
อัดปูอ้างคำ"หมอประเวศ"พูดความจริงครึ่งเดียว
หมอชูชัยชี้"ยิ่งลักษณ์" อ้างคำกล่าวหมอประเวศแต่กลับพูดไม่หมด ซัดที่ผ่านมาไม่เคยให้เกียรตินำมติสมัชชาปฏิรูปเข้าพิจารณาในครม.
หมอชูชัยชี้"ยิ่งลักษณ์" อ้างคำกล่าวหมอประเวศแต่กลับพูดไม่หมด ซัดที่ผ่านมาไม่เคยให้เกียรตินำมติสมัชชาปฏิรูปเข้าพิจารณาในครม.
นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ อดีตกรรมการสมัชชาปฏิรูป กล่าวว่า การที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์ว่า "..ช่วงเวลานี้การเมืองควรจะมีการปฏิรูป แต่วิธีการจะทำอย่างไรให้ทุกฝ่ายยอมรับเรื่องการปฏิรูป โดยตนเห็นด้วยกับคำพูดของ นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ที่ระบุว่าสังคมไทยเรายังมีความเหลื่อมล้ำ ต้องสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ไม่ใช่เปลี่ยนรัฐบาล และไม่ใช่การทะเลาะกัน แต่ต้องหันหน้าพูดคุยกัน.." นั้น เป็นการพูดความจริงเพียงครึ่งเดียว เพราะในบทความชื่อ จากคัดค้านนิรโทษกรรม สู่การสร้างพลังพลเมืองเปลี่ยนแปลงประเทศ ที่นพ.ประเวศเขียนไว้มีข้อเสนอ 5 ข้อ โดยในข้อ5. ได้เสนอว่าไม่ควรมุ่งล้มรัฐบาล แต่มีข้อตกลงร่วมกัน
อย่างไรก็ตามข้อตกลงร่วมกัน4ข้อนั้น รัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่ได้รับไปดำเนินการแม้แต่ข้อเดียว เช่น รัฐบาลสัญญาว่าจะป้องกันปราบปรามคอร์รัปชั่นอย่างจริงจังและยินดีให้องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นเข้ามาตรวจสอบ เป็นต้น
นพ.ชูชัย กล่าวว่า หลังจากวันที่ 20 พ.ย. ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีสว.สภาผัวเมียว่าไม่เคารพหลักนิติธรรม อีกทั้งการไม่ยอมรับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ จนถึงปรากฎการณ์มวลมหาประชาชนเมื่อวันที่ 24 พ.ย. และต่อเนื่องมาถึงปรากฎการณ์เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ที่พลเมืองหลายล้านคนทั่วประเทศออกมาชุมนุมขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์และระบอบทักษิณ
"ท่านอาจารย์หมอประเวศ วะสีได้กล่าวแก่ผมและนายพิภพ ธงไชยว่าจะไม่ออกมาให้สัมภาษณ์หรือเขียนบทความที่อาจถูกนำไปอ้างเพื่อลดทอนพลังการเคลื่อนไหวของประชาชน ดังนั้นคำกล่าวอ้างของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงเป็นการให้ข้อมูลไม่ครบถ้วนและไม่คำนึงถึงบริบท ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรีไม่ได้ให้เกียรตินำหนังสือของนพ.ประเวศ ในฐานะประธานคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปที่เสนอสรุปผลมติสมัชชาปฏิรูปครั้งที่สอง 6มติ เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อให้คณะรัฐมนตรีได้รับทราบหรือพิจารณา แต่มาบัดนี้กลับมาอ้างถึง นพ.ประเวศว่าอย่าเปลี่ยนรัฐบาลและเชิญชวนให้ทุกฝ่ายยอมรับการปฏิรูปและหันมาร่วมมือกันปฏิรูป"นพ.ชูชัยกล่าว
นพ.ชูชัยกล่าวอีกว่า ใครก็ตามที่อยู่เบื้องหลังผลักดันให้คนที่มีปัญหาด้านสติปัญญา มีปัญหาด้านการรับรู้ สามารถพูดจาโกหกหลอกลวงประชาชนได้ตลอดเวลาโดยไม่รู้สึกผิดชอบชั่วดี ขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศ ส่วนตัวถือว่าคนคนนั้นได้กระทำการหยาบคายต่อแผ่นดินถิ่นเกิดเป็นที่ยิ่ง







