posttoday
สื่อนอกจับตาบทใหม่กองทัพผู้ผสานรอยร้าวการเมืองไทย

สื่อนอกจับตาบทใหม่กองทัพผู้ผสานรอยร้าวการเมืองไทย

16 ธันวาคม 2556

สถานการณ์วิกฤตการเมืองไทย ยังคงเป็นที่ติดตามดูของสื่อต่างชาติอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะบทบาทและท่าทีของ “กองทัพ”

โดย...พันธสิทธิ เจริญพาณิชย์พันธ์

สถานการณ์วิกฤตการเมืองไทย ยังคงเป็นที่ติดตามดูของสื่อต่างชาติอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะบทบาทและท่าทีของ “กองทัพ” ที่ไม่ว่าจะขยับไปทางไหนหรือทำอะไรก็จะถูกนำไปตีความทางการเมืองต่างๆ นานา

จึงไม่แปลกที่การที่ผู้นำเหล่าทัพพร้อมใจกันเสนอตัวเข้ามาเป็นตัวกลางแก้ไขวิกฤตความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศ ด้วยการเปิดเวทีหารือรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย โดยมี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธาน เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จะกลายเป็นที่สนอกสนใจของสื่อต่างประเทศอย่างยิ่ง

บทบาทใหม่ดังกล่าวได้สร้างความประหลาดใจให้กับสื่อต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็น เอพี เอเอฟพี รอยเตอร์ส และอัลจาซีราห์ เป็นอย่างยิ่ง

เนื่องจากที่ผ่านมา สื่อต่างชาติมักจะยึดติดกับมุมมองเดิมๆ ที่ว่า กองทัพมักจะเข้ามาแทรกแซงทางการเมืองด้วยการเข้ายึดอำนาจ “ทำรัฐประหาร” ยามเมื่อปัญหาการเมืองเดินมาถึงทางตัน โดยยืนยันได้จากนับตั้งเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองไปสู่ระบอบประชาธิปไตยในปี 2475 ได้มีความพยายามทำรัฐประหารมาแล้วถึง 18 ครั้ง

คริส เบเกอร์ นักวิเคราะห์การเมืองไทยชาวอังกฤษ ได้เผยกับอัลจาซีราห์ ว่า การเปิดเวทีรับฟังความเห็นของกองทัพครั้งนี้ ยังถือเป็นการลบล้างภาพลักษณ์กองทัพที่โดนจับตามาตลอดว่าเป็นฝ่ายที่พยายามซุ่มเงียบเจรจาอยู่หลังฉากทางการเมืองกับกลุ่มผู้ประท้วงรัฐบาลอีกด้วย

ด้านสำนักข่าวชื่อดังอย่างเอพี วิเคราะห์ถึงสาเหตุที่ทำให้ทหารต้องพลิกบทบาทหันมาเป็นตัวกลางในการเป็นผู้เปิดพื้นที่ให้แก้ไขความขัดแย้งทางการเมืองอย่างสร้างสรรค์ ทั้งๆ ที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาได้ถูกกลุ่มผู้ประท้วงกดดันให้ทหารออกมาแทรกแซงการเมืองว่า ทหารได้รับบทเรียนความล้มเหลวจากการใช้กำลังแทรกแซงทางแก้วิกฤตการเมือง จนนำไปสู่เหตุการณ์นองเลือดในอดีตที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ในปี 2535 หรือจะเป็นการปราบม็อบคนเสื้อแดงช่วงกลางปี 2554

ขณะที่การทำรัฐประหารรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร ในเดือน ก.ย. 2549 แม้ว่าจะไม่ก่อให้เกิดการนองเลือด แต่สุดท้ายก็นำไปสู่วิกฤตความแตกแยกในสังคม จนกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การก่อตัวของมวลชนคนเสื้อแดงขึ้นมา

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสื่อต่างชาติจะออกมาแสดงความเห็นไปในทิศทางบวกต่อบทบาทและท่าทีใหม่ของกองทัพ แต่สำนักข่าวรอยเตอร์สเผยว่า ถึงอย่างไรเสีย ทหารก็ยังมีบทบาทอยู่เบื้องหลังความเคลื่อนไหวทางการเมืองอยู่ดี

รอยเตอร์ส รายงานอ้างแหล่งข่าววงในว่า ผู้อยู่เบื้องหลังสนับสนุนม็อบต้านรัฐบาลคืออดีตสองนายทหารที่เคยอยู่ในอำนาจสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ ได้แก่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีตผู้บัญชาการทหารบก และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรัฐมนตรีกลาโหม

“ถึงแม้สองนายทหารจะเกษียณอายุราชการไปแล้ว แต่ยังคงมีอำนาจและบารมีในกองทัพอยู่มาก” รอยเตอร์ส ระบุ พร้อมเสริมว่าไม่เป็นที่แน่ชัดว่าบทบาทในกองทัพของสองอดีตนายทหารใหญ่นั้นมีมากแค่ไหน แต่ทั้งสองคนมีความสนิทชิดเชื้อกับ พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา ผบ.ทบ.คนปัจจุบันเป็นอย่างมาก

ถึงกระนั้นก็ตาม แม้ว่าในสายตาของสื่อต่างชาติจะคงยังสงสัยและเคลือบแคลงใจถึงท่าทีของกองทัพในฐานะเป็นตัวละครลับอยู่เบื้องหลังทางการเมืองอยู่ ทว่าอย่างน้อยที่สุดนั้น บทบาทใหม่ของกองทัพในฐานะการเป็นตัวกลางการเจรจาภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ก็อาจช่วยนำไปสู่ทางออกให้กับประเทศไทยได้ นอกจากเพียงแค่ใช้สูตรสำเร็จรัฐประหารที่ไม่เคยแก้ปัญหาการเมืองได้เบ็ดเสร็จอย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่