posttoday
อย่าให้สูญเปล่า

อย่าให้สูญเปล่า

11 ธันวาคม 2556

แม้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะประกาศยุบสภาเพื่อคลี่คลายสถานการณ์เฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นกับรัฐบาลอันเนื่องจากประชาชนขาดความไว้วางใจจนออกมาแสดงพลังเดินขบวนครั้งใหญ่ และกำหนดให้วันที่ 2 ก.พ. 2557 เป็นวันเลือกตั้ง แต่สถานการณ์การเมืองขณะนี้ยังอึมครึม ไม่เห็นทางออกว่าจะยุติลงอย่างไร บ้างไปไกลถึงว่าจะมีการเลือกตั้งหรือไม่ หรือถ้ามีรัฐบาลใหม่แล้วจะเกิดการขับไล่เป็นวงจรเดิมอีกหรือไม่

แม้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะประกาศยุบสภาเพื่อคลี่คลายสถานการณ์เฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นกับรัฐบาลอันเนื่องจากประชาชนขาดความไว้วางใจจนออกมาแสดงพลังเดินขบวนครั้งใหญ่ และกำหนดให้วันที่ 2 ก.พ. 2557 เป็นวันเลือกตั้ง แต่สถานการณ์การเมืองขณะนี้ยังอึมครึม ไม่เห็นทางออกว่าจะยุติลงอย่างไร บ้างไปไกลถึงว่าจะมีการเลือกตั้งหรือไม่ หรือถ้ามีรัฐบาลใหม่แล้วจะเกิดการขับไล่เป็นวงจรเดิมอีกหรือไม่

ปรากฏการณ์ความขัดแย้งขณะนี้ เปรียบเสมือนรถไฟสองขบวนที่มีพลังขับเคลื่อนพอๆ กัน และพร้อมที่จะพุ่งเข้าใส่กันได้ทุกเมื่อ ซึ่งไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการเผชิญหน้าของสองขั้วอำนาจ ระหว่างกลุ่มต่อต้านระบอบทักษิณ กับกลุ่มผู้สนับสนุน แต่ 10 กว่าปีที่ผ่านมา ต่างฝ่ายต่างชุมนุม คัดค้าน เดินขบวน เกิดการรัฐประหาร มีการใช้ตุลาการภิวัฒน์ขจัดการใช้อำนาจมิชอบ การใช้ความรุนแรงผ่านคนชุดดำเพื่อเปลี่ยนแปลงรัฐบาลจนเลือดตกยางออก บาดเจ็บนับพัน

ความสูญเสียที่เกิดขึ้นในห้วงความขัดแย้งที่ผ่านมา สังคมไทยได้บทเรียนมาก ทั้งการตื่นตัวไม่ให้ใช้ความรุนแรง การปฏิเสธอำนาจนอกระบบในการเปลี่ยนผ่าน แต่นั่นยังไม่มากพอ เพราะยังไม่สามารถผลักดันให้เกิดการปฏิรูปเชิงโครงสร้างเพื่อสร้างความเท่าเทียมกันในสังคมอันเป็นปัญหาพื้นฐานที่เรื้อรังมานาน อาทิ การปฏิรูปที่ดิน การปฏิรูประบบภาษี การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม

การออกมาของมหาประชาชนครั้งนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นครั้งยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์การเดินขบวนทางการเมืองในประเทศไทย ทำลายสถิติเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 โดยเฉพาะในวันที่ 24 พ.ย. และวันที่ 9 ธ.ค. 2556 ที่ผ่านมา เป็นภาพประจักษ์ว่าประชาชนได้ใช้สิทธิอำนาจอธิปไตยของตนต่อรองขับไล่ฝ่ายการเมืองเพราะทนไม่ได้กับพฤติกรรมฉ้อฉลใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ให้ตัวเองและพวกพ้อง ผ่านการออกกฎหมายนิรโทษกรรม รวมไปถึงการคอร์รัปชั่นในวงกว้าง

น่าเสียดายหากการลุกฮือของคนไทยหลายล้านคนทั่วประเทศครั้งนี้ ซึ่งนิยามต่างๆ นานา ว่าเป็นการ “ประชาภิวัฒน์” “ปฏิวัติประชาชน” ไม่ได้สร้างพลังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกเช่นที่ผ่านมา ได้แค่การหยุดกฎหมายล้างผิดและการยุบสภา รอเวลากลับบ้านไปเป็น “ผู้ดู” เหมือนเดิม ดังนั้น ทุกภาคส่วนที่แข็งขันเรียกร้องให้มีการปฏิรูปประเทศ ควรใช้โอกาสนี้กดดันพรรคการเมืองในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง นำเสนอวาระปฏิรูปด้านต่างๆ เช่น การขจัดปัญหาคอร์รัปชั่น การกระจายอำนาจ การปฏิรูปตำรวจ เป็นสัญญาประชาคม หากได้รับเลือกเป็นรัฐบาลจะเร่งดำเนินการ ไม่บิดพลิ้ว ตระบัดสัตย์ เพื่อไม่ให้การต่อสู้ครั้งสำคัญนี้สูญเปล่าอีก

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่