
แดงขู่ลุกฮือปกป้องรัฐบาล
แกนนํา นปช. นำโดย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ หารือทางออกประเทศร่วมกับ 7 องค์กรธุรกิจ ยืนยันจุดยืนต้องการให้ประเทศเข้าสู่การเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 2557
แกนนํา นปช. นำโดย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ หารือทางออกประเทศร่วมกับ 7 องค์กรธุรกิจ ยืนยันจุดยืนต้องการให้ประเทศเข้าสู่การเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 2557
โดยระบุว่า การเลือกตั้งคืนเสียงให้ประชาชนทั้งประเทศ คือ ทางออกเวลานี้ และสามารถปฏิรูปควบคู่ไปได้ เพราะหากเลื่อนการเลือกตั้งจะเกิดปัญหาทันที คือ 1.จะใช้อำนาจใดมายกเลิกพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ที่มีการโปรดเกล้าฯ 2.หากยกเลิก พ.ร.ฎ.ได้ แต่รัฐธรรมนูญมาตรา 108 กำหนดไว้ต้องเลือกตั้งภายใน 60 วัน และ 3.หากดึงดันเลื่อนการเลือกตั้งจะใช้อำนาจใดมายกเลิกรัฐธรรมนูญมาตรา 108
ณัฐวุฒิ ย้ำว่า โมเดลสภาประชาชน 300 คน จากสาขาอาชีพ และ 100 คน มาจากการแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒินั้นไม่ต่างกับวิธีการตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อีกทั้งการเสนอนายกรัฐมนตรีคนกลางก็ไม่ต่างจากการตั้ง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกฯ ดังนั้น สภาประชาชนของสุเทพ เทือกสุบรรณ มีกระบวนการที่ไม่ได้มาจากการตัดสินใจของคนทั้งประเทศ และไม่ต่างจากการทำรัฐประหาร เพราะเป็นการดึงเอาอำนาจรัฐไปให้คนกลุ่มเดียวบริหารประเทศ
“ถ้าคุณยังมายึดอำนาจอีก ผมก็มาสู้อีก ถ้าคุณสุเทพจะล้มเลือกตั้งผมมาแน่ และผมจะเอาทุกมวลชนที่เห็นด้วยกับผมมาทวงประชาธิปไตยคืน ขอเรียกร้องให้ 7 องค์กรธุรกิจ แสดงท่าทีให้ชัดว่าบ้านเมืองต้องรักษากฎกติกาไว้ให้ได้” แกนนำ นปช. กล่าว
ธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า ประเทศไทยเดินมาถึงจุดที่น่ากลัว คือ มีการทำให้ประชาชนเกลียดชังกัน เช่น ให้คนเป่านกหวีดหรือโห่ไล่ ซึ่งจะพัฒนาไปสู่การทำร้ายกัน นปช.ไม่อยากเห็นประเทศไทยเป็นเหมือนประเทศรวันดาที่ประชาชนลุกขึ้นมาฆ่าฟันกัน
หลังจบการหารือระหว่าง 7 องค์กรภาคเอกชน อิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานหอการค้าไทย กล่าวว่า 7 องค์กรภาคธุรกิจเห็นร่วมกับ นปช.ที่ไม่ต้องการเห็นความแตกแยก และต้องการเห็นการเลือกตั้งเกิดขึ้นในประเทศไทย โดยเมื่อรับฟังความเห็นแล้วจะรวบรวมข้อมูลจากทุกฝ่ายเพื่อดูว่าความเห็นส่วนใหญ่นั้นเป็นอย่างไร เพื่อกำหนดเป็นความเห็นของภาคเอกชน
อีกด้านมีเสวนาเรื่องประชาธิปไตยที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ในระบอบประชาธิปไตยจะต้องมีระบบตัวแทนจากการเลือกตั้ง มากกว่ารูปแบบของสภาประชาชนที่มาจากการแต่งตั้งและเลือกตั้งกันเอง ซึ่งเป็นตัวแทนของคนหยิบมือเดียวที่จะขึ้นมามีอำนาจ โดยไม่ได้สะท้อนผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่
สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ประเด็นเสียงข้างมากลากไปที่ถูกโจมตีนั้นเป็นปัญหาที่ฝ่ายเสื้อแดงและนักวิชาการต้องเริ่มขบคิด โดยเฉพาะเมื่อได้เสียงข้างมากในสภาสูงแล้วผลักอะไรไปก็ได้ และไม่ใช่สิ่งที่ กปปส.วิจารณ์ทุกเรื่องจะผิดทั้งหมด รวมถึงการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเหมาเข่ง ซึ่งต้องยอมรับว่าถ้าฝ่ายตรงข้ามไม่เคลื่อนไหว เพื่อไทยก็ผ่านกฎหมายไปแล้ว เพราะเสียงข้างมากของเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทยไม่สนใจเรื่องนี้







