรคการเมือง ซึ่งขัดต่อกฎหมายเลือกตั้งและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ อันเป็นที่มาของการเรียกร้องว่าต้องมีการปฏิรูป ขณะที่กรมสอบสวนคดีพิเศษก็ยังยัดเยียดความผิดให้กับคนที่ต่อต้านรัฐบาล
“พรรคได้ให้ฝ่ายกฎหมายรวบรวมหลักฐานและพิจารณาข้อกฎหมาย ซึ่งบางคนเห็นว่าการกระทำของนางสาวยิ่งลักษณ์มีความผิดสมบูรณ์แล้ว โดยพรรคจะได้พิจารณาเรื่องนี้เพื่อร้องเรียนต่อ กกต.ต่อไป และอยากให้ กกต.ชี้มูลโดยเร็วในประเด็นที่มีความชัดเจน เพื่อให้ได้ข้อสรุปก่อนการเลือกตั้ง ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาว่าเมื่อไปชี้มูลหลังเลือกตั้งแล้วก็จะมีการอ้างว่าได้รับความไว้วางใจจากประชาชนเข้ามา”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ย้ำว่า กระบวนการของน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ใช่การปฏิรูปที่แท้จริงแต่มุ่งไปสู่เป้าหมายตัวเองไม่ตอบโจทย์ประเทศ ทั้งนี้บทบาทของพรรคจะสนับสนุนการปฏิรูปโดยเฉพาะองค์กรที่จะมาทำหน้าที่ในการปฏิรูปแต่ยังไม่มีการพูดถึงสาระการปฏิรูปที่จะผลักดัน
หลังปีใหม่จะเดินหน้าทำกิจกรรมเกี่ยวกับเนื้อหาสาระการปฏิรูปในสองระดับ คือ1 เชื่อมโยงกับกลุ่มบุคคลและองค์กรที่สนใจการปฏิรูป และ 2 เคลื่อนไหวจัดกิจกรรมกับมวลชนทั่วประเทศทุกภาค หัวข้อแรกคือ ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นกับการเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรม การที่พรรคไม่ลงสมัครเลือกตั้งไม่ช่วงชิงอนาจเพราะต้องการร่วมกับประชาชนในการปฏิรูปประเทศ โดยจะทำให้เร็วที่สุด และคิดว่าใช้เวลาไม่ถึงปีแน่นอน เพื่อจะได้รูปธรรมของการปฏิรูปอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตามยอมรับว่ายังไม่รู้จะผลักดันอย่างไรเพราะไม่รู้อะไรจะเกิด แต่ที่ต้องทำเพื่อให้พรรคมีความพร้อมในการถ่ายทอดความคิดการปฏิรูปต่อสังคม เมื่อมีการเลือกตั้งที่ประชาชนยอมรับพรรคก็จะสามารถนำเสนอต่อประชาชนได้ทันที โดยส่วนใหญ่ยึดตามพิมพ์เขียวประเทศไทยและสิบฐานรากที่เคยมีการนำเสนอไปก่อนหน้านี้ รวมถึงการเสนอกฎหมายที่จะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูปประเทศ เช่น กฎหมายทุจริตไม่มีอายุความ กฎหมายภาษีที่ดิน เป็นเรื่องพรรคทำมาแล้วไม่ต้องเริ่มใหม่ ทั้งนี้ยืนยันว่าการรณรงค์ในเรื่องปฏิรูปประเทศเป็นคนละส่วนกับกระบวนการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น และย้ำว่าพรรคไม่มีการขัดขวางการเลือกตั้ง แต่คิดว่าจะมีคนมาขัดขวางการจัดกิจกรรมของพรรคมากกว่า หากดูจากประสบการณ์ในอดีต ทั้งนี้ตั้งใจจะไปในทุกพื้นที่







