
แนะอนาคต กปปส. ทำหน้าที่ยามเฝ้าแผ่นดิน
ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เป็นลายลักษณ์อักษรค่อนข้างจะสมบูรณ์ตามมาตรฐานสากลแล้ว แต่ที่เรามีวิกฤตการเมืองซ้ำซาก เป็นเพราะเรามีปัญหาพิเศษ คือ เรามีนักการเมืองที่เป็นโรคจิตชนิดหนึ่งที่เรียกกันว่า Psychopathy คือ เป็นคนบ้าเงินบ้าอำนาจ โลภมากสุดๆ
ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เป็นลายลักษณ์อักษรค่อนข้างจะสมบูรณ์ตามมาตรฐานสากลแล้ว แต่ที่เรามีวิกฤตการเมืองซ้ำซาก เป็นเพราะเรามีปัญหาพิเศษ คือ เรามีนักการเมืองที่เป็นโรคจิตชนิดหนึ่งที่เรียกกันว่า Psychopathy คือ เป็นคนบ้าเงินบ้าอำนาจ โลภมากสุดๆ
ใช้อำนาจเงินอำนาจการเมืองนั้นอย่างขาดหิริโอตตัปปะ ละเมิดกติกากฎหมายที่มีอยู่เพื่อประโยชน์ของตัวและพรรคพวก และมีความชำนาญพิเศษในการซ่อนเร้นความจริงให้อยู่ภายใต้ภาพหลอนที่ดูสวยอย่างสนิทแนบเนียน จนคนทั่วไปจับผิดได้ยาก
ประกอบกับสังคมไทยยังมีคนยากจนมากที่ยังไร้เดียงสาถูกหลอกถูกซื้อตัวได้ง่าย รัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550 และกฎหมายลูกได้จัดตั้งองค์กรอิสระต่างๆ ขึ้นมาเพื่อตรวจสอบอำนาจรัฐ แต่ก็สู้อำนาจเงินอำนาจการเมืองไม่ได้ ปัญหาสำคัญคือ กลไกในการบังคับใช้กฎหมายไม่ได้ทำตามอำนาจหน้าที่ ถึงเวลาที่ประชาชนจะต้องใช้อำนาจอธิปไตยเข้าควบคุมกลไกในการบังคับใช้กฎหมายโดยตรง
นั่นคือจัดตั้งเป็นองค์กรภาคเอกชน ทำหน้าที่เป็น “ยามเฝ้าแผ่นดิน” แทนประชาชน ดังนี้
1.หลักการและเหตุผล
ประชาธิปไตยของไทยผ่านการปฏิวัติรัฐประหารมาหลายครั้ง ทุกครั้งก็จะต้องล้มล้างรัฐธรรมนูญ พูดถึงการปฏิรูปการเมืองซ้ำซาก แต่ไม่เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างแท้จริง ไม่นานการเมืองก็เข้าสู่วงจรอุบาทว์ดังเดิม หรือเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม
ปัญหาที่สำคัญส่วนหนึ่งเป็นเพราะเราแก้ปัญหาไม่ถูกจุด “เกาไม่ถูกที่คัน” ลองมาช่วยกันออกแบบโครงสร้างอำนาจของรัฐเสียใหม่ โดยให้ประชาชนเป็นยามเฝ้าระวังนักการเมืองข้าราชการตำรวจทหาร ที่กินเงินเดือนของประชาชน แต่ทุจริต ไม่ทำงานตามที่กฎหมายกำหนด
“ยามเฝ้าแผ่นดิน” ไม่มีต้นแบบที่ไหนในโลก เพราะในโลกนี้คนที่มีอำนาจเงินอำนาจการเมือง และเป็นโรคจิต Psychopathy นั้นหาได้ยาก จึงต้องมีกลไกพิเศษภาคเอกชนมาใช้กับสถานการณ์ของไทยโดยเฉพาะ
2.พันธกิจของยามเฝ้าแผ่นดิน
