posttoday
ผนึกกำลังมุ่งสู่ทำเนียบ ตร.จัดกำลังดูแลจราจร

ผนึกกำลังมุ่งสู่ทำเนียบ ตร.จัดกำลังดูแลจราจร

08 ธันวาคม 2556

สถาบันการศึกษาหลายแห่งได้ประกาศหยุดเรียนและเชิญชวนนิสิต นักศึกษา ทั้งเก่าและใหม่

สถาบันการศึกษาหลายแห่งได้ประกาศหยุดเรียนและเชิญชวนนิสิต นักศึกษา ทั้งเก่าและใหม่ ผ่านสังคมออนไลน์ เชิญชวนให้ออกมาร่วมชุมนุมกับกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ตามที่ สุเทพ เทือกสุบรรณ ประกาศให้รวมพลัง เพื่อเดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาล ในเวลา 09.39 น.

ชาญวิทย์ เทียมบุญประเสริฐ กลุ่ม มศว รักประเทศไทย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เปิดเผยว่า ทางกลุ่ม มศว รักประเทศไทย กลุ่มมหาวิทยาลัยต่างๆ ประชาชนย่าน อโศก สีลม เพชรบุรี จะรวมพลกันในวันที่ 10 ธ.ค. 2556 แต่เมื่อสุเทพ ประกาศให้ทุกคนออกมารวมตัวกันเพื่อเดินไปสู่ทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 9 ธ.ค. 2556 เวลา 09.39 น. ก็จะเชิญกลุ่มรักประเทศไทยมารวมพลกันในเวลา 09.00 น. และในวันนั้น โสภณ สุภาพงษ์ นักวิชาการอิสระจะมาร่วมชุมนุมกับกลุ่ม มศว รักประเทศไทยด้วย

อีกด้าน ในโซเชียลมีเดีย เฟซบุ๊ก เครือข่ายต่างๆ ได้ส่งต่อภาพและข้อความนัดหมายของมหาวิทยาลัยต่างๆ เชิญชวนแสดงพลังเดินไปยังทำเนียบรัฐบาล อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นัดหมายใส่เสื้อสีชมพู ข้อความว่า “ในวันที่ 9 ธ.ค. ชาวจุฬาฯ ออกมาร่วมแสดงพลังเจ้าของประเทศไทย ขอเชิญทั้งนิสิตเก่า นิสิตปัจจุบัน คณาจารย์และบุคลากร พร้อมกันที่สนามหญ้าหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ 2 รัชกาล เวลา 08.39 น. และเคลื่อนขบวนไปทำเนียบรัฐบาล เวลา 09.39 น. (พร้อมใจใส่เสื้อสีชมพู)...โอกาสสุดท้ายแพ้ไม่ได้แล้ว...”

มหาวิทยาลัยศิลปากร ระบุว่า “9 ธ.ค. 2556 พลังสร้างสรรค์ จะขับเคลื่อนประเทศไทย ขอเชิญชาวศิลปากร นักศึกษาเก่า นักศึกษาปัจจุบัน คณาจารย์และบุคลากรทุกท่าน พร้อมกัน ณ มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ เวลา 08.30 น. เพื่อเคลื่อนขบวนร่วมกับพี่น้องประชาชนมุ่งหน้าสู่ทำเนียบรัฐบาล”

ผนึกกำลังมุ่งสู่ทำเนียบ ตร.จัดกำลังดูแลจราจร

 

ขณะที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีข้อความว่า “มธ.ชาวธรรมศาสตร์ 9 ธ.ค. 2556 ด้วยปีกแห่งเสรีภาพ 08.00 น. นัดหอใหญ่ 09.00 น.เดินไปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 10.00 น. เจอกันทำเนียบรัฐบาล เตรียมน้ำอาหารและอุปกรณ์กันแก๊สไปด้วย” มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี นัดรวมตัวเวลา 08.39 น. พบกันบริเวณอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช วงเวียนใหญ่ โดยพร้อมใจสวมเสื้อสีส้มเพื่อเป็นสัญลักษณ์

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (บางเขน) ระบุข้อความว่า “9 ธ.ค. 2556 เวลา 09.39 น. ลูกพระพิรุณพร้อมกันหน้าประตูวิภาวดีร่วมเดินไล่คนทรพีออกจากแผ่นดิน มุ่งหน้าทำเนียบรัฐบาล เสื้อสีเขียว โดยพร้อมเพรียงกัน”

