posttoday
ถอนทัพหน้าไทย-ญี่ปุ่นรอจังหวะล้มเลือกตั้ง

ถอนทัพหน้าไทย-ญี่ปุ่นรอจังหวะล้มเลือกตั้ง

25 ธันวาคม 2556

เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. ได้เกิดความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ เมื่อ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ได้ตัดสินใจนำมวลชนที่อยู่ด้านหน้าอาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทยญี่ปุ่น) ดินแดง กลับถนนราชดำเนิน หลังจากชุมนุมในพื้นที่ดังกล่าวมาเป็นเวลา 2 วัน

เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. ได้เกิดความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ เมื่อ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ได้ตัดสินใจนำมวลชนที่อยู่ด้านหน้าอาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทยญี่ปุ่น) ดินแดง กลับถนนราชดำเนิน หลังจากชุมนุมในพื้นที่ดังกล่าวมาเป็นเวลา 2 วัน

เหตุผลสำคัญที่ กปปส.ต้องถอนมวลชนออกมาจากพื้นที่นั้น คือ แม้ กปปส.จะได้ล้อมสถานที่ดังกล่าวเอาไว้ แต่ปรากฏว่ายังมีตัวแทนของพรรคการเมืองสามารถเข้าไปยื่นใบสมัคร สส.ระบบบัญชีรายชื่อต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ภายในอาคารกีฬาเวสน์ 2 ได้

ดังนั้น กปปส.จึงเลือกที่จะปรับแผนด้วยการให้ทีมกฎหมายของ กปปส.ได้รวบรวมประเด็นเกี่ยวกับการดำเนินการจัดการเลือกตั้งที่น่าจะเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.และการได้มาซึ่ง สว.ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2554

สำหรับประเด็นที่ กปปส.เตรียมดำเนินการเอาไว้เบื้องต้นมี 2 เรื่อง ประกอบด้วย 1.การเปิดให้พรรคการเมืองสมัครเลือกตั้ง สส.ระบบบัญชีรายชื่อไม่ถูกต้องตาม พ.ร.บ.เลือกตั้งฯ เพราะพบว่าเจ้าหน้าที่ของ กกต.ไปตรวจสอบเอกสารเกี่ยวกับการสมัคร สส.ระบบบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่สถานีตำรวจดินแดง ซึ่งไม่ใช่สถานที่รับสมัครตามประกาศของ กกต.

โดยเมื่อรวบรวมหลักฐานได้ครบถ้วนแล้วจะยื่นเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินดำเนินการส่งฟ้องศาลรัฐธรรมนูญต่อไป เหมือนกับที่ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ทำมาแล้วจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2549

2.การกระทำความผิดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 181 (4) ของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เพราะการลงพื้นที่ตรวจราชการในพื้นที่ต่างจังหวัดของยิ่งลักษณ์ มีลักษณะเป็นการใช้ทรัพยากรและบุคลากรของรัฐ ซึ่งเป็นการกระทำที่ต้องห้ามในระหว่างการยุบสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญ โดยจะยื่นให้ กกต.ตรวจสอบหลังจากกระบวนการสมัคร สส.ระบบบัญชีรายชื่อสมบูรณ์ต่อไป

ขณะเดียวกันเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อบกพร่องในการฟ้องคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้งในอนาคต โดยขณะนี้ได้เตรียมการให้ “พรรคเพื่อฟ้าดิน” ที่มี ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ เลขาธิการพรรค เข้าสมัครรับเลือกตั้งด้วย เพื่อให้มีสถานะเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการเลือกตั้งครั้งนี้

การมีสถานะเป็นผู้มีส่วนได้เสียในการเลือกตั้งของพรรคเพื่อฟ้าดิน ย่อมจะเป็นเหตุให้ฟ้องร้องต่อศาลเพื่อล้มการเลือกตั้งได้ในอนาคต โดยอาศัยข้ออ้างว่าพรรคเพื่อฟ้าดินเป็นผู้เสียหายจากการจัดการรับสมัครของ กกต. เนื่องจากศาลฎีกาได้เคยพิพากษายกฟ้อง พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ อดีตประธาน กกต. จากการจัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2549 มิชอบด้วยกฎหมายแล้ว โดยให้เหตุผลว่า ถาวร เสนเนียม อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง จึงไม่มีอำนาจฟ้องร้อง

