ในเส้นทาง : เผชิญหน้าความยากลำบาก
ช่วงชีวิตของเราทุกคนต่างล้วนเคยเผชิญหน้ากับความยากลำบากลำพัง
ช่วงชีวิตของเราทุกคนต่างล้วนเคยเผชิญหน้ากับความยากลำบากลำพัง เพียงความยากลำบากทางกายพวกเราสามารถผ่านพ้นได้เมื่อได้รับการพักผ่อน การบำรุงรักษา แต่สำหรับความยากลำบากทางจิตใจ น้ำหนักภาระของความเหนื่อยความหนักสาหัสกว่ามาก ยิ่งหากเป็นการท้าทายที่ยิ่งใหญ่ คือ การเสียสละ ซึ่งหมายถึงการสูญเสียบางอย่าง ผู้นำที่แท้หลายคนต่างล้วนเผชิญหน้ากับโชคชะตาทางเลือกที่ยากลำบาก ทางเลือกที่จะอยู่อย่างสุขสบายภายใต้หน้ากากที่ตนเองรู้ว่าตนเองไม่ซื่อสัตย์กับแรงปรารถนาภายในใจ กับทางเลือกที่จะซื่อสัตย์ต่อคุณธรรม ความปรารถนาที่แท้ภายในจิตใจ และการเลือกประการที่สองก็มักหมายถึงการเสี่ยงต่อการสูญเสียสถานภาพชีวิต ความมั่นคงปลอดภัย และด้วยการเลือกเช่นนี้ ก็คือส่วนหนึ่งของความยิ่งใหญ่ในชีวิตคนธรรมดาที่กลายเป็นคนยิ่งใหญ่ด้วยการเอาชนะบททดสอบความยากลำบากนี้
เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.ที่ผ่านมา โลกได้สูญเสียบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ที่ลาจากโลกนี้ไป คือ อดีตประธานาธิบดีเนลสัน แมนเดลา ความยิ่งใหญ่ของท่านคือ การเป็นแบบอย่างของบุคคลธรรมดาที่เผชิญหน้ากับบททดสอบแห่งความยากลำบาก ในฐานะผู้นำประเทศแอฟริกาใต้ประเทศที่เคยเต็มไปด้วยความเกลียดชัง อคติความเชื่อของการแบ่งแยกสีผิว รวมถึงความหวาดระแวงไม่ไว้วางใจ บททดสอบอันสำคัญคือ ทำอย่างไรที่จะนำพาสังคมประเทศก้าวผ่านอคติความเกลียดชัง ความแตกแยกไปสู่การปรองดองสมานฉันท์ระหว่างคนผิวสีกับคนขาวที่ต่างเป็นพลเมืองของประเทศ นี่คือทางเลือกแรกกับทางเลือกที่พร้อมถูกเลือกมากกว่า คือ ทางเลือกที่จะยอมตามกระแสความเกลียดชัง อคติการแบ่งแยก โดยมีประวัติศาสตร์ของการกดขี่ ข่มเหง การตอบโต้แก้แค้น ความเกลียดชังของคนในประเทศคอยสนับสนุน แต่นั่นหมายถึงความแตกร้าวและการสูญเสียชีวิตเลือดเนื้อโดยไม่จบสิ้น และอย่างที่ทุกท่านได้ทราบ เนลสัน แมนเดลา เลือกที่จะเอาชนะก้าวข้ามสัญชาตญาณของความโกรธ เกลียด และกลัว เลือกที่จะไม่เชื่อกระแสเสียงของคนส่วนใหญ่
การเลือกในเส้นทางสันติภาพ ความปรองดองนี้ย่อมหมายถึงการเรียกร้องในเชิงสติปัญญา การมีวิสัยทัศน์ และหัวใจที่เปิดกว้าง ชีวประวัติของผู้นำท่านนี้ได้สะท้อนถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต การสั่งสมประสบการณ์ในฐานะนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนทั้งในและนอกคุก วาทะสำคัญที่สะท้อนภูมิปัญญาดังกล่าวได้กลายเป็นมรดกความคิดแก่คนรุ่นหลัง ดังเช่น
“ไม่มีใครเกลียดคนอื่นเพราะสีผิว พื้นเพ และศาสนาที่แตกต่างมาตั้งแต่เกิด คนทุกคนจะต้องเรียนรู้ที่จะเกลียดผู้อื่น และเมื่อคนเราสามารถเรียนรู้ที่จะเกลียดได้แล้ว ก็สามารถเรียนรู้ที่จะรักได้เหมือนกัน เพราะโดยธรรมชาติแล้วความรักเกิดขึ้นในหัวใจของคนเราได้ง่ายกว่าความเกลียดเสียอีก”
