
ไฟลุกไทยเละทักษิณจัดทัพสู้ สุเทพสั่งเดินหน้าลุย
ความพยายามของผู้นำ 3 เหล่าทัพในการคลี่คลายสถานการณ์ทางการเมืองไร้ผล ขณะที่สัญญาณความรุนแรงเริ่มปรากฏชัด หลังสองฝ่ายจัดทัพห้ำหั่นกัน
ความพยายามของผู้นำ 3 เหล่าทัพในการคลี่คลายสถานการณ์ทางการเมืองไร้ผล ขณะที่สัญญาณความรุนแรงเริ่มปรากฏชัด หลังสองฝ่ายจัดทัพห้ำหั่นกัน
ช่วงค่ำวานนี้ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ได้ออกมาประกาศว่าจะเพิ่มความเข้มข้นในการเดินหน้าโค่นล้มระบอบทักษิณ โดยในวันนี้จะบุกยึดกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ให้ได้ และถึงเวลาที่ข้าราชการจะต้องเลือกข้างแล้วว่าจะอยู่เคียงข้างประชาชนหรือจะอยู่ภายใต้ระบอบทักษิณ
“ที่ต้องไปยึด บช.น. เพราะได้ประกาศตัวรับใช้ระบอบทักษิณ และจะเป็นเครื่องมือมาปราบปรามประชาชน ส่วนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันหนึ่งก็ต้องจัดการเหมือนกัน และถ้ายังไม่ประกาศอยู่ข้างประชาชน เราจะไปแน่นอน วันนี้ถ้าตำรวจยังรับใช้ทักษิณ ก็จะไม่สามารถแต่งเครื่องแบบได้อีก” สุเทพ กล่าว
ขณะที่รัฐบาลก็ได้มีการปรับทัพสู้อย่างเต็มรูปแบบ โดยวานนี้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ปรากฏตัวเป็นครั้งแรก หลังหายตัวไปเกือบ 24 ชม. พร้อมกับประกาศว่า ยินดีที่จะเปิดทุกประตูที่จะคืนความสงบสุขให้กับประชาชน ทั้งการยุบสภาหรือลาออก แต่ข้อเสนอของ กปปส.นั้นไม่สามารถทำได้ เพราะไม่มีกฎหมายรองรับ พร้อมกับเรียกร้องให้ผู้รู้กฎหมายมาร่วมกันหาทางออก
การประกาศครั้งนี้ คือ ยุทธศาสตร์การยื้ออำนาจ รัฐบาลพยายามลากเกมยาวเพื่อให้ม็อบเหนื่อยล้าและอ่อนกำลังลง นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความชอบธรรมให้กับตัวเองตามรัฐธรรมนูญ ด้วยการแสดงทีท่าว่าพร้อมที่จะยุบสภาหรือลาออก รวมทั้งออกมาดิสเครดิตสุเทพ โดยอ้างว่าข้อเสนอของ กปปส.ไม่สามารถทำได้จริง
ท่าทีของยิ่งลักษณ์เป็นการส่งสัญญาณ ชักธงรบเต็มรูปแบบ หลังจากนั้น 6 ชม. ศาลอาญาก็ได้อนุมัติออกหมายจับสุเทพ ข้อหาร่วมกันเป็นกบฏ เป็นการตอกย้ำการใช้มาตรการตาต่อตาฟันต่อฟัน
สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง ที่นัดไปรวมตัวกันที่ศาลากลางจังหวัด เพื่อร่วมกันปกป้องรัฐบาลยิ่งลักษณ์ โดยจะมีกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ในการต่อต้านกลุ่มผู้ชุมนุมโค่นล้มระบอบทักษิณ ด้วยการฉีกแถลงการณ์ของ กปปส.
นอกจากนี้ยังได้เปิดแนวรบผ่านสื่อโดยส่ง ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำคนเสื้อแดง ไปจัดรายการทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ทุกวันเพื่อใช้เป็นกระบอกเสียงในการตอบโต้กลุ่มผู้ชุมนุมโค่นล้มระบอบทักษิณ
สัญญาณที่ชัดเจนที่สุด คือ การสั่งปลด พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี ออกจากผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) เพราะไม่กล้าอ่านแถลงการณ์ตอบโต้สุเทพ แล้วแต่งตั้ง สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ ซึ่งมีความใกล้ชิดกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เข้ามาทำหน้าที่แทน
ทั้งหมดนี้คือสัญญาณว่า จากนี้ไปยิ่งลักษณ์จะงัดอาวุธทุกรูปแบบที่มีอยู่ในมือออกมาต่อกรกับสุเทพ และนั่นหมายถึงสถานการณ์ที่จะรุนแรงขึ้นอย่างแน่นอน







