
นักศึกษามร.เร่งรัดตำรวจสางคดีปะทะนปช.
นศ.ราม ออกแถลงการณ์เร่งตำรวจสางคดีปะทะนปช.ภายใน7วัน แม่เหยื่อวัย17เชื่อลูกถูกฆ่าก่อนเผาคารถบัส
นศ.ราม ออกแถลงการณ์เร่งตำรวจสางคดีปะทะนปช.ภายใน7วัน แม่เหยื่อวัย17เชื่อลูกถูกฆ่าก่อนเผาคารถบัส
นายอนิวัฒน์ นาคเป้า อายุ 22 ปี นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง (มร.) ออกแถลงการณ์ เร่งให้ตำรวจเจ่งสางคดีปะทะกับ ผู้ชุมนุม กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติเข้าร่วม (นปช.) โดยระบุว่า ว่า
1.ขอให้ตำรวจนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษโดยเร็วที่
2.ขอให้มีการตรวจสอบการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเร่งด่วน
3. ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งชี้แจงว่าเหตุใดจึงไม่สามารถเข้ามาดูแลความปลอดภัยของนักศึกษาได้
และ4. ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแสดงท่าทีที่ชัดเจนถึงความรับผิดชอบต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้นของนักษาและประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
โดยให้เวลาเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งชี้แจงถึงประประเด็นดังกล่าวภายใน 7 วัน หากยังไม่มีการปฏิบัติตามข้อเรียกร้องจะมีการยกระดับการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมแก่ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บต่อไป
ด้าน นางนฤมล คำพยัคฆ์ อายุ 36 ปี มารดาของ นายสุรเดช คำแปงใจ อายุ 17 ปี ที่ถูกเผาจนเหลือแต่กระดูกในรถบัสของกลุ่มนปช. ในวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา ก็ได้เข้าร่วมเรียกร้องความเป็นธรรมแก่ลูกชาย โดยระบุว่า ก่อนเกิดเหตุซึ่งเป็นวันที่ 30 พ.ย.ลูกชายเล่าว่าขณะที่กำลังเดินซื้อของกับเพื่อนในตลาดนัดหน้าการกีฬาแห่งประเทศไทย เมื่อเดินออกมาได้ถูกกลุ่มคนเสื้อแดงปาระเบิดปิงปองใส่ แต่โชคดีที่ลูกชายไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด
นางนฤมลต่อมา ในเวลา 10.00 น.ของวันที่ 1 ธ.ค.ได้โทรถามลูกชายว่าอยู่ที่ไหนทำให้ทราบว่า มาร่วมชุมนุมที่มหาวิทลัยรามคำแหง และสมัครเป็นการ์ดอาสาเพราะโกรธที่ถูกคนเสื้อแดงปาระเบิดใส่ กระทั่งมาทราบข่าวว่า ลูกชายเสียชีวิตแล้ว
"เมื่อรู้ข่าวก็ เสียใจมากที่สุดในชีวิต และยิ่งเสียใจมากขึ้นไปอีกที่สื่อมวลชนบางสำนักกล่าวหาว่าลูกชายขึ้นไปขโมยของบนรถทัวร์และสำลักควันเสียชีวิต จึงอยากขอความเป็นธรรมให้ลูกชาย เพราะเลี้ยงลูกมากับมือย่อมทราบดีว่าไม่มีนิสัยลักเล็กขโมยน้อย ซึ่งอยากให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบด้วยว่าลูกชายถูกฆ่าตายแล้วเอาศพไปซ่อนในรถทัวร์หรือไม่" นางนฤมล กล่าว
ด้าน พล.ต.ต.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผบก.น.4 ได้เดินทางมารับมอบหนังสือแถลงการณ์แล้วเดินทางกลับทันดี โดยรับปากว่าจะมาแจ้งผลภายใน 7 วัน ทำให้นักศึกษาและชาวบ้านแยกย้ายกันไป โดยที่ไม่เดินทางไป สน.หัวหมากแต่อย่างใด จากนั้นผู้ชุมนุมได้นำพวงหรีดที่เตรียมนำไปวางที่สน.หัวหมากมาวางไว้ที่หน้ามหาวิทยาลัยแทน
**แฟ้มภาพ**