“ถ้าเราอยากจะสร้างสันติกับศัตรู เราจะต้องจับมือกับศัตรู แล้วศัตรูก็จะกลายเป็นหุ้นส่วนของเรา”
และหนทางของการที่ต้องมาคืนดีกับศัตรูเพื่อสร้างความสมานฉันท์ ย่อมหมายถึงการต้องฝึกฝนตนเองที่จะต้องให้อภัย และสร้างความเมตตาที่ให้กับตนเองและผู้อื่นได้ ความเมตตาต่อตนเองด้วยการไม่ให้ตนเองต้องทุกข์ทรมานกับยาพิษในใจ คือ โกรธ กลัว เกลียด ในจิตใจ ความเมตตากับคนอื่นด้วยการมองเห็นและยอมรับฝ่ายตรงข้ามในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกันได้ หนทางนี้ต้องอาศัยการฝึกฝน ท่านดาไลลามะผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวทิเบตได้อธิบายถึงแง่มุมความเมตตาว่ามี 2 ระดับ ระดับแรก คือ ความเมตตาที่เนื่องด้วยปัจจัยทางชีวภาพ ความสัมพันธ์ทางสายเลือด หรือทางสังคม เป็นความเมตตาที่ไม่ต้องอาศัยการฝึกฝน เช่น ความเมตตาที่พ่อแม่มีต่อลูก หรือความเมตตาจากความสนิทสนม ความรักใคร่ชอบพอที่มีกันฉันเพื่อน คนรู้จักคุ้นเคย ความเมตตาระดับ 2 คือ ความเมตตาที่แท้ มีพื้นฐานที่มาจากการฝึกฝนทางปัญญา ความเข้าใจและความเคารพนับถือซึ่งเกิดขึ้นได้จากการมองเห็นและเข้าใจในความจริงถึงความเป็นเพื่อนมนุษย์ร่วมกัน การไม่แบ่งเขาแบ่งเรา ซึ่งต้องอาศัยการฝึกฝน เช่น เมตตาภาวนา
หลายคนอาจคิดว่าตนเองมีความเมตตา มุมมองของท่านดาไลลามะอาจทำให้เราพบว่า ความเมตตาของเราอาจอยู่ที่ระดับที่ 1 เท่านั้น ประสบการณ์วัยเด็กของพระองค์ที่ทำให้ท่านได้ตระหนักรู้อคติความเมตตาที่มีในตนเองคือ ทุกครั้งที่พระองค์พบสุนัข 2 ตัวกัดกัน ท่านจะเอาใจช่วยตัวที่ตกเป็นรอง และต้องพยายามห้ามใจที่จะไม่เตะทำร้ายเจ้าตัวที่ใหญ่กว่า แข็งแรงกว่า พฤติกรรมเช่นนี้คงเกิดขึ้นในหลายๆ คนตามความเข้าใจว่านั่นคือ ความถูกต้อง อย่างไรก็ดี นั่นคือ ความถูกต้องตามความเข้าใจของเราเอง เพราะการเลือกข้างเช่นนี้แท้จริงคือ ความลำเอียง เป็นการเลือกปฏิบัติตามความรักใคร่ชอบพอ ถือข้างของเรา ความเมตตาระดับที่ 2 เป็นความเมตตาที่ถือหลักความเคารพว่าสิ่งมีชีวิตต่างมีค่าควรแก่ความความรัก เมตตาไม่แตกต่างกัน
เหตุการณ์การเมืองในช่วงเดือนที่ผ่านมานำพาให้สังคมไทยกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทาย ความท้าทายของการเผชิญหน้าความแตกต่างทางความคิด ความเชื่ออุดมการณ์ การต่อสู้ทางการเมืองยากที่จะสิ้นสุด เนื่องเพราะเราทุกคนต่างล้วนติดจมอยู่กับความเมตตาระดับที่ 1 ซึ่งนั่นหมายถึงการเลือกถือข้างที่เป็นพวกพ้องเดียวกับพวกเรา และความเมตตาเช่นนี้ก็พร้อมแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชัง เมื่อมีความผิดหวังเกิดขึ้น ในการยุติสงครามการเมืองไปสู่ความปรองดองที่แท้จึงต้องการความเมตตาระดับที่ 2 เป็นอย่างยิ่งและสังคมไทยต้องการความเมตตาเช่นนี้เพื่อเอาชนะความโกรธ เกลียด และกลัวที่อยู่ในใจของพวกเรา







