posttoday
ปฏิรูปที่ต้องทำ+ทำได้เลย

ปฏิรูปที่ต้องทำ+ทำได้เลย

18 ธันวาคม 2556

หลายๆ คนรู้สึกว่าขณะนี้บ้านเมืองถึงทางตัน

หลายๆ คนรู้สึกว่าขณะนี้บ้านเมืองถึงทางตัน

ฝ่ายรัฐบาลบอกว่าได้ยุบสภาแล้ว ต้องมีการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. ตามพระราชกฤษฎีกา แล้วจะปฏิรูปหลังเลือกตั้ง ฝ่ายผู้ชุมนุมต้องการให้รัฐบาลรักษาการลาออก เพื่อเปิดทางสู่มาตรา 7 ให้มีรัฐบาลชั่วคราว มีสภาประชาชนที่จะปฏิรูปเพื่อให้การเลือกตั้งในอนาคตบริสุทธิ์ยุติธรรม

“ปฏิรูป” ของแต่ละฝ่ายอาจมีความหมายแตกต่างกัน แต่สำคัญอยู่ที่อะไรเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้น

ระบอบทักษิณซึ่งเป็นต้นเรื่องของความขัดแย้ง เติบโตบนความอ่อนแอของประชาธิปไตยไทย ที่ประชาชนจำนวนมากเลือกตั้งด้วยไม่รู้เท่าทัน บางส่วนอาจจะซื้อสิทธิขายเสียง บางส่วนหลงกลนโยบายประชานิยม ที่ครั้งล่าสุดเป็นเสมือนการประมูลแบบราคาไหนก็ได้เอาให้ชนะก็แล้วกัน การเมืองกลายเป็นธุรกิจผูกขาด ต้นทุนสูงอย่างไรก็ยังทำกำไรได้ ได้มากด้วย ประชานิยมใช้ภาษีส่วนรวมเป็นต้นทุน กำไรก็ยิ่งดีกว่าการซื้อเสียง

ปฏิรูปด้วยการแก้กฎกติกาจะช่วยได้ระดับหนึ่ง ทั้งในเรื่องของการเลือกตั้งและการบริหารหลังชนะเลือกตั้ง อาทิ โทษจำคุกคนที่ซื้อสิทธิและขายเสียง คดีทุจริตคอร์รัปชั่นไม่มีอายุความและให้ประชาชนดำเนินการฟ้องได้ ปฏิรูปตำรวจ เพิ่มการกระจายอำนาจ

แต่จากที่ผ่านมา เราจะเห็นว่านักการเมืองสามารถหาวิธีซอกแซกแหกกฎใหม่ๆ ได้ ทั้งที่เปลี่ยนรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้งกันมาหลายครั้งหลายหน แต่ธุรกิจการเมืองกลับพัฒนามากขึ้นยิ่งกว่าเงาตามตัว ฉะนั้นต้องแก้ต่อไป!

ต้องแก้กฎหมายให้เอาผิดถึงผู้บงการอยู่เบื้องหลังการคอร์รัปชั่นต่างๆ รัฐธรรมนูญมาตรา 237 แทนที่จะแก้เพื่อลดความเชื่อมโยงการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งถึงผู้บริหารพรรค สมควรขยายให้กว้างถึง “นายใหญ่” ที่อยู่นอกโครงสร้างตามกฎหมายของพรรคด้วย (แต่ไม่ควรยุบพรรค) ควรขยายขอบข่ายความรับผิดทำนองเดียวกันในมาตรา 68 เรื่องการล้มล้างระบอบการปกครองและมาตรา 265 เรื่องการกระทำที่ขัดกันแห่งผลประโยชน์ โดยเพิ่มโทษจำคุกด้วย เพราะการตัดสิทธิทางการเมืองแทบไม่มีความหมาย

ต้องหาความพอดีในข้อกำหนดที่ออกแบบให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง ไม่ให้เป็นเครื่องมือของธุรกิจการเมือง

ต้องควบคุมนโยบายประชานิยมที่ใช้หาเสียง ตั้งแต่ในบริบทหรือขั้นตอนของการเลือกตั้ง เพราะการตามตรวจสอบในขั้นของการดำเนินนโยบาย นอกจากสายเกินไปแล้วยังจะสายเกินแก้ด้วย เพราะได้รัฐบาลที่ไม่สมควรเข้ามาแล้ว นโยบายเสียหายก็ต้องทำเพราะสัญญาประชาคม และมีโอกาสสูงว่าเขาจะประมูลได้ที่นั่งจำนวนมากจนสามารถใช้เสียงข้างมากลากไปได้แบบธุรกิจผูกขาด

