posttoday
ต่างชาติอึ้งม็อบไทยจากวิกฤตสู่สันติข้ามคืน

ต่างชาติอึ้งม็อบไทยจากวิกฤตสู่สันติข้ามคืน

04 ธันวาคม 2556

เล่นเอาบรรดาสื่อต่างชาติแทบทุกสำนักงุนงงจนปรับอารมณ์และน้ำเสียงในการรายงานข่าวเหตุการณ์การประท้วงโค่นล้มรัฐบาลนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา

เล่นเอาบรรดาสื่อต่างชาติแทบทุกสำนักงุนงงจนปรับอารมณ์และน้ำเสียงในการรายงานข่าวเหตุการณ์การประท้วงโค่นล้มรัฐบาลนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ของประเทศไทยกันแทบไม่ทันไปตามๆ กัน

เมื่อสองวันแห่งการปะทะลงมือดุเดือดระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้าน ท่ามกลางแก๊สน้ำตา กระสุนยาง และปืนฉีดน้ำแรงดันสูง กลับพลิกผันแทบจะในทันทีที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจยอมรื้อถอนแนวคอนกรีตกั้นและรั้วลวดหนามเปิดทางให้ผู้ประท้วงเดินเข้าสู่สถานที่สำคัญทางราชการ เช่น ทำเนียบรัฐบาล และกองบัญชาการตำรวจนครบาลอย่างง่ายดาย

โจนาห์ ฟิชเชอร์ ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์บีบีซีแห่งอังกฤษ รายงานว่า บรรยากาศการประท้วงคลี่คลายและผ่อนคลายไปสู่ความสงบและสันติจนน่าประหลาดใจ ภาพต่อสู้รุนแรงที่ทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายร้อยคนเมื่อไม่กี่วันก่อน ถูกแทนที่ด้วยภาพที่กลุ่มผู้ประท้วงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจับมือคล้องแขน สวมกอด รวมถึงมีการยื่นดอกกุหลาบแทนอิฐบล็อกให้กับเจ้าหน้าที่

รายงานจากบีบีซีสอดคล้องกับรายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีที่ระบุชัดว่า บรรยากาศบริเวณทำเนียบรัฐบาลและกองบัญชาการตำรวจนครบาล กลายสภาพเป็นเหมือนสถานที่ชุมนุมในจุดอื่นๆ ที่ผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลยิ่งลักษณ์เข้าไปจับจองพื้นที่ภายนอกตัวอาคาร สร้างสีสันงานเทศกาลรื่นเริงอันเป็นลักษณะเฉพาะประจำม็อบประเทศไทย ซึ่งมีทั้งการเป่านกหวีด โบกธง ร้องเพลง และเดินเล่นชมสถานที่โดยเคารพคำขอร้องของเจ้าหน้าที่ที่ไม่อนุญาตให้บุกรุกเข้าไปภายในตัวตึกอาคาร

ขณะที่หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ สำนักข่าวอัลจาซีรา และสถานีโทรทัศน์เอบีซี รายงานเช่นเดียวกันว่า สถานการณ์การประท้วงของไทยดูจะคลี่คลายไปในทางที่ดีอย่างรวดเร็วยิ่งจนน่ามหัศจรรย์ และยากที่จะเชื่อได้ว่าความรุนแรงสองวันก่อนหน้าเป็นเรื่องจริง

ด้านสำนักข่าวเอพี และสำนักข่าวรอยเตอร์ส ต่างรายงานไปในทิศทางเดียวกันว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยุติทุกมาตรการต่อต้านกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงที่พยายามจะเข้ายึดพื้นที่ทำเนียบรัฐบาลและกองบัญชาการตำรวจนครบาล แถมยังลงมืออำนวยความสะดวกให้เสร็จสรรพ

นับเป็นกลยุทธ์ในการรับมือการชุมนุมที่เหนือความคาดหมายเป็นอย่างมาก เมื่อพิจารณาจากเหตุการณ์การเผชิญหน้าลงไม้ลงมือก่อนหน้าตามที่ต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 3 ราย และบาดเจ็บอีกมากกว่า 230 ราย รวมถึงทำให้หลายฝ่ายวิตกกังวลว่าการเมืองไทยจะเข้าสู่วิกฤตแตกหักที่สั่นคลอนเสถียรภาพของประเทศอีกครั้ง

กระทั่งตัวแทนนานาชาติอย่าง บันคีมุน เลขาธิการแห่งสหประชาชาติ กล่าวตอบข้อซักถามสื่อมวลชนกรณีเหตุประท้วงรุนแรงในประเทศไทยระหว่างการประชุมที่กรุงลิมา วิงวอนร้องขอให้ทุกฝ่ายใช้ความอดทนอดกลั้นในการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ด้วยการพูดคุยเจรจาตามแนวทางสันติวิธี

ขณะที่ เจน พซากี โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตและบาดเจ็บของกลุ่มผู้ประท้วง ก่อนกล่าวประณามอย่างหนักแน่นว่า ไม่สนับสนุนให้ใช้ความรุนแรงเพื่อไขว่คว้าความสำเร็จทางการเมืองใดๆ ก็ตาม และปิดท้ายด้วยการให้กำลังใจทั้งฝ่ายรัฐบาลและกลุ่มผู้ชุมนุมให้หันกลับมาใช้แนวทางสันติวิธีในการแก้ปัญหา

กระนั้น นักวิเคราะห์หลายสำนักยอมรับตรงกันว่า ท่าทีที่เปลี่ยนไปของเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย คือการสะท้อนให้เห็นเจตนาของรัฐบาลที่ย้ำมาโดยตลอดอย่างชัดเจนว่า รัฐบาลไม่ต้องการเผชิญหน้ากับกลุ่มผู้ประท้วงด้วยความรุนแรง

อย่างไรก็ตาม สื่อต่างชาติแทบทุกสำนักยังไม่วายตั้งคำถามแสดงความกังขาว่า แม้จะพยายามหลีกเลี่ยงเหตุนองเลือดอย่างสุดความสามารถ ท่าทีของทั้งรัฐบาลไทยกับฝ่ายผู้ชุมนุมต่อต้านยังคงคลุมเครือ และขาดความชัดเจนอย่างมากว่า ความตึงเครียดที่คลี่คลายจนเกือบกลับสู่ความสงบตามปกติครั้งนี้ จะสามารถยุติความรุนแรงได้อย่างถาวร และทะลวงทางตันให้ระบอบประชาธิปไตยของไทยสำเร็จลุล่วงโดยดีไร้ปัญหา

เหตุผลเพราะในขณะที่รัฐบาลไม่มีแนวทางดำเนินงานที่ชัดเจน นอกจากท่าทีของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ซึ่งออกมายืนยันผ่านงานแถลงข่าวหลายระลอกว่า เปิดรับทุกทาง และพร้อมน้อมรับการเจรจากับทุกกลุ่มทุกฝ่ายด้วยความยินดี ด้านแกนนำการประท้วงที่ออกมาประกาศชัยชนะต่างมีท่าทีฮึกเหิม เข้มแข็ง และเตรียมพร้อมปะทะกับเจ้าหน้าที่รัฐเต็มกำลัง จนกว่าจะบรรลุเป้าหมายที่ สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี สมัยที่อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ประกาศกร้าวไว้

นั่นคือการถอนรากถอนโคนระบอบทักษิณที่ฝ่ายค้านกล่าวหาว่าเป็นระบอบเผด็จการ ที่หลายฝ่ายเชื่อว่าเป็นการเอื้อให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นในวงกว้าง บ่อนทำลายเสถียรภาพความมั่นคงของชาติในระยะยาว รวมถึงบั่นทอนขีดความสามารถทางเศรษฐกิจของประเทศไทย

ทั้งนี้ ท็อดด์ พิทแมน ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวเอพี เขียนรายงานกึ่งวิเคราะห์ ระบุว่า เมื่อประเมินจากสถานการณ์ของไทยในปัจจุบัน สิ่งที่พอจะหวังได้ก็คือความสงบเรียบร้อยรับวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทุกคน ทว่าก็น่ากลัวเช่นกันว่า ความสงบที่เกิดขึ้นจะไม่ยั่งยืนเหมือนที่หวังกัน เมื่อประเมินจากท่าทีของแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม

นอกจากนี้ สื่อต่างชาติเกือบทุกสำนักแทบจะประสานเสียงเป็นเสียงเดียวกันว่า ต่อให้สถานการณ์คลี่คลายไปในทางบวกเพียงใด แต่ทว่าตราบใดที่ยังมองไม่เห็นว่ากลุ่มขัดแย้งทั้งสองฝ่าย คือ รัฐบาลและฝ่ายผู้ชุมนุมจะสามารถหันหน้าเข้าหากัน และนั่งลงบนโต๊ะเพื่อพูดคุยและรับฟังกันและกันอย่างจริงจัง ตราบนั้นความขัดแย้งและแตกแยกทางการเมืองไทยก็ไม่ต่างอะไรกับระเบิดเวลาที่พร้อมจะปะทุได้ตลอดเวลา

คำถามที่เหลืออยู่ก็คือ สำหรับประเทศที่กอดชนวนความไม่แน่นอนทางการเมืองไว้ในระดับสูงเช่นนี้ ต่อให้มีพื้นฐานเศรษฐกิจที่น่าสนใจเพียงใดนักลงทุนย่อมไม่เกิดความรู้สึกคันไม้คันมือจนอยากลงทุนอย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม