
2 ม็อบเสริมกำลัง
กลุ่มมวลชนเครือข่ายประชาชนต่อต้านระบอบทักษิณในหลายจังหวัด เตรียมเดินทางเข้าร่วมชุมนุมใน กทม.
กลุ่มมวลชนเครือข่ายประชาชนต่อต้านระบอบทักษิณในหลายจังหวัด เตรียมเดินทางเข้าร่วมชุมนุมใน กทม. เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง หลัง สุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำเครือข่ายต่อต้านระบอบทักษิณ ประกาศเคลื่อนขบวนไปยังสถานที่ราชการหลายแห่ง รวมทั้งทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 1 ธ.ค.นี้
สาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำเครือข่ายฯ อดีต สส.ตรัง ได้ปราศรัยบนเวทีราชดำเนินหลังจากหารือกับบรรดาแกนนำ ที่ศูนย์ราชการถนนแจ้งวัฒนะ ว่าให้ประชาชนจากจังหวัดต่างๆ เดินทางเข้ามาสมทบกับผู้ชุมนุมใน กทม. ซึ่งจะทำให้ได้รับชัยชนะโดยเร็ว
สอดรับกับท่าทีของแกนนำมวลชน จ.ชุมพร ที่เตรียมจะยุบเวทีการชุมนุมด้านหน้าศาลากลางจังหวัดชุมพรที่ตั้งเวทีชุมนุมมา 3 วัน และขอให้ผู้ร่วมชุมนุมเดินทางขึ้นไปสมทบกับผู้ชุมนุมที่ กทม.
นอกจากนี้ ตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 29 พ.ย. ก็พบว่ามีความเคลื่อนไหวของมวลชนต่อต้านระบอบทักษิณในพื้นที่หลายจังหวัด อาทิ จ.สงขลา สุโขทัย และนครศรีธรรมราช ที่เริ่มทยอยเดินทางทั้งรถบัสและรถไฟเข้า กทม. เพื่อร่วมชุมนุมใหญ่ในส่วนกลางอย่างต่อเนื่อง
ด้านมวลชนต่อต้านระบอบทักษิณในหลายจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ยังคงปักหลักชุมนุมที่ด้านหน้าศาลากลางแต่ละจังหวัดต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ขณะเดียวกันก็มีหลายจังหวัดที่เริ่มระดมมวลชนเข้าไปจัดชุมนุมภายในพื้นที่ศาลากลางจังหวัด หลังจากก่อนหน้านี้จัดชุมนุมอยู่ด้านนอก ประกอบด้วย จ.ระยอง ตาก และเพชรบูรณ์
ขณะที่ จ.อุบลราชธานี และอุดรธานี ก็มีมวลชนต่อต้านระบอบทักษิณเคลื่อนขบวนเข้าไปภายในศาลากลางจังหวัด เป่านกหวีด และเชิญชวนให้บรรดาข้าราชการมาร่วมกันต้านระบอบทักษิณ แต่ไม่มีการปักหลักตั้งเวทีชุมนุมและไม่มีกลุ่มเสื้อแดงมาขัดขวางแต่อย่างใด ยกเว้นที่ จ.สมุทรปราการ ที่มีการปะทะกันของมวลชนทั้งสองฝ่าย แต่ตำรวจสามารถระงับเหตุไว้ได้
ส่วนในพื้นที่ กทม. กลุ่มนักศึกษา เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงและประชาชนร่วม 200 คน รวมตัวบริเวณหอนาฬิกาหน้ามหาวิทยาลัย แสดงพลังต่อต้านการปักหลักชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน
การนัดระดมพลของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในวันที่ 30 พ.ย.นี้ ถูกจับตาอย่างมาก ในฐานะมวลชนที่สนับสนุนฝ่ายรัฐบาล ซึ่งหลายพื้นที่มีความเคลื่อนไหวระดมมวลชนเดินทางเข้ามาสมทบที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน กทม. กันอย่างคึกคัก
อนุวัฒน์ ทินราช ประธาน นปช.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และประธาน นปช.นครราชสีมา เปิดเผยว่า คนเสื้อแดงทั้ง 20 จังหวัดในภาคอีสาน เตรียมเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ในช่วงเช้าวันที่ 30 พ.ย.นี้ ซึ่งมีการยืนยันจำนวนผู้ที่จะเดินทางมาแล้วกว่า 4 หมื่นคน โดยแต่ละจังหวัดได้จัดรถโดยสารปรับอากาศเดินทางตั้งแต่เช้าวันที่ 30 พ.ย.
ด้าน จ.บุรีรัมย์ กลุ่มคนเสื้อแดงจาก จ.อุดรธานี สุรินทร์ และบุรีรัมย์ กว่า 200 คน รวมตัวกันหน้าศาลากลาง จ.บุรีรัมย์ แล้วเคลื่อนขบวนในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ประกาศเจตนารมณ์สนับสนุนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง จากนั้นได้ขึ้นรถบัสเพื่อเดินทางร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่ กทม.
ธนพัฒน์ ชัยชนะ ผู้ประสานงานแดงพะเยาหลังเขา อ.จุน จ.พะเยา กล่าวว่า ได้ตรวจสอบจำนวนผู้ที่จะเดินทางเข้าร่วมชุมนุมแล้วไม่ต่ำกว่า 500 คน จำนวน 10 คันรถบัส โดยกำหนดการเดินทางเช้ามืดวันที่ 30 พ.ย.นี้
“ทุกคนพร้อมมาก ทั้งเสื้อผ้า อาหาร เพราะต้องเช็กสถานการณ์วันต่อวัน หากไม่สามารถกลับได้ในวันเดียวกันก็ต้องค้าง ซึ่งผมและพี่น้องเสื้อแดงยืนยันร่วมกันว่าจะปักหลักชุมนุมจนกว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาล จะผูกคอตายตามที่ได้เคยประกาศไว้หากพ่ายแพ้การชุมนุม สำหรับเสื้อแดงที่ไปร่วมชุมนุม ทุกคนต่างรู้ดีว่าต้องอยู่ในที่ตั้งไม่ออกจากพื้นที่บริเวณชุมนุม เพื่อป้องกันเหตุวุ่นวายหรือเหตุปะทะใดๆ” ธนพัฒน์ กล่าว
นพ.สง่า คุณยศยิ่ง แกนนำ นปช.ปราจีนบุรี กล่าวว่า ได้เตรียมรถบัส 5 คัน และรถตู้อีก 12 คัน เพื่อนำกลุ่มเสื้อแดงปราจีนบุรีเดินทางเข้า กทม. แสดงจุดยืนสนับสนุนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งและให้กำลังใจยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
ขณะที่ จ.ศรีสะเกษ ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 29 พ.ย. กลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 200 คน รวมตัวกันที่บ้านของธเนศ เครือรัตน์ สส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย เพื่อขึ้นรถบัส 3 คัน เดินทางไปสมทบที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ซึ่งจะมีคนเสื้อแดงเดินทางไปสมทบอีกอย่างต่อเนื่อง







