posttoday
จับพิรุธงบโฆษณา"สร้างอนาคตไทย2020"

จับพิรุธงบโฆษณา"สร้างอนาคตไทย2020"

28 พฤศจิกายน 2556

ส่องพิรุธโครงการสร้างอนาคตไทย 2020 มีการจัดจ้างในช่วงเดือนส.ค.ที่ผ่านมาปรากฎว่ามีการใช้งบประมาณจำนวนมาก

โดย....ทีมข่าวการเมือง

หมายเหตุ : การอภิปรายไม่ไว้วางใจในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรช่วงกลางดึกเมื่อวันที่ 27 พ.ย. นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายตั้งข้อสังเกตถึงการอนุมัติงบประมาณจำนวน 240 ล้านบาทในการจัดนิทรรศการและเสวนาโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศภายใต้ ชื่องาน “สร้างอนาคตไทย 2020” ก่อนที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม จะอภิปรายในเวลาต่อมา โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

จุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์

งานโฆษณาประชาสัมพันธ์โครงการโครงสร้างพื้นฐาน หรือ โครงการสร้างอนาคตไทย 2020 มีการจัดจ้างในช่วงเดือนส.ค.ที่ผ่านมาปรากฎว่ามีการใช้งบประมาณจำนวนมาก โดยมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี 242/2556 เรื่อง การแต่งตั้งคณะกรรมการบูรณาการการประชาสัมพันธ์โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสร้างอนาคตประเทศไทย นายกฯแต่งตั้งให้สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเป็นประธานดูแลโครงการนี้ และลงนามเองเมื่อวันที่3 ก.ย.2556 นายกฯจะมาบอกไม่รู้เรื่องไม่ได้ โครงการดังกล่าวกำหนดให้มีการจัดนิทรรศการใน 12 จังหวัด ทั้งนี้มีความผิดปกติ 3 เรื่อง ได้แก่ 1.เรื่องเงิน 2.ผิดกฎหมายป.ป.ช.เพราะไม่ยอมประกาศราคากลางในเว็บไซต์ให้สาธารณะได้รับรู้ และ 3.มีพฤติกรรมผิดปกติ

เรื่องที่ 1 พบว่ามีการใช้เงินมากผิดปกติ เพราะเดิมทีแต่ละปีตั้งแต่มีงบประมาณสำหรับประชาสัมพันธ์การทำงานของรัฐบาลที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2548-2556 จะใช้เงินเพียง 66 ล้านบาท แต่มาถึงครั้งนี้เพียงเดือนเดียวกลับใช้เงินถึง 200 ล้านบาทและแถมยังไปเอางบประมาณจากงบกลางของปี 2556 มาเพิ่มอีก 40 ล้านบาท รวมเป็น 240 ล้านบาท เฉลี่ย 12 จังหวัดจะได้รับงบประมาณจังหวัดละประมาณ 20 ล้านบาท

เงินดังกล่าวเอาไปจัดงานโฆษณาชวนเชื่อในโครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาท เพราะเกรงว่าในอนาคตหากมีการทำประชาพิจารณ์ประชาชนจะไม่เห็นด้วยเหมือนกับโครงการบริหารจัดการน้ำ ประกอบกับการลงทุนครั้งนี้จะก่อหนี้ถึง 50 ปีทำให้ต้องมอมเมาประชาชนให้เชื่อว่าโครงการต่างๆเป็นสิ่งที่ดีและวิเศษ ซึ่งโครงการนี้ตั้งเป้าจะให้ประชาชนมาเข้าชมนิทรรศการให้ได้ถึง 564,374 คน หรือวันละ 26,875 คน

จากการลงพื้นที่ที่จัดนิทรรศการแล้วพบว่าไม่มีทางเป็นได้ที่จะสามารถรองรับคนเข้าชมได้ถึงวันละ 2 หมื่นคนตามที่กล่าวอ้าง อย่างจ.พระนครศรีอยุธยามีเก้าอี้รับรองไม่ถึง 1,000 ตัวโดยโครงการดังกล่าวนายกรัฐมนตรีจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษบริษัทที่เป็นสื่อเชียร์รัฐบาลเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งถือว่าเป็นตอบแทนทางการเมืองด้วยวิธีพิเศษ

