
อนาคตไม่สวย
เมื่อ 3 วันที่แล้ว ธนาคารโลกออกมาหั่นคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปีนี้ลงจากเดิมที่คาดไว้ที่ 4.5% ลงไปอยู่ที่ 4% นั่นเป็นสายตาที่มองจากภายนอกต่อเศรษฐกิจไทยในปีนี้ ขณะที่ในปีหน้านั้น ไทยเราก็ต้องตกอยู่ในสภาวะเสี่ยงสูงแน่นอนครับ เพราะมีปัจจัยแปรผันเยอะไปหมด
เมื่อ 3 วันที่แล้ว ธนาคารโลกออกมาหั่นคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปีนี้ลงจากเดิมที่คาดไว้ที่ 4.5% ลงไปอยู่ที่ 4% นั่นเป็นสายตาที่มองจากภายนอกต่อเศรษฐกิจไทยในปีนี้ ขณะที่ในปีหน้านั้น ไทยเราก็ต้องตกอยู่ในสภาวะเสี่ยงสูงแน่นอนครับ เพราะมีปัจจัยแปรผันเยอะไปหมด
ลองมาพิจารณาปัจจัยจากภายนอกประเทศกันก่อน แน่นอนว่า เศรษฐกิจโลกในปีหน้านั้นมีความเสี่ยงหลักๆ จากความหวาดวิตกของการปรับลดนโยบายคิวอีของธนาคารกลางสหรัฐ และปัญหางบประมาณของรัฐบาลสหรัฐ ต้องไม่ลืมครับว่าวิกฤตชัตดาวน์ของรัฐบาลสหรัฐที่เพิ่งผ่านพ้นไปนั้น ไม่ใช่เป็นการแก้ปัญหา แต่เป็นการผลักปัญหาออกไปในต้นปีหน้าเท่านั้น
ขณะที่ปัจจัยลบจากจีนนั้นก็ต้องจับตากัน หลังจากที่รัฐบาลจีนมุ่งเน้นการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจใหม่ อันจะทำให้เศรษฐกิจจีนที่เคยร้อนแรงและเป็นที่พึ่งของประเทศอื่นๆ กลับกลายเป็นความเชื่องช้า
ส่วนปัจจัยภายในไทยนั้น มีอะไรบ้างที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจปีหน้า นิตยสารฟอร์บส์ เคยรายงานเอาไว้ว่า ไทยเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะฟองสบู่ จากการยกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการใช้นโยบายกระตุ้นการใช้จ่าย ซึ่งทำให้ระดับหนี้ครัวเรือนในไทยพุ่งขึ้นอย่างน่ากลัว
อีกทั้งนโยบายของรัฐเอง เช่น นโยบายรถคันแรก เป็นต้นนั้น ก็ทำให้ระดับหนี้ครัวเรือนของไทยกระฉูดไปด้วย ขณะที่สถานะทางการคลังของภาครัฐนั้นไม่ต้องพูดถึงครับ ขาดทุนไปกับนโยบายรับจำนำข้าวเท่าไหร่แล้ว
แต่ที่น่ากลัวที่สุด มาแรงที่สุด ก็คือ ปัญหาการเมือง ที่ไม่รู้จะจบอย่างไร ปัจจัยเศรษฐกิจภายนอก บวกกับปัจจัยเศรษฐกิจภายใน เจอปัจจัยการเมืองร้อนๆ ซ้ำเข้าไปอีก งานนี้ไทยแลนด์คงไม่สวยครับ







