
คอลเซ็นเตอร์พิฆาต หลอกเหยื่อด้วยความกลัว
เฮ้ย นังจอยอยู่มั้ยน่ะ?” เสียงตะโกนจากผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่งที่ จ.สมุทรสาคร ถามหาลูกบ้านด้วยความเร่งรีบเพราะมีเรื่องด่วนจะแจ้ง
โดย...กันติพิชญ์ ใจบุญ
“เฮ้ย นังจอยอยู่มั้ยน่ะ?” เสียงตะโกนจากผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่งที่ จ.สมุทรสาคร ถามหาลูกบ้านด้วยความเร่งรีบเพราะมีเรื่องด่วนจะแจ้ง
“อยู่ๆ ลุงผู้ใหญ่ แป๊บนึงเดี๋ยวฉันไปเรียกมันมาให้” สามีของนางจอยตอบรับ พร้อมกุลีกุจอรีบไปเรียกเมีย เพราะดูสีหน้าผู้ใหญ่บ้านแล้วต้องมีเรื่องสำคัญเป็นแน่
และแล้วเรื่องใหญ่ที่ผู้ใหญ่บ้านนำมาแจ้งก็ถึงหูจอย
“เขาโทรศัพท์มาหาข้า บอกว่าเป็นตำรวจมาจากกรมบังคับคดี ให้เอ็งรีบไปจ่ายเงินหนี้ที่ติดเขาไว้ เขามาทวง เขาบอกให้ข้ามาแจ้งเอ็ง รีบโทรไปหาเขาที่เบอร์นี่นะ”
“เรื่องอะไรกัน ทำไมเขาให้มาจ่ายหนี้ ฉันงงไปหมดแล้วลุงผู้ใหญ่” จอยเริ่มวิตก
กระนั้นจอยก็ยังโทรศัพท์ติดต่อกลับไปเพื่อสอบถามความเท็จจริงเพื่อตอบข้อสงสัยในหัวเธอ โดยเธอไม่รู้แม้แต่น้อยว่า เธอกำลังตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพแก๊งคอลเซ็นเตอร์เข้าให้แล้ว!!
จอยโทรไปยังหมายเลขมือถือที่คนร้ายแสร้งตัวว่าเป็นตำรวจให้ไว้กับผู้ใหญ่บ้าน และเธอได้พูดคุยกับ “ผู้กองเดชา” ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นร้อยตำรวจเอก บอกกับเธอว่า มีหนี้สินค่าผ่อนโทรศัพท์มือถือที่เธอไปซื้อมาค้างชำระอยู่ ต้องจ่ายให้หมดทันทีด้วยวงเงิน 1.2 หมื่นบาท ที่สำคัญ คนร้ายที่อ้างตัวว่าเป็นตำรวจยังบอกข้อมูลส่วนตัวของเธอได้ครบถ้วนทุกอย่าง บ้านที่อยู่ ชื่อจริง ยี่ห้อโทรศัพท์ที่เธอไปซื้อมา
บวกกับที่คนร้ายซึ่งอ้างตัวว่าเป็นตำรวจทำทีโอนสายให้คุยกับทนายความ ซึ่งก็เป็นแก๊งคนร้ายอีกเช่นกัน ข่มขู่พูดจาให้เธอกลัวสารพัด ทั้งหากไม่จ่ายจะดำเนินคดี ต้องติดคุกติดตะราง ด้วยความที่เป็นคนซื่อ ไม่รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมคนโกง จอยก็หลงเชื่อไปเต็มๆ เงินเก็บที่มีอยู่ว่าจะออมไว้ใช้คลอดลูกในเดือน ธ.ค.นี้ ก็ต้องนำมาใช้ชำระหนี้ เพราะเธอกลัวติดคุกมากกว่าอื่นใด
