posttoday
ลอยแพ "ชาวนา" เซ่นพิษจำนำข้าว

ลอยแพ "ชาวนา" เซ่นพิษจำนำข้าว

16 ธันวาคม 2556

ย่างเข้าปีที่ 3 ของโครงการรับจำนำข้าวเปลือกมาแล้ว 2 เดือนเศษ

โดย...จตุพล สันตะกิจ

ย่างเข้าปีที่ 3 ของโครงการรับจำนำข้าวเปลือกมาแล้ว 2 เดือนเศษ โครงการที่รัฐบาลเพื่อไทยป่าวร้องว่าจะช่วยชาวนาให้หลุดพ้นจากความยากจนและลืมตาอ้าปากได้ได้หวนกลับมาทำร้ายชาวนา

เมื่อชาวนาเกือบ 1 ล้านราย ซึ่งนำข้าวเปลือกเข้าสู่โครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2556/2557 ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา จนถึงป่านนี้ผ่านมาเกือบ 2 เดือนแล้ว ยังไม่ได้เงินค่าข้าวและต่างได้รับความเดือดร้อนกันถ้วนหน้า

เกิดปรากฏการณ์ที่กลุ่มชาวนาออกมาเรียกร้องแกมขู่ให้รัฐบาลเร่งจ่ายเงินค่าข้าว ไม่เช่นนั้นชาวนาอาจปิดถนนประท้วงเพื่อถามหาความยุติธรรม ขณะที่ชาวนาบางกลุ่มบุกไปถึงกระทรวงพาณิชย์เพื่อทวงเงินค่าข้าว

อย่างล่าสุด ชาวนา จ.พิจิตร 200 คน ยื่นหนังสือผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดถึงยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งจ่ายเงินค่าข้าวเปลือก

เนื้อหาในหนังสือร้องเรียนมีใจความว่า “ชาวนาในเขต จ.พิจิตร ได้นำข้าวไปจำนำตามโรงสีต่างๆ ตั้งแต่ช่วงเดือน ต.ค. 2556 จนถึงวันนี้ยังไม่ได้รับเงินที่จำนำข้าวจึงมีความเดือดร้อน เพราะต้องการเงินไปใช้หนี้ค่ารถเกี่ยวข้าว ค่าเช่านา ค่าดอกเบี้ยเงินกู้ ค่าปุ๋ย ค่ายา และค่าใช้จ่ายอื่นๆ”

เสียงชาวนาที่เรียกร้องทวงเงินค่าข้าวเปลือกที่ดังถี่ขึ้นทุกวันๆ ก่อความขัดแย้งระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ให้ปะทุขึ้นอีกระลอก

เมื่อ “ปลัดธงฟ้า” ยรรยง ซึ่งได้รับบำเหน็จเป็นบอร์ด ธ.ก.ส. ตามมติ ครม. วันที่ 19 ก.พ. 2556 หลังเกษียณอายุจากตำแหน่งปลัดกระทรวงพาณิชย์ในเดือน ต.ค.2555 และรั้งตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ เดือน มิ.ย. 2556 จนเหล่าข้าราชการรุ่นน้องๆ เรียกขานกันว่า “ยรรยงโมเดล” ออกอาการฟาดงวงฟาดงาใส่ ธ.ก.ส.และกระทรวงการคลังแบบไม่ไว้หน้า

“ไม่เข้าใจว่าทำไม ธ.ก.ส.ต้องพูดเพื่อสร้างความสับสนให้สังคมและชาวนาว่าไม่มีเงิน ทั้งๆ ที่เงินมีอยู่ ซึ่ง ธ.ก.ส.มีหน้าที่จ่ายเงินให้ชาวนาเท่านั้น ไม่ได้มีหน้าที่ทวงเงินกระทรวงพาณิชย์” ยรรยง ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.