2.1 ตรวจสอบการบังคับใช้กฎหมายของบุคคลหรือหน่วยงานทุกภาคส่วนของรัฐ รัฐวิสาหกิจและบริษัทว่าได้ปฏิบัติตามกฎหมายถูกต้องชอบธรรมหรือไม่
2.2 เมื่อพบว่ารัฐธรรมนูญ กฎหมาย และระเบียบต่างๆ ที่สัมพันธ์กับสิทธิและหน้าที่ของเอกชนนั้นมีจุดอ่อนช่องโหว่ขาดความสมบูรณ์ ก็ควรเสนอให้องค์กรที่มีอำนาจปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ทันต่อเหตุการณ์เสมอ โดยจะต้องติดตามให้ดำเนินการอย่างรวดเร็ว
2.3 ตรวจสอบส่งเสริมหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนให้ยึดหลักธรรมาภิบาลในการบริหารงานบุคคล งานการเงิน และงานบริการชุมชน
2.4 เมื่อพบว่าผู้ใด (หรือองค์กรใด) ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการการเมือง ข้าราชการพลเรือนทหารตำรวจ ทำผิดรัฐธรรมนูญ กฎหมาย หรือกฎระเบียบทางราชการ ให้เอาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีให้ถึงที่สิ้นสุด
ยามเฝ้าแผ่นดินสามารถรักษาผลประโยชน์ให้แก่ประชาชนและประเทศชาติอย่างไร? ยกตัวอย่างกรณีสังหารหมู่ที่มัสยิดกรือเซะ และที่ตากใบ ผ่านไปเกือบสิบปีแล้วยังไม่สามารถเอาตัวผู้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบมาดำเนินคดี ถ้ามีกลไกยามเฝ้าแผ่นดิน ภาคประชาชนประจำจังหวัดหรืออำเภอที่เกิดเหตุจะต้องติดตามตลอดกระบวนการตั้งแต่ตำรวจ อัยการให้ดำเนินคดีโดยมิชักช้า เมื่อถึงศาล ถ้าใคร “ปล่อยเกียร์ว่าง” หรือ “เตะถ่วง” ให้ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. กล่าวหาบุคคลหรือหน่วยงานว่าปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตหรือไม่ ตามกฎหมายอาญามาตรา 157
3.องค์กรการจัดตั้งและบุคลากร
3.1 ให้ กปปส. ในขณะนี้เริ่มเป็นแกนนำในการจัดตั้งเครือข่ายการตรวจสอบอำนาจรัฐ เอกชน จะใช้ชื่ออะไรอื่นก็ได้ตามแต่จะตกลงกัน
3.2 บุคลากรขององค์กรตรวจสอบนี้ล้วนเป็นอาสาสมัครที่ไม่รับเงินเดือน
3.3 การจัดตั้งองค์กร สาขา และเครือข่ายทั่วประเทศให้ขานรับกับพันธกิจที่จะต้องทำ
3.4 เชิญชวนสื่อมวลชน สภาทนายความ ฯลฯ ที่ไม่เป็นฝ่ายพรรคการเมืองเข้าร่วมงานในฐานะต่างๆ ตามแต่จะตกลงกัน
4.ปรัชญาในการทำงาน
4.1 ยึดถือคุณธรรม หลักกฎหมาย และสันติวิธี เพื่อประโยชน์ส่วนรวม
4.2 ส่งเสริมความสามัคคีความปรองดองในการต่อสู้กับศัตรูของประชาชน
4.3 ไม่เป็นฝักเป็นฝ่ายทางการเมือง
4.4 ปฏิบัติต่อพรรคการเมือง กลุ่มผลประโยชน์ และบุคคลหรือคณะบุคคลที่มีความขัดแย้งกัน โดยยึดถือความถูกต้องเป็นหลัก ไม่เข้าข้างใดข้างหนึ่ง