การควบคุมประชานิยมคงต้องระดมสมองกันหนัก แต่น่าจะมีเกณฑ์ในเรื่องความยั่งยืน ทั้งระดับผู้ได้รับประโยชน์ว่าให้หรือสามารถต่อยอดให้มีชีวิตที่มั่นคงหรือมั่งคั่งขึ้นได้ไหมในระดับชาติ มีผลกระทบเสียหายต่อเสถียรภาพทางการคลังของประเทศไหม ซึ่งจะต้องพิจารณาภาพรวมของนโยบายทั้งชุดของพรรคนั้นๆ ด้วย

สำคัญยิ่งกว่ากติกาของนักการเมือง คือการปฏิรูปที่จะต้องเกิดขึ้นในส่วนของประชาชนเอง ให้ตื่นตัวที่จะรับรู้ข้อมูลข่าวสาร รู้จักพินิจพิจารณานโยบายและสถานการณ์บ้านเมือง สามารถเชื่อมโยงประโยชน์ส่วนรวมเข้ากับส่วนตัวได้ เพื่อให้ใช้สิทธิเลือกตั้งด้วยความรู้เท่าทัน ทั้งนี้ต้องให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางในการปฏิรูปต่างๆ

การปฏิรูปส่วนนี้จะใช้เวลานานกว่า เช่น ปฏิรูปสื่อ ปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูปการสอนและการบริหารของศาสนา โดยเฉพาะศาสนาประจำชาติ เพื่อยกระดับของจริยธรรมความซื่อสัตย์ ปลูกฝังให้คนเกิดความพอเพียง รู้จักหาความสุขทีไม่เป็นวัตถุนิยมได้มากขึ้น

การชุมนุมเดินขบวนและอารยะขัดขืนของมวลมหาประชาชนที่ได้พัฒนาอย่างก้าวกระโดดในเวลาอันสั้น นับเป็นการปฏิรูปที่เกิดขึ้นแล้ว แม้ประเทศยังอยู่ที่ทางตัน แต่ก็มีบางสิ่งที่ประชาชนแต่ละคนทำได้ เพื่อให้ชาติของเราเดินไปข้างหน้า เช่น

นอกจากตำหนิการโกงแล้ว ต้องไม่สมรู้หรือสมยอมการโกงในรูปแบบต่างๆ “การโกง” รวมถึงการใช้เส้นสาย เช่น ไม่จ่ายค่าปรับจราจร หรือการลัดคิวต่างๆ ของทางราชการ! เราต้องยอมเสียเวลา หรือเสียกำไรธุรกิจบ้าง เพื่อลดบรรยากาศการคอร์รัปชั่น อาจจะเรียกว่าเสียสละก็ได้ เพราะเป็นการสละวิถีที่เคยชินแบบไทยๆ

ไม่ให้เกียรติคนโกง

ไม่สร้างระบบอุปถัมภ์ที่กระทบการทำงานในภาครัฐ เช่น ไม่ฝากหรือรับฝากคนในตำแหน่งหน้าที่ หรือแม้แต่ฝากลูกหลานเข้าโรงเรียน!

นอกจากไม่เป็นธรรมเพราะจะทำให้ระบบเป็นสองมาตรฐาน เป็นความเหลื่อมล้ำในสังคมซึ่งสมควรปฏิรูปแก้ไขด้วยตัวของมันเองอยู่แล้ว ยังทำให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่น เพราะหากเป็นบุญคุณที่ต้องทดแทนกัน ก็จะมีการกระทำสิ่งไม่ถูกต้องตามมา

“บอกต่อความจริง” (ดูเฟซบุ๊ก) พูดคุยกับคนคิดต่างที่พบเจอด้วยมิตรไมตรี คนส่วนใหญ่จะรับสื่อหรือรับรู้ด้านเดียว แต่เขาอาจพบปะคนหลายด้าน หากเรากระตุ้นให้เขาเห็นมุมมองใหม่ รับฟังข้อมูลรอบด้าน ก็จะช่วยให้ประเทศเปลี่ยนทีละน้อย ทุกๆ วัน การฟังจากปากคนตัวเป็นๆ (Word of Mouth) มักมีอิทธิพลกว่าฟังจากสื่อทั่วไป การพูดคุยทำให้เราอยู่กับความแตกต่างโดยไม่แตกแยก หากร่วมกันบอกต่อความจริง แม้จะเป็นก้าวเล็กๆ แต่ประเทศก็เดินไปข้างหน้า

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69