หากจะว่าไปแล้วความล่าช้าและปัญหาในการจ่ายเงินค่าข้าวให้ชาวนาเริ่มมีสัญญาณตั้งแต่ต้นฤดูข้าวนาปรัง ปี 2556 ในช่วงเดือน เม.ย.พ.ค. 2556 แล้ว เมื่อรัฐบาลไม่มีเงินจ่ายค่าข้าวจนต้องบีบให้ ธ.ก.ส.นำสภาพคล่องมาสำรองจ่ายไปก่อน พร้อมทั้งขีดเส้นว่า ภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2556 เงินกู้หมุนเวียนในโครงการจะต้องไม่เกิน 5 แสนล้านบาท

แต่พอเข้าสู่โครงการรับจำนำข้าวปีการผลิต 2556/2557 รัฐบาลต้องการเงินมาใช้ในการรับจำนำข้าว 16.5 ล้านตัน อีก 2.7 แสนล้านบาท แต่ก็ต้องอับจนหนทาง

ด้วยว่าทางฝั่งกระทรวงการคลัง “ไม่สบายใจ” ที่กู้เงินเพิ่ม เพราะหวั่นว่าจะกระทบฐานะการคลังและเครดิตประเทศ เนื่องจากไม่มีการรักษาวินัยการคลัง

มีเสียงเรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์เร่งขายข้าวเพื่อนำเงินมาหมุนเวียนในโครงการรับจำนำข้าวรอบใหม่

แต่กระทรวงพาณิชย์ที่ล่าสุดกอดกองข้าวสารไว้ในมือไม่ต่ำกว่า 15 ล้านตัน ไม่อาจขายข้าวได้ดั่งใจหวัง ซ้ำร้ายขายข้าวแต่ละครั้งก่อนหน้านี้ก็มีข้อครหาขายข้าวขาดทุน “เกินจริง” ไปจนถึงกระทั่งพบว่ามีการทุจริตในการระบายข้าว

เช่น การขายข้าวจีทูจีให้จีน 4.8 ล้านตัน ของกระทรวงพาณิชย์ เป็น “ของปลอม” เพราะส่งออกจริง 3.75 แสนตัน หรือกรณีนำข้าวสารไปทำข้าวถุงขายให้ประชาชนได้ซื้อในราคาถูกใจ ก็ปรากฏว่าข้าวสารที่เบิกไป 6 แสนตัน ถูกนำไปทำข้าวถุงไม่กี่หมื่นตัน และความเสียหายก็เกิดขึ้นแล้วเมื่อ ครม.มีมติอนุมัติงบ 7,000 ล้านบาท ชดเชยการทำข้าวถุงขายขาดทุน

ขณะที่คำกล่าวอ้างของคนในซีกรัฐบาลที่ว่าจะขาดทุนปีละ 12 แสนล้านบาท เพื่อช่วยเหลือชาวนา ถึงวันนี้ก็น่าจะพูดได้ไม่เต็มปากเสียแล้ว เพราะชาวนาส่วนใหญ่ โดยเฉพาะชาวนาภาคอีสานทำนาได้ปีละ 1 ครั้ง ไม่ได้ประโยชน์มากเท่ากับนายทุนชาวนาภาคกลาง

แถมโครงการยังมีช่องทางให้โกงกินได้ทุกขั้นตอน เพราะแม้องค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) จะทุ่มงบ 204 ล้านบาท ทำระบบการออกใบประทวนออนไลน์ (เซมิออนไลน์) หวังปิดช่องการทุจริตการสวมสิทธิชาวนาตั้งแต่ต้นทางและเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2556 เป็นต้นมา

อคส.และ อ.ต.ก.ลงทุนลงแรงจัดหาอุปกรณ์ออนไลน์ลูกข่ายไว้ประจำในจุดรับจำนำและ โกดังกลาง 1,500 ชุดทั่วประเทศ พร้อมจัดหาแท็บเล็ตอีก 180 ตัว มาใช้ในการดำเนินการ