อย่างไรก็ตาม ร.ต.แซมดิน ชี้แจงว่า ขณะนี้พรรคยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะลงรับสมัครเลือกตั้งหรือไม่ ซึ่งคาดว่าในวันนี้น่าจะมีความชัดเจน

ด้าน คมสันต์ โพธิ์คง อดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ได้กล่าวบนเวทีปราศรัยที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยวานนี้ว่า เมื่อ กกต.ได้ออกประกาศเป็นลายลักษณ์อักษร ให้ทุกพรรคการเมืองไปสมัคร สส.ระบบบัญชีรายชื่อที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 แล้วจะไปรับสมัครนอกสถานที่ที่ กกต.ประกาศไม่ได้ ดังนั้น หาก กกต.ดำเนินการเกี่ยวกับการดำเนินการสมัคร สส.อย่างหนึ่งใดที่ สน.ดินแดง ก็เท่ากับว่า กกต.ได้ดำเนินการผิดกฎหมายเสียเอง

นอกจากนี้ คมสันต์ ยังระบุอีกว่า การที่นายกฯ ลงพื้นที่ตรวจราชการในหลายจังหวัดเวลานี้ อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนข้อห้ามของรัฐธรรมนูญ มาตรา 181 (4) ด้วย จึงอยากเรียกร้องให้ กกต.เข้ามาตรวจสอบในกรณีนี้

ส่วน ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวเตือนการทำหน้าที่ของ กกต. ว่า กกต.ต้องระวังการดำเนินการในหลายกรณี เพราะอาจจะขัดกับกฎหมายและระเบียบของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น 1.กรณีการเปิดโอกาสให้ 8 พรรคการเมืองมาแสดงเจตจำนงว่ามาลงชื่อก่อนเวลารับสมัคร ตั้งแต่เวลา 03.00 น. ในคืนวันที่ 23 ธ.ค. ซึ่งสงสัยว่าเหตุใดจึงมีเจ้าหน้าที่ของ กกต.มาปฏิบัติหน้าที่ในสถานที่รับสมัคร และ 2.กรณีที่ กกต.ใช้ สน.ดินแดง เป็นที่แสดงเจตนารมณ์ของพรรคการเมืองว่าจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้ง ก็ขัดระเบียบ กกต.ซ้ำอีก

“ไม่อยากให้ กกต.ทั้ง 5 คน ทำผิดกฎหมายเสียเอง จะได้ไม่มีชะตากรรมเหมือน กกต.ชุดจัดเลือกตั้งในปี 2549 ซึ่งพรรคให้ฝ่ายกฎหมายรวบรวมข้อเท็จจริงและหลักฐานในการยื่นร้องต่อองค์กรที่เกี่ยวข้องแล้ว” โฆษกพรรคกล่าว

ขณะที่ สดศรี สัตยธรรม อดีตกรรมการ กกต. ให้ความเห็นว่า เท่าทีดูการทำงานของนายกฯ ในเวลานี้ยังไม่ถือว่าขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 181 (4) เพราะการสมัคร สส.บัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทยยังไม่สมบูรณ์ แต่ห้ามดำเนินการอนุมัติงบประมาณผูกพันตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด และในอนาคตเมื่อการสมัครสมบูรณ์แล้วการหาเสียงของนายกฯ จะไม่สามารถกระทำในเวลาราชการได้

อดีต กกต.รายนี้ กล่าวว่า ผู้ที่เห็นว่านายกฯ มีการกระทำเข้าข่ายความผิดกฎหมายเลือกตั้งก็สามารถยื่นเรื่องให้ กกต.ตรวจสอบตามกฎหมายได้เพื่อให้ กกต.ใช้ดุลพินิจว่าเข้าข่ายจะให้ใบเหลืองหรือใบแดงหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม ถ้า กกต.เห็นว่านายกฯ กระทำความผิดจริงก็จะเป็นความผิดเฉพาะตัวบุคคลเท่านั้น ไม่สามารถฟ้องศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคเพื่อไทย เพราะนายกฯ ไม่ใช่กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่