posttoday
โลกจับตา 9.39 วันนี้ ดีเดย์รุกฆาตระบอบทักษิณ

โลกจับตา 9.39 วันนี้ ดีเดย์รุกฆาตระบอบทักษิณ

09 ธันวาคม 2556

กลายเป็นที่จับตามองจากสื่อทั่วทุกมุมโลกอีกครั้ง สำหรับสถานการณ์วิกฤตการเมืองไทย เมื่อกลุ่มผู้ประท้วงรัฐบาล

โดย...พันธสิทธิ เจริญพาณิชย์พันธ์

กลายเป็นที่จับตามองจากสื่อทั่วทุกมุมโลกอีกครั้ง สำหรับสถานการณ์วิกฤตการเมืองไทย เมื่อกลุ่มผู้ประท้วงรัฐบาล หรือกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ซึ่งนำโดย สุเทพ เทือกสุบรรณ ประกาศจะนำมวลชนประกาศชัยชนะขั้นเด็ดขาดเข้ายึดทำเนียบรัฐบาล เพื่อกำจัด “ระบอบทักษิณ” ให้หมดสิ้นไปจากผืนแผ่นดินไทย ภายในวันนี้

ยังไม่ทันที่ทัพของมวลมหาประชาชนจะเริ่มเดินขบวน ทางฟากของพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้ออกมาโหมโรงก่อนวันเผด็จศึกด้วยการประกาศว่าสมาชิกพรรคได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แล้วทุกคน โดยให้เหตุผลว่าพรรคไม่อาจทำงานอยู่ในสภาที่ไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชนได้อีกต่อไป

การเดินหมากของพรรคฝ่ายค้านได้รับการคาดหมายจากสื่อและนักวิเคราะห์จากต่างประเทศ เช่น สำนักข่าวเอพี ว่าจะทำให้วิกฤตการณ์การเมืองไทยส่อเค้าไปในทิศทางที่รุนแรงมากยิ่งขึ้นอีกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เนื่องจากการประกาศลาออกจากการทำหน้าที่ สส.ของพรรคประชาธิปัตย์ จะยิ่งทำให้ประเทศไทยไม่สามารถใช้กลไกของรัฐสภาในการหาทางออกให้กับประเทศได้

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในอีกด้านหนึ่งนั้น นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะยื่นข้อเสนอให้กับฝ่ายผู้ต่อต้านด้วยการยอมยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ ทว่าดูเหมือนว่าข้อเสนอดังกล่าวของยิ่งลักษณ์จะไม่ตอบโจทย์ของกลุ่มผู้ประท้วงเลย

เพราะผู้ประท้วงไม่ได้ต้องการแค่ “ลาออก” แต่หมายถึงการที่ท่านนายกฯ ปู ต้องก้าวลงจากอำนาจ และเปิดทางให้มีสภาประชาชนที่มาจากการสรรหา เข้ามาทำหน้าที่แทนระบบการเมืองแบบผู้แทนในรัฐสภาที่มีอยู่เดิม รวมทั้งตระกูลชินวัตรต้องให้คำมั่นว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีก

หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ จากสหรัฐ วิเคราะห์ว่า สาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ชุมนุมประท้วงออกมายื่นข้อเสนอในลักษณะดังกล่าว เป็นเพราะการที่พรรคฝ่ายค้านอย่างประชาธิปัตย์ไม่สามารถแข่งขันได้เลยในระบอบประชาธิปไตยโดยผ่านการเลือกตั้ง

เพราะการที่พรรคเพื่อไทยสามารถกุมเสียงได้เบ็ดเสร็จในภาคเหนือและอีสานนั้น ทำให้การเลือกตั้งไม่ใช่การแข่งขัน หากแต่เป็นชัยชนะอย่างเบ็ดเสร็จของขั้วการเมืองหนึ่งไปแล้ว

นอกจากนี้ บทเรียนทางการเมืองในอดีตก็เป็นเครื่องชี้ชัดแล้วว่า แม้ว่าที่ผ่านมาฝ่ายต่อต้านรัฐบาลในอดีต หรือ “กลุ่มเสื้อเหลือง”จะประสบความสำเร็จในการโค่นล้มรัฐบาลของทักษิณ และรัฐบาลในระบอบทักษิณมาได้หลายครั้งหลายหน นับตั้งแต่เกิดรัฐประหาร 2006 เช่นเดียวกับที่ศาลมีคำพิพากษายุบพรรคในเครือข่ายของทักษิณ ทว่าสุดท้ายแล้ว พรรคเครือข่ายของทักษิณก็กลับมาชนะเลือกตั้งอย่างถล่มทลายทุกครั้งไป ไม่ว่าจะเป็นปี 2008 หรือปี 2010

ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้กลุ่มผู้ประท้วงรัฐบาลมองไม่เห็นทางออกอื่นในการแก้ปัญหา จึงหันมาใช้วิธีการเดินขบวนบนท้องถนน เพื่อกดดันให้ทหาร ศาล และชนชั้นนำลงมาแทรกแซงทางการเมือง พร้อมกับเรียกร้องให้มีการจัดตั้งสภาประชาชน เพื่อมาทำหน้าที่บริหารประเทศแทนผู้นำที่มาจากการเลือกตั้ง

ด้านหนังสือพิมพ์วอลสตรีท เจอร์นัลเปิดเผยรายงานกึ่งวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่ทำให้รัฐบาลของยิ่งลักษณ์ต้องตกอยู่ในที่นั่งลำบากเช่นนี้ว่า เกิดจากการเดินหมากทางการเมืองที่ผิดพลาดของผู้นำหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ ไม่สามารถสลัดทิ้งภาพลักษณ์ของการเป็น “หุ่นเชิด” ของทักษิณ ผู้เป็นพี่ชาย ที่ถูกทหารยึดอำนาจไปเมื่อปี 2006 ออกไปได้

สื่อสิ่งพิมพ์ชื่อดังจากสหรัฐวิจารณ์ต่อว่า ไฟแห่งความฉงนสงสัยของสังคมดังกล่าวต่อตัวของนายกรัฐมนตรีหญิง ยิ่งได้รับการโหมกระพืออย่างหนัก และกลายเป็นที่มาของการลุกฮือขึ้นประท้วงต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่ในเมืองไทย หลังจากที่พรรคเพื่อไทยตัดสินใจเดินหน้าผลักดัน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เข้าสภาเพื่อช่วยลบล้างความผิดให้กับทักษิณในทุกคดี

ทั้งนี้ แม้ว่ายิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทยจะตัดสินใจใส่เกียร์ถอยด้วยการปล่อยให้ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมตกไป หลังจากที่ถูกวุฒิสภาลงมติไม่รับร่าง แต่นั่นก็สายไปแล้ว เพราะความไม่พอใจต่อรัฐบาลได้ลุกลามไปสู่การชุมนุมขับไล่รัฐบาลไปแล้ว และไม่เพียงเท่านั้น ล่าสุด ข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม นำโดย สุเทพ อดีต สส.ฝ่ายค้าน ยังขยายไปถึงการกำจัดระบอบทักษิณอีกด้วย

ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ จากมหาวิทยาลัยเกียวโตในญี่ปุ่น กล่าวกับหนังสือพิมพ์วอลสตรีท เจอร์นัล ว่า สาเหตุที่นำไปสู่การเกิดวิกฤตการเมืองในปัจจุบัน ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะตัวของยิ่งลักษณ์เอง เนื่องจากต้องเข้าใจว่าในอดีตตัวของผู้นำหญิงของไทยไม่มีประสบการณ์ทางการเมือง โดยก่อนจะก้าวเข้ามาเล่นการเมือง ก็เป็นเพียงแค่ผู้บริหารระดับสูงให้กับบริษัทแห่งหนึ่งที่ทักษิณเป็นเจ้าของเท่านั้น

ขณะเดียวกัน ในระหว่างการลุยหาเสียงเลือกตั้ง ทักษิณก็เคยประกาศไว้ว่า ยิ่งลักษณ์เปรียบเสมือนร่างโคลนนิ่งของตนเอง ภายใต้สโลแกนว่า “ทักษิณคิด ยิ่งลักษณ์ทำ”

นอกจากนี้ การที่ยิ่งลักษณ์เดินหน้าใช้นโยบายประชานิยม เหมือนเช่นในสมัยที่ทักษิณเคยใช้มาก็ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มชนชั้นนำดั้งเดิมในประเทศ

ถึงกระนั้นก็ตาม แม้ว่ายิ่งลักษณ์จะใช้นโยบายเหมือนที่พี่ชายเคยทำมา แต่ต้องยอมรับเช่นกันว่าไม่สามารถทำได้ดีเมื่อเทียบกับที่ทักษิณเคยทำไว้

เห็นได้ชัดจากนโยบายจำนำข้าว ที่ทำให้ประเทศขาดทุนปีละ 2 แสนล้านบาท แต่รัฐบาลกลับยังคงเดินหน้าทำอยู่ โดยอ้างเพียงแค่ว่าต้องทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ และพัฒนาความกินดีอยู่ดีของเกษตรกร ทั้งๆ ที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้ออกมาวิจารณ์และขอให้ทบทวนโครงการดังกล่าวแล้ว

ปิดท้ายที่หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทมส์ แสดงทัศนะว่า ถึงแม้ที่ผ่านมารัฐบาลจะพยายามประคับประคองสถานการณ์ความขัดแย้งเอาไว้ แต่ความขัดแย้งทางการเมืองที่ยืดเยื้อในปัจจุบัน ไม่เป็นผลดีต่อตัวของยิ่งลักษณ์

เนื่องจากแม้ว่ายิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทยจะสามารถครองเสียงข้างมากในสภาไว้ได้ และมีฐานมวลชนที่แข็งแกร่ง แต่รัฐบาลจะยังเสี่ยงที่จะต้องร่วงลงจากอำนาจ เพราะนอกจากกลุ่มผู้ประท้วง กปปส.แล้ว รัฐบาลก็เสี่ยงที่จะโดนทหาร รวมถึงศาลเข้าแทรกแซงอีก ซึ่งในอดีตรัฐบาลภายใต้การนำของทักษิณ และรัฐบาลที่อยู่ใต้การครอบงำของทักษิณเคยเผชิญมาแล้วในปี 2006 และปี 2008

ไม่เพียงเท่านั้น รัฐบาลยิ่งลักษณ์ยังเสี่ยงที่จะโดนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิด สส.และ สว.กว่า 300 คนที่ไปยกมือสนับสนุนการผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญในเรื่องที่มาของ สว.ให้มาจากการเลือกตั้งทั้งหมดอีกด้วย ซึ่งถ้าหากเป็นเช่นนั้น สส.และ สว.ที่ส่วนใหญ่เป็นของพรรคเพื่อไทย จะไม่สามารถทำหน้าที่ได้ และรัฐบาลก็จะไม่มีสมาชิก สส.และ สว.ในมือ

จึงกล่าวได้ว่าในสายตาต่างชาติแล้ว หมากและช่องทางให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้หายใจต่อไป กำลังเหลือน้อยลงทุก ทีแล้ว

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่