แต่นั่นก็ยังไม่สามารถป้องกันการสวมสิทธิได้ เมื่อ ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง ได้ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 25 พ.ย. โดยยอมรับว่า “ข้าวเปลือกที่เข้าโครงการรอบใหม่ 2 ล้านตัน และทยอยเข้าโครงการต่อเนื่อง พบว่ามีความผิดปกติ มีการนำข้าวเปลือกมาสวมสิทธิชาวนา ซึ่งมติ ครม.บอกว่าก่อนจ่ายเงินให้ตรวจสอบ จึงทำให้ชาวนาได้เงินช้า”

เมื่อถึงตอนนี้โครงการรับจำนำข้าว 1.5 หมื่นบาทต่อตัน ที่ชาวนาได้เงินจริง 1.1-1.2 หมื่นบาทต่อตัน แต่มีการเบิกเงินจาก ธ.ก.ส. 1.48 หมื่นบาทต่อตัน และทุกครั้งที่กระทรวงพาณิชย์ขายข้าวก็จะพบว่าราคาข้าวที่ขายได้ ต่ำเตี้ยติดดินทุกครั้ง ส่งผลให้ทุนรอนที่จะนำมาใช้ในการรับจำนำข้าวของรัฐบาลหมดหน้าตัก

จึงไม่น่าแปลกใจที่ตอนนี้ชาวนาที่นำข้าวเปลือกมาเข้าโครงการรับจำนำจะยังไม่ได้เงิน

วันก่อน ยรรยง ให้สัมภาษณ์ ได้เตรียมเงินไว้ 6 หมื่นล้านบาท และให้ ธ.ก.ส.ทยอยจ่ายเงินให้ชาวนาที่จำนำข้าวให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ แต่ทว่าตอนนี้มีข้าวเปลือกเข้าโครงการ 6 ล้านตันแล้ว และจะมีข้าวเข้ามาอีก 5 ล้านตัน ซึ่งต้องใช้เงินราว 1.65 แสนล้านบาท เท่ากับว่าตอนนี้รัฐบาลยังขาดเงินที่จะจ่ายให้ชาวนา ไม่น้อยกว่า 1 แสนล้านบาท

ผลพวงที่จะตามมาก็คือ ชาวนาส่วนใหญ่ที่รอเงินในโครงการไม่ไหวจะต้องนำข้าวเปลือกไปขายนอกโครงการ ซึ่งราคาข้าวเปลือกเจ้าที่ได้น่าจะอยู่ที่ระดับ 7,000-8,000 บาทต่อตัน ส่วนข้าวหอมมะลิถูกกดราคารับซื้อเหลือ 1.6 หมื่นบาทต่อตัน หรือไม่ก็ต้องนำใบประทวนจำนำกับพ่อค้าโรงสีต้องแบกดอกเบี้ยกันจนหลังแอ่น ทั้งๆ ที่ไม่ควรจะเสีย

และแม้ว่าชาวนาจะขายข้าวไปแล้ว แต่สิทธิเกษตรกรที่ชาวนามีอยู่ก็ยังมี “ราคา” เพราะพ่อค้าและโรงสีสมองใสบางพวกได้เที่ยวออกไปกว้านซื้อสิทธินั้นมาพร้อมกับลายเซ็นชาวนาที่เป็นเจ้าของ ก่อนนำข้าวเปลือกที่ซื้อมาถูกๆ ยัดไส้ใส่ในโครงการ ฟันเงินกันไปเหนาะๆ 1.5 หมื่นบาทต่อตัน มีกำไรทันที 3040% ที่สำคัญพ่อค้าและโรงสีพวกนี้ก็ไม่ต้องรอเงินกันเนิ่นนานเหมือนชาวนา

นั่นเพราะในทันทีที่ผ่านพ้นวันที่ 31 ธ.ค. 2556 ไปแล้ว มติ ครม.ได้เปิดช่องให้รัฐบาลสามารถ “รีด” สภาพคล่องของ ธ.ก.ส.มาจ่ายสำรองเงินค่าข้าวได้เกิน 5 แสนล้านบาท ยิ่งเมื่อฝ่ายการเมืองที่คุมบอร์ด ธ.ก.ส.เบ็ดเสร็จอย่างทุกวันนี้ โบราณเขาเรียกว่า “เตะหมูเข้าปากหมา” ส่วนภาระหนี้โครงการรับจำนำข้าวที่รัฐบาลทำไว้ก็ถูกซุกไว้ที่ ธ.ก.ส.