เรื่องที่ 2 คือ การผิดกฎหมายของป.ป.ช. โดยไม่พบว่านายกฯได้มีการเผยแพร่ราคากลางในการจัดซื้อจัดจ้างโครงการนี้ในราคาเท่าไหรในเว็บไซต์ของสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี หรือ กรมบัญชีกลาง ซึ่งถือว่ามีความผิดตามาตรา103/7 ของพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ.2542 ทั้งที่โครงการจัดซื้อจัดจ้างอื่นๆกลับมีการนำเอามาเผยแพร่ นอกจากนี้นายกฯจะมีความผิดฐานละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และผิดต่อสภาผู้แทนราษฎรเนื่องจากนายกฯได้ประกาศเอาไว้จะเป็นตัวอย่างที่ดีในการป้องกันการทุจริต

เรื่องที่ 3 คือ พฤติกรรมผิดปกติ เนื่องจากยังไม่ทันที่ร่างพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการกู้เงินเพื่อการให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมของประเทศ วงเงิน 2 ล้านล้านบาท จะมีผลบังคับใช้และไม่รู้ว่าจะได้ประกาศใช้หรือไม่ แต่ปรากฎว่านายกฯได้มีการอนุมัติงบประมาณประชาสัมพันธ์ล่วงหน้าถึง 240 ล้านบาท อยากถามว่าถ้ากฎหมายนี้ไม่ผ่านนายกฯจะรับผิดชอบอย่างไรกับเงินที่เสียไปแล้ว ซึ่งเงิน 240 ล้านบาทมากพอที่จะทำอะไรได้หลายอย่าง เช่น การสร้างโรงพยาบาลและโรงเรียนที่ยังขาดแคลนในหลายพื้นที่

ผมเห็นด้วยกับการพัฒนาประเทศ แต่การจะพัฒนาดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามกฎหมายเพื่อให้เกิดความโปร่งใส และกระบวนการตรากฎหมายต้องเป็นไปอย่างถูกต้อง เพราะพบว่าการพิจารณาร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทของสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 20 ก.ย.2556 ในมาตรา6ได้มีการเสียบบัตรแทนลงคะแนนแทนกันของสส.ในระหว่างการนับองค์ประชุม โดยได้เอาบัตรประจำตัวของสส.หลายคนเก็บไว้ในลิ้นชักที่นั่งในห้องประชุมสภา ซึ่งเรื่องนี้พรรคประชาธิปัตย็ได้ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบแล้วหลังจากกฎหมายผ่านวุฒิสภา

ทั้งหมดผมได้บอกกับนายกฯไปแล้วแต่ขึ้นอยู่กับนายกฯว่าจะเอาจริงเอาจังหรือไม่ในการปราบปรามการทุจริตหรือไม่ แต่ตัวผมตัดสินใจแล้วว่าไม่สามารถไว้วางใจนายกฯได้อีกต่อไป

***********************************

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม

การพัฒนาระบบรางเพื่อการขนส่งเป็นนโยบายหนึ่งของรัฐบาลที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา จึงเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งรัฐบาลจะต้องพัฒนาขีดความสามารถของประเทศให้ทัดเทียม ดังนั้น รัฐบาลต้องมีการเตรียมการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชนให้เกิดความพร้อมในทุกด้าน 

ยืนยันว่าโครงการสร้างอนาคตไทยไม่ใช่การสร้างโฆษณาชวนเชื่อ แต่เป็นการให้ความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชนและเสริมสร้างประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดิน และรัฐบาลไม่ได้ละเลยในการที่จะต้องปฎิบัติตามคำแนะนำของป.ป.ช.และไม่คิดจะเอื้อให้เกิดการทุจริต 

สำหรับการจัดโครงการสร้างอนาคตไทยนั้นได้มีการทำตามระเบียบและเผยแพร่ราคากลางตามที่ป.ป.ช.ให้คำแนะนำ และการปฎิบัติงานในสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีก็มีขั้นตอนในการพิจารณาตามกฎหมายซึ่งเป็นการจัดซื้อจ้างด้วยวิธีพิเศษ โดยใช้ระเบียบพัสดุ ผู้เสนองานดังกล่าวสามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องเสนอต่อดิฉันเพราะกระบวนการนี้มอบหมายให้อยู่ในการกำกับของนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ แล้ว และโครงการนี้ ณ ปัจจุบันยังไม่มีการเบิกจ่ายงบประมาณ แต่การเบิกจ่ายจะต้องเป็นไปตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมด

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69