ชุมนุมปิดกรุงเทพฯ
การนัดชุมนุมใหญ่วันที่ 22 ธ.ค. จะเป็นการรวมตัวเคลื่อนไหวทางการเมืองของประชาชนครั้งประวัติศาสตร์
การนัดชุมนุมใหญ่วันที่ 22 ธ.ค. จะเป็นการรวมตัวเคลื่อนไหวทางการเมืองของประชาชนครั้งประวัติศาสตร์ที่ต้องบันทึกไว้เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ประจำปี 2556
นัดหมายครั้งนี้เป็นการชุมนุมใหญ่ครั้งที่ 4 นับจากครั้งแรก วันที่ 11 พ.ย. 2556 ครั้งที่ 2 วันที่ 24 พ.ย. ครั้งที่ 3 วันที่ 9 ธ.ค.
ขวัญสรวง อติโพธิ อาจารย์พิเศษคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านผังเมือง และเป็น “มันสมอง” วางยุทธศาสตร์การ “ตั้งเวที” ชุมนุมใหญ่วันที่ 22 ธ.ค. ให้กลุ่มผู้ชุมนุมในนาม กปปส. อธิบายว่า การตั้งเวทีใหญ่ 5 เวที และเวทีย่อยอีก 10 เวที คำนึงถึงการจดจำการรับรู้ของประชาชน รวมถึงประวัติการใช้พื้นที่เดิมในแต่ละเหตุการณ์
หากวิเคราะห์แล้วพื้นที่ที่ง่ายต่อการจดจำ สะดวก คุ้นชิน จะเป็นเหตุผลลำดับแรกๆ ที่ประชาชนจะตัดสินใจเข้าร่วมชุมนุม นั่นคือเส้นทาง “ตัวแอล” เริ่มตั้งแต่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯ เลี้ยวมาทางสยามสแควร์ไปจนถึงราชประสงค์ ซึ่งนับเป็นถนนสายหลักและเป็น “พระเอก” ของงานนี้ เรียกว่าเป็น “สายเอ”
สายความสำคัญรองลงมา หรือ “สายบี” เริ่มตั้งแต่หน้าสวนลุมพินีไปจนถึงถนนสีลม เนื่องจากมีทั้งรถไฟฟ้าบีทีเอสและรถไฟฟ้าบีอาร์ที ซึ่งง่ายต่อการเดินทางอย่างมาก ถือเป็นจุดที่ 2 เพื่อรองรับหาก “สายเอ” หนาแน่นจนรับไม่ไหว
“เวลาคนตัดสินใจจะมาชุมนุม เขาไม่ได้คิดว่าพื้นที่ไหนขาดคนหรือพื้นที่ไหนต้องการกำลังคนมาเติมให้เต็ม เขาคิดเพียงจะไปชุมนุมที่ไหน จะเดินทางอย่างไรให้ง่าย ดังนั้นทั้งสายเอและสายบีถือว่าเป็นพระเอกของพื้นที่การชุมนุม ส่วนเวทีราชดำเนินยังคงเป็นฐานที่มั่นคอยเติมกำลังในจุดต่างๆ” ขวัญสรวง อธิบาย
สำหรับเส้นทางอื่นๆ วางแนวถนนจัดเป็น “แถบ” เช่น แถบที่ 1 เส้นทางสามย่านอนุสาวรีย์ฯ แถบที่ 2 บางรักสีลมราชดำริประตูน้ำอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แถบที่ 3 พระราม 4คลองเตย แถบที่ 4 เจริญผลทองหล่อพระราม 1 ซึ่งทั้งหมดนี้จะ “วัดผล” ความสำเร็จจากความ “คึกคัก” ของสองข้างทาง ซึ่งประเมินกันว่าจะมีมวลชนหลั่งไหลเข้าสู่พื้นที่ต่างๆ มากถึง 5 ล้านคน
“ยุทธศาสตร์คือต้องทำให้กรุงเทพฯ กลาย เป็นถนนคนเดิน ผู้ชุมนุมที่ออกมามีกำลังซื้อ ดังนั้นสินค้าสองข้างทางจะขายดีแน่ วันนั้นตรงกับวันอาทิตย์ จึงคึกคักแน่นอน” ขวัญสรวง ระบุ