4.5 ส่งเสริมธรรมาภิบาล คนทำความดี ป้องกันคนชั่วที่จะเข้าไปทำงานทางการเมือง
4.6 ใช้ศิลปะในการจูงใจฉันมิตรอย่างละมุนละม่อมก่อน จนไม่มีทางเลือกจึงใช้พลังกดดันทางสังคม และกล่าวหาฟ้องร้องเป็นคดีควา
4.7 พัฒนาองค์กรให้ปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาล
5.แผนงาน งานหลักและงานรอง
5.1 ให้แกนนำ (จะเรียกอะไรก็ตาม) กำหนดแผนงานประจำปี (รวมทั้งแผนงาน 2 3 4 ปีด้วย) โดยผ่านการเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่ขององค์กร
5.2 ในการทำงานนั้นให้จัดลำดับความสำคัญ และความเร่งด่วนไว้ด้วย งานหลักที่สำคัญมากก็เช่น การตามจี้เอาผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้แทนระดับต่างๆ
6.ผลที่คาดว่าจะได้รับ
ไม่ว่าสภาประชาชนที่เสนอโดย กปปส.นั้นจะเกิดได้หรือไม่ก็ตาม และการเลือกตั้ง สส.จะเกิดขึ้นก่อนหรือหลังการปฏิรูปก็ตาม ถ้ามวลชน “9 ธันวามหาสามัคคี” ภายใต้การนำของแกนนำ กปปส. สามารถแปรสภาพเป็นองค์กรภาคเอกชนที่มีเครือข่ายเฝ้าระวังองค์กรภาครัฐได้ทั่วประเทศ จะสามารถทำงานใหญ่ ที่การชุมนุมใหญ่และการปฏิวัติรัฐประหารครั้งก่อนๆ ไม่สามารถทำได้สำเร็จ ดังนี้
6.1 สามารถสืบทอดเจตนารมณ์ของขบวนการต่อต้านระบอบทักษิณ “9 ธันวามหาสามัคคี” ได้ พรรคการเมืองใดมาเป็นรัฐบาลโดยคิดคดทรยศต่อชาติก็ต้องเผชิญกับพลังต่อต้านจากมวลชน
6.2 ถ้า กปปส. แปรสภาพเป็นองค์กรภาคเอกชน คนพันธุ์ทักษิณเสื้อแดง ก็จะต้องยอมรับโดยดุษณียภาพ เป็นการสร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติ ขจัดปัญหาความขัดแย้งยืดเยื้อ
6.3 ถ้าแกนนำ กปปส. เลิกงานการเมืองมาสานต่อเจตนารมณ์ “9 ธันวามหาสามัคคี” พวกเขาจะมีคุณูปการมากกว่าการเป็นผู้นำพรรคการเมืองมาก จะทำงานเพื่อธำรงรักษาความถูกต้องเพื่อชาติโดยรวม
6.4 สามารถทำงานสำคัญที่สุดในสังคมไทย เพราะปัจจุบันเจ้าหน้าที่ไม่บังคับใช้กฎหมาย ไม่ทำงานตามอำนาจหน้าที่ ซึ่งถือเป็นงานหลักของการปฏิรูปการเมือง ส่วนการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายและรัฐธรรมนูญเป็นงานรอง
6.5 จะสามารถช่วยกำจัดและป้องกันคนโกง เช่น คนในระบอบทักษิณให้เกิดขึ้นมาใหม่ สังคมจะย่างเข้าสู่ยุคแห่งการปรองดอง มีความสงบเรียบร้อย และปราศจากการทำรัฐประหาร
7.การเงินและงบประมาณ
ในเบื้องต้น องค์กรภาคเอกชน ยามเฝ้าแผ่นดินนี้ดำเนินงานโดยอาสาสมัครโดยไม่มีค่าตอบแทน รายจ่ายสำนักงานและการปฏิบัติงานภาคสนาม สนับสนุนโดยเงินบริจาคของผู้มีจิตศรัทธา