“แทบทรุดลงทันที เมื่อเห็นใบแจ้งหนี้กลับมาที่บ้าน เพราะยอดหนี้ไม่ได้ลดลง หนูก็สงสัยแล้วว่าถูกหลอกแน่ๆ และเริ่มคิดย้อนหลังไปว่า ที่เขาให้ไปจ่ายหนี้ที่เซเว่น แต่ก่อนจะจ่ายเขาให้โทรไปหาเขาอีกครั้งก่อน จากนั้นเขาก็จะขอคุยกับพนักงานร้านก่อนให้เราจ่ายเงิน หนี้ก็ไม่ลด เงินก็หมดไปแล้ว หนูไม่รู้จะทำยังไง” จอยเล่า เมื่อรู้ตัวว่าถูกหลอก หลังจากที่ตำรวจจับกุมแก๊งคนร้ายได้ยกแก๊งและนำตัวเธอในฐานะผู้เสียหายมายืนยันแจ้งความเพิ่ม แต่เธอก็ไม่สามารถหยั่งรู้ได้ว่าจะได้เงินกลับคืนมาหรือไม่ เธอบอกอีกว่า “ถือว่าฟาดเคราะห์ละกันพี่ ลูกจะคลอดหนูก็ต้องไปยืมเงินเขามาก่อนอีก”
แก๊งนี้ถูกทลายด้วยฝีมือของชุดตำรวจสืบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 8 หลังตรวจสอบพบว่ามีผู้เสียหายถูกหลอกเงินทีละเป็นหมื่นๆ บาท นับร้อยราย แต่ที่น่าสนใจคือตำรวจไปพบสมุดบัญชีรายชื่อลูกหนี้ของบริษัทการเงินต่างๆ อีกกว่า 400 ราย ซึ่งยังตรวจสอบอยู่ว่าแก๊งคนร้ายนำข้อมูลตรงนี้ออกมาได้อย่างไร
ที่น่าห่วงคือวิธีการเฝ้าระวังตนเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่ออันโหดร้ายของเหล่ามิจฉาชีพอย่างเช่นจอย ถึงแม้ว่าเธอจะอ้างว่าขอผัดผ่อนไปก่อน แต่เมื่ออ้อยเข้าปากช้าง คนร้ายก็ไม่ยอมให้เธอลอยนวล ขอปอกลอกเธอจนแทบหมดตัว แล้ววิธีหนีจะมีอะไรบ้าง
พล.ต.ต.รัษฎากร ยิ่งยง ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 8 (ผบก.น.8) ที่นำทีมทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์รายนี้ ให้คำแนะนำว่า “หากมีใครโทรมาให้ไปชำระหนี้ก็ขอให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจจะเป็นคนร้าย คดีนี้คนร้ายใช้วิธีติดต่อผู้ใหญ่บ้านเพื่อไปแจ้งลูกบ้าน แม้แต่ผู้ใหญ่บ้านก็ยังถูกหลอก เพราะเขาสร้างความน่าเชื่อถือให้ลูกบ้านตายใจ แต่หากมีการโทรศัพท์เข้ามาในลักษณะอย่างนี้ อย่าไปหลงเชื่อ ให้จ่ายหนี้สินตามใบแจ้งหนี้ที่ได้รับมาเท่านั้น หากท่านจ่ายตามปกติ ก็ไม่ต้องกังวลว่าใครจะมาทวงหนี้แล้วให้รีบไปจ่าย หรือหากสงสัยให้จำเบอร์โทรที่คนร้ายใช้ แล้วเอามาแจ้งตำรวจได้ทันที แก๊งพวกนี้ทำนาบนหลังคน ต้องปราบให้หมด
คำว่าอย่าไปหลงเชื่อ ฟังดูอาจจะเหมือนง่ายๆ แต่เมื่อคนร้ายเล่นกับความกังวลใจ ความกลัวของคน หากใจไม่แข็งพอ หรือกังวลเกินไป สุดท้ายก็ยังต้องเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอยู่ดี
เพราะฉะนั้นต้องระวัง อย่าไปหลงลมปากโจรได้ง่ายๆ ไม่งั้นอาจจะหมดตัวก็เป็นได้!!