อย่างไรก็ตาม การชุมนุมในครั้งนี้จะมีระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าการชุมนุมครั้งก่อนๆ ที่นำคนมาอัดกันเฉยๆ แต่ไม่มีวิธีการสั่งการ โดยครั้งนี้จะมีการตั้งเวทีย่อย ติดตั้งจอโปรเจกเตอร์เชื่อมสัญญาณกับเวทีหลัก และมีการถ่ายทอดสดทั้งแนวราบและมุมสูง เพื่อให้คนได้เห็นว่าแต่ละเวทีเคลื่อนไหวอย่างไรและผู้ชุมนุมมีจำนวนเท่าไร
“จะได้ไม่ต้องมาเถียงกันว่าคนเยอะคนน้อยเท่าไร เพราะเราจะคำนวณและถ่ายภาพมุมสูงให้เห็นนาทีต่อนาที” อาจารย์ขวัญสรวง ย้ำ
สำหรับ 5 เวทีหลัก ประกอบด้วย 1.อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มี อิสสระ สมชัย สมศักดิ์ โกศัยสุข สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม สาวิทย์ แก้วหวาน และ สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ เป็นแกนนำ 2.หอศิลป์กรุงเทพฯ แยกปทุมวัน มี พุทธิพงษ์ ปุณณกัณฑ์ และ สุริยะใส กตะศิลา เป็นแกนนำ
3.แยกราชประสงค์ มี ชุมพล จุลใส และ ศิริชัย ไม้งาม เป็นแกนนำ 4.สวนลุมพินี (สีลม) มี วิทยา แก้วภราดัย จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี สาธิต เซกัล และ สมเกียรติ หอมละออ เป็นแกนนำ และ 5.แยกอโศกฯ มี ถาวร เสนเนียม และ แก้วสรร อติโพธิ เป็นแกนนำ
ทุกเวทีเริ่มต้นตั้งแต่ 13.00 น. มีกำหนดชุมนุมถึงเช้าวันที่ 23 ธ.ค. ซึ่งเป็นวันแรกของการเปิดรับสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ณ อาคารกีฬาเวส 2 สนามกีฬาไทยญี่ปุ่น ดินแดง
ขณะที่เวทีย่อยประกอบด้วย 1.แยกอุรุพงษ์ 2.แยกราชเทวี 3.แยกประตูน้ำ 4.แยกเจริญผล 5.แยกเพลินจิต 6.แยกทองหล่อ 7.หัวลำโพง 8.สามย่าน 9.คลองเตย และ 10.บางรัก โดยทั้งเวทีใหญ่และเวทีย่อยจะมีการถ่ายภาพเคลื่อนไหวมุมสูงทางอากาศเพื่อให้มวลชนได้เห็นความคึกคัก
ทั้งนี้ เวลา 18.00 น. สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. จะขึ้นปราศรัยเพื่อประกาศทิศทางครั้งสำคัญ
สำหรับเวทีราชดำเนินได้นัดรวมพลเวลา 09.00 น. โดยมีมอเตอร์ไซค์ 50 คัน นำขบวน รถแทรกเตอร์ 1 คัน เพื่อป้องกันการสกัด รถปฐมพยาบาล และจะตามด้วยรถขบวนคันหลักติดเครื่องเสียงปราศรัยเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมไปตลอดเส้นทาง นำโดย เสรี วงษ์มณฑา อัญชะลี ไพรีรัก ถัดมาจะมีรถขบวนทิฟฟานีจากพัทยา 30 คัน เต้นโชว์สร้างความคึกคัก
จากนั้นจะมีขบวนรถบัสอีก 60 คัน เพื่อแยกไปบุกบ้านนายกรัฐมนตรี ซอยโยธินพัฒนา 3 ย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา


