
รัฐธรรมนูญ'50รอบรับสภาประชาชน
ข้อเรียกร้องจากมวลมหาประชาชนให้รัฐบาล “คืนอำนาจประชาชนเพื่อตั้งสภาประชาชน” ได้รับการปฏิเสธจากรัฐบาลพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอด
ข้อเรียกร้องจากมวลมหาประชาชนให้รัฐบาล “คืนอำนาจประชาชนเพื่อตั้งสภาประชาชน” ได้รับการปฏิเสธจากรัฐบาลพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอด
แม้แต่ล่าสุด ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ออกมาแถลงเมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2556 ภายหลังเปิดเจรจากับ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ว่า พร้อมยุบสภา หรือลาออกแต่การคืนอำนาจให้ประชาชนทำไม่ได้ เพราะไม่มีกฎกติการองรับตามรัฐธรรมนูญ
ท่ามกลางคำถามว่า การคืนอำนาจให้ประชาชนตั้งสภาประชาชน ไม่มีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญรองรับตามที่รัฐบาลเพื่อไทยกล่าวอ้างจริงหรือไม่
กิตติศักดิ์ ปรกติ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
การเสนอตั้งสภาประชาชนเพื่อปฏิรูปประเทศสามารถดำเนินการให้เป็นรูปธรรมได้ โดยประชาชนสามารถใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 3 ที่ระบุเป็นสาระสำคัญว่า “อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย” ซึ่งในมาตรา 3 ว่าด้วยการที่ประชาชนเป็นเจ้าของอธิปไตยนั้นไม่ได้หมายความถึงเฉพาะการมีสิทธิเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการมีสิทธิที่จะรวมตัวกันเพื่อประกาศเจตนารมณ์อย่างหนึ่งอย่างใดให้กับผู้บริหารประเทศได้รับทราบ และนำมติของประชาชนไปปฏิบัติเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามความต้องการของประชาชน
สภาประชาชนปฏิรูปประเทศตามนัยของมาตรา 3 นี้ ไม่ใช่ลักษณะเดียวกับสภานิติบัญญัติอันเป็นสภาที่ออกกฎหมายอย่างที่เห็นเป็นอยู่ในปัจจุบัน แต่สภาประชาชนเป็นการแสดงออกว่าประชาชนต้องการให้เกิดการปฏิรูปประเทศอย่างแท้จริง และต้องการให้รัฐสภาและรัฐบาลนำข้อเสนอที่ถือเป็นเจตนารมณ์ที่แท้จริงของประชาชนนำไปดำเนินการให้เกิดเป็นรูปธรรม
ในเมื่อรัฐบาลและรัฐสภาได้ปฏิเสธอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ จึงย่อมไม่มีความชอบธรรมที่จะเข้ามาใช้อำนาจอธิปไตยแทนประชาชนอีกต่อไป และต้องส่งมอบอำนาจให้กับประชาชนด้วยการยอมรับข้อเสนอของประชาชน เพื่อนำไปสู่การตั้งสภาประชาชนและการปฏิรูปให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชนที่ต้องการไม่อยากให้ผลประโยชน์ของประเทศตกเป็นผลประโยชน์ของกลุ่มบุคคลใดกลุ่มบุคคลหนึ่ง
ทั้งนี้ ในประเทศแถบยุโรปได้ดำเนินการกันมาแล้ว โดยมีภาษาที่เรียกกันว่า “สภาโต๊ะกลม” หรือ Round Table Council แต่ประชาชนอาจจะไม่มากเหมือนกับที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยในขณะนี้ ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้วในประเทศโปแลนด์ เยอรมันตะวันออก และฮังการี
สภาประชาชนที่เกิดขึ้นในเยอรมันตะวันออก เกิดมาจากการรวมตัวของประชาชนเพื่อประกาศว่าประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยและต้องการสิทธิเสรีภาพ ในที่สุดจัดตั้งสภาประชาชนขึ้นมาร่วมกันปฏิรูปการปกครองของรัฐบาลเยอรมันตะวันออก จนนำมาสู่การรวมกันระหว่างเยอรมันตะวันออกและเยอรมันตะวันตกและมีรัฐธรรมนูญใหม่
รศ.ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้า ยืนยันเช่นกันว่ามีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญรองรับมาตรา 3 ว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย ซึ่งมาตราดังกล่าวสามารถตีความได้กว้างขวาง
“ถ้าตีความในสถานการณ์ปกติ ก็มองไม่เห็นทางออก แต่ถามว่าสถานการณ์ขณะนี้เป็นสถานการณ์ปกติหรือไม่ คำตอบคือไม่ปกติ เนื่องจากประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ประชาชนได้ออกมาแสดงเจตจำนงเนื่องจากฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติได้แสดงให้เห็นถึงการทำหน้าที่เป็นหุ่นเชิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยเป็นที่รับรู้กันมาตลอดตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบัน ได้ส่งผลกัดกร่อนประเทศจะเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงได้อย่างไร” รศ.ดร.สมบัติ กล่าว
“ประชาชนในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตยได้ใช้อำนาจอธิปไตยโดยตรง ส่วนที่คนในรัฐบาลมักตั้งคำถามว่า คนที่มาเรียกร้องไม่ใช่ประชาชนจำนวนมาก จึงไม่สามารถใช้อำนาจอธิปไตยโดยตรงได้นั้น ก็ต้องถามว่าต้องให้มีจำนวนมากแค่ไหน เพราะจากเหตุการณ์ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมามีมากกว่าการชุมนุมฟิลิปปินส์โค่นล้มมาร์กอสเสียอีก” รศ.ดร.สมบัติ กล่าว
สำหรับขั้นตอนการใช้มาตรา 3 ได้นั้น อธิการบดีนิด้า กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีต้องประกาศยุบสภาพร้อมประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจะทำให้เกิดสุญญากาศทันที เมื่อประกาศยุบสภาพร้อมลาออกด้วยจะไม่มีนายกฯ รักษาการ จากนั้นสามารถอ้างอิงรัฐธรรมนูญมาตรา 3 ได้
“ต้องขยับกันไปทีละขั้นเพื่อให้เกิดสถานการณ์ไม่ปกติ ถ้าเป็นไปในสถานการณ์ปกติ มาตรานี้ก็ใช้ไม่ได้” รศ.ดร.สมบัติ กล่าว