เช่นเดียวกับ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า “เจ้าของประเทศไทย โปรดแสดงตัว 9 ธ.ค. 2556 มหิดล ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน เสื้อสีน้ำเงิน ยินดีต้อนรับเพื่อนบ้านชาวถนนพระราม 6 ทุกองค์กร 09.00 น. พบกันหน้าตึกกลม คณะวิทยาศาสตร์ มหิดล 09.39 น. เคลื่อนขบวนไปทำเนียบรัฐบาล อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย ออกมาแสดงตัว หรืออยู่เงียบๆ ตลอดไป”

ด้าน ชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย ออกแถลงการณ์เชิญชวนให้คนไทยทั้งประเทศที่ต้องการปลดแอกจากระบอบเผด็จการทุนนิยมสามานย์ ออกเดินในถนนทั่วประเทศ มุ่งหน้าสู่ทำเนียบรัฐบาล

ที่เวทีราชดำเนิน สาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส.ประกาศบนเวทีว่าผู้ชุมนุมทุกจุดจะเคลื่อนไหวไปที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่เดินทางเข้าไปทำงานได้ ซึ่งจะทำคู่ขนานกับในต่างจังหวัดที่จะไปร่วมชุมนุมที่ศาลากลางทุกจังหวัด และจะต่อเนื่องถึงวันที่ 10 ธ.ค. ซึ่งตรงกับวันรัฐธรรมนูญ เพื่อปกป้องรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตามก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในวันที่ 9 ธ.ค.จะเป็นไปในทิศทางใด ทั้งนี้หากประชาชนมาร่วมชุมนุมไม่มาก 9 แกนนำก็พร้อมจะเข้ามอบตัวต่อสู้คดีตามกฎหมาย

องอาจ คล้ามไพบูลย์ สส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลได้ใช้วิชามารกระทำต่อผู้ชุมนุมอย่างหนัก 4 ประการ 1.รัฐบาลเริ่มใช้แก๊งอันธพาลรูปแบบแก๊งมอเตอร์ไซค์ กลุ่มบุคคลป่วนการชุมนุม และทำร้ายการ์ดและผู้ชุมนุมในหลายพื้นที่ 2.จัดตั้งเครือข่ายของรัฐบาลเคลื่อนไหวสร้างความชอบธรรม ซึ่งเป็นกลุ่มองค์กรที่ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน เช่น สมาคมทนายความ นักศึกษารัฐศาสตร์ สว.อิสระออกมาให้ความเห็นตามแง่มุมของรัฐบาล ซึ่งองค์กรเหล่านั้นมีความสัมพันธ์กับรัฐบาลอยู่แล้ว

3.รัฐบาลใช้มวลชนของรัฐบาลอย่างคนเสื้อแดง กดดันการชุมนุมของ กปปส. และ 4.ใช้อำนาจรัฐจัดการกับแกนนำผู้ชุมนุม โดยกระบวนการใช้วิชามารของรัฐมีจุดประสงค์เพื่อลดความชอบธรรม และทำให้มวลชนที่จะเข้าร่วมลดลง ขณะที่นายกรัฐมนตรีมีท่าทีนิ่งเฉยไม่ห้ามปราม เท่ากับนายกฯ มีส่วนสมรู้ร่วมคิดทำให้เกิดปัญหา

ด้าน พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผู้บังคับการตำรวจจราจร (ผบก.จร.) กล่าวว่า ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรกว่า 1,000 นายร่วมกับตำรวจจราจร สน.ท้องที่ ดูแลการสัญจรเดินทางของประชาชนทั่วไปที่อาจได้รับผลกระทบจากการเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุม

สำหรับถนนสายหลักที่อยู่นอกพื้นที่ใจกลางเมืองที่แกนนำประกาศให้จอดรถตามถนนต่างๆ นั้น ก็ได้สั่งกำชับเจ้าหน้าที่ให้ดูแลในเส้นทางที่รับผิดชอบด้วยเช่นกัน แต่ไม่กังวลมากเนื่องจากถนนในกรุงเทพฯ มีเป็นจำนวนมากมีทางแยกใหญ่กว่า 500 ทางแยก หากมีกลุ่มผู้ชุมนุมกระจายไปปิดถนนก็อาจเกิดการกระทบกระทั่งกันระหว่างประชาชนกับประชาชนด้วยกัน และหากมีการจอดรถกีดขวางการจราจร จะมีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่