ยิ่งเมื่อพิจารณาฐานะการเงิน ธ.ก.ส. แม้จะยังดูดีไม่น่าเป็นห่วง แต่จะพบว่า ธ.ก.ส.ปล่อยเงินกู้สนองโครงการรับจำนำสินค้าเกษตรของรัฐบาล โดยเฉพาะข้าวไปแล้ว 7 แสนล้านบาท เทียบกับกรณีการปล่อยสินเชื่อปกติของ ธ.ก.ส.ที่มีอยู่ 9 แสนล้านบาท ตรงนี้ต่างหากที่เป็นสิ่งที่น่ากังวลใจ

เพราะสุดท้ายไม่แคล้วที่เงินกู้ที่ซุกไว้ 7 แสนล้านบาท จะย้อนกลับมาเป็นภาระงบประมาณภาครัฐในที่สุด เช่น ในปีงบ 2557 รัฐบาลต้องตั้งงบประมาณชดใช้หนี้ ธ.ก.ส. 8.2 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 1 ใน 5 ของงบลงทุนปีงบ 2557

นอกจากนี้ แม้ว่ารัฐบาลจะจ่ายเงินค่าข้าวเปลือกให้ชาวนาล่าช้า จะบั่นทอนคะแนนเสียงของพรรคเพื่อไทยที่ชูนโยบายรับจำนำข้าวไปบ้างก็ตาม

แต่นั่นอาจเป็นแรงกระตุ้นให้การหาเสียงของพรรคเพื่อไทยในรอบนี้ ต้องเกทับนโยบายการรับจำนำข้าวเปลือกราคา 1.5 หมื่นบาทต่อตัน เพื่อซื้อใจชาวนา แม้ว่าก่อนหน้านี้ ครม. จะมีมติกำหนดราคารับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง 2557 ไว้ที่ราคา 1.3 หมื่นบาทต่อตัน และจำกัดปริมาณไม่เกิน 3 แสนบาทต่อราย

ท้ายที่สุดโครงการรับจำนำข้าวก็ย้อนกลับมาเป็นภาระให้ประเทศไม่มีที่สิ้นสุด ซ้ำยังสร้างรอยร้าวในสังคม

เช่นที่ ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.คลัง โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. เรื่อง “ปฏิรูป...ปราบโกง” ไว้อย่างน่าสนใจว่า “คนที่ออกไปชุมนุมที่มีฐานะดีนั้น คือ กลุ่มคน ที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือเป็นเจ้าของกิจการขนาดกลางขนาดย่อม ที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล พูดง่ายๆ เขาคือกลุ่มคนที่หารายได้หลักให้แก่รัฐบาล

...เขากังวลว่า เงินที่เขาหาเข้ามาเป็นรายได้ให้แก่รัฐบาลนั้นมีการรั่วไหล มีความเสี่ยงการทุจริต และมีการสูญเปล่าที่ไม่จำเป็น เช่น การเก็บกักตุนข้าวที่นับวันมีแต่เสื่อมสภาพ...”

ดังนั้น ถึงตรงนี้ก็ต้องตริตรองให้รอบด้านว่าเงิน 56 แสนล้านบาท ที่ทุ่มเทไปกับโครงการรับจำนำข้าวในช่วง 2 ปี คุ้มหรือไม่ในระยะยาว และสมควรเปลี่ยนวิธีการช่วยเหลือชาวนาใหม่ที่เงินถึงชาวนาจริงๆ และมีการรั่วไหลน้อยกว่านี้

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด เบรนท์ฟอร์ด พบ ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด เบรนท์ฟอร์ด พบ ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69