
หนังไทยในเวทีสากล
ตลาดภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ที่สหรัฐอเมริกาอย่างไม่ต้องสงสัย ทั้งในฐานะผู้บริโภคและในฐานะผู้มีรายได้จากการส่งออกหนังไปสู่สากล ฮอลลีวู้ดมีเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่ยิ่งใหญ่มาก ขนาดที่ว่าเฉพาะในสหรัฐเองหนังใหญ่แต่ละเรื่องเข้าฉายพร้อมกันคราวละเป็นพันโรงฉายทั่วประเทศ ไม่นับโรงฉายในสารพัดประเทศ ที่เดี๋ยวนี้ก็พยายามจัดโปรโมตให้มีการเข้าฉายพร้อมกับในสหรัฐ
ตลาดภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ที่สหรัฐอเมริกาอย่างไม่ต้องสงสัย ทั้งในฐานะผู้บริโภคและในฐานะผู้มีรายได้จากการส่งออกหนังไปสู่สากล ฮอลลีวู้ดมีเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่ยิ่งใหญ่มาก ขนาดที่ว่าเฉพาะในสหรัฐเองหนังใหญ่แต่ละเรื่องเข้าฉายพร้อมกันคราวละเป็นพันโรงฉายทั่วประเทศ ไม่นับโรงฉายในสารพัดประเทศ ที่เดี๋ยวนี้ก็พยายามจัดโปรโมตให้มีการเข้าฉายพร้อมกับในสหรัฐ
ปัจจุบันตลาดโรงฉายนอกสหรัฐมีประมาณใกล้เคียงกับจำนวนโรงฉายในสหรัฐแล้ว ผู้ผลิตหนังของฮอลลีวู้ดจึงเล็งเห็นโอกาสที่ใหญ่ขึ้นทุกทีของตลาดสากล ผู้ผลิตหนังไทยก็เห็นโอกาสด้านนี้เช่นเดียวกัน
หนังฮอลลีวู้ดมีชื่อเสียง แต่สหรัฐเป็นประเทศที่ก่อศัตรูไว้ไม่น้อยในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา เจาะตลาดสากลนั้นทำได้ แต่เจาะใจผู้ปกครองประเทศต่างๆ ไม่ลื่นนัก
หนังไทยเพิ่งเริ่มมีชื่อเสียงจากกรณีหนังสั้นส่งประกวด โลกเพิ่งรู้จักหนังไทยผ่าน 2 หน้าต่างหลัก หนังสั้นไทยที่มาจากวิธีคิดนอกกรอบ แหกขนบแหกประเพณี การทำหนังและการเล่าเรื่องผ่านนักสร้างวัยรุ่นหน้าใหม่มีมากขึ้นเป็นลำดับ
หนังสั้นเหล่านี้คนที่คุ้นชินแต่วิธีเล่าเรื่องแบบเก่าดูไม่ค่อยเข้าใจ ถ้ามองหาความบันเทิงเฉยๆ จากการชมภาพยนตร์ ส่วนใหญ่จะหันไปหาหนังทำเงินมากกว่า แต่ต้องไม่ลืมความจริงว่าเซียนหนังในเวทีนานาชาติเขาพยายามค้นหาวิธีเล่าเรื่องแบบใหม่ๆ ที่ไม่เลียนแบบใคร...ไทยทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ...เร็วๆ นี้ นักวาดการ์ตูนไทย 4 ราย ไปได้รางวัลชนะเลิศ รองชนะเลิศ และอื่นๆ ของการประกวดการวาดการ์ตูนจากกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น...แม้ไม่ใช่คานส์ แต่ใครๆ ก็รู้ว่าตลาดการ์ตูนแอนิเมชั่นนั้นเมืองเก่าแก่อยู่ที่ญี่ปุ่นมานาน
แปลว่างานฝีมือการคิดการเล่าเรื่องของคนไทยรุ่นใหม่ใช้การได้...อาจขายไม่ได้ หาโรงฉายไม่ได้...แต่นี่คือมือผัดที่จะพัฒนาขึ้นมาจนเป็นเชฟมืออาชีพ ทำหนังใหญ่ได้ต่อไปในอนาคต
อนาคตที่ประชากรในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ไม่ว่า บราซิล รัสเซีย จีน อาเซียน ตะวันออกกลาง แอฟริกา จะเป็นผู้บริโภคที่อยากมีทางเลือก ไม่ยึดติดกับหนังสั้นท้องถิ่นของตัวเท่านั้น
อีกหน้าต่างของหนังไทยที่ปรากฏตัวในสากล คือ หนังทำเงินของไทย หนังบู๊ที่ จา พนม แสดง หนังผีวิญญาณสยองของไทยที่โลกให้การยกย่อง หนังรักแนวสนุกที่วัยรุ่นและแม่บ้านในเอเชียเริ่มหันมาสนใจงานศึกษาข้อมูลของไพร้ซ วอเตอร์เฮาส์ ซึ่งเป็นบริษัทสากลได้รับชื่อเสียงในด้านความเป็นวิชาชีพด้านตัวเลขบัญชี เปิดเผยผลการเฝ้าติดตามของตัวว่า
อีก 15 ปีข้างหน้า ตลาดภาพยนตร์ในเอเชีย นับเฉพาะจีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ จะมีขนาดใหญ่เท่ากับตลาดภาพยนตร์ในสหรัฐ !
ในขณะที่สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติสหรัฐก็ชี้ว่า คนสหรัฐนิยมเข้าดูหนังในโรงน้อยลง โดยเฉพาะคนขาวและคนผิวสี ส่วนกลุ่มใหญ่ที่สุดที่เข้าโรงหนังคิดเป็นถึง 25% ของคนดูหนัง คือ ฮิสแปนิคอเมริกัน (คนไทยชอบเรียกว่าพวกเชื้อสายเม็กซิกัน ซึ่งที่จริงคือคนที่มีเชื้อสายมาจากวัฒนธรรมภาษาสเปนมากกว่า) กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ดูหนังบ่อยที่สุด โดยถ้ารวมกับคนกลุ่มน้อยในสหรัฐ เช่น เอเชีย อเมริกัน และอื่นๆ ก็ยิ่งทำให้ผู้ผลิตหนังควรคิดถึงคนกลุ่มนี้เหมือนกัน เพราะมีกำลังซื้อและมีวัฒนธรรมการดูหนังที่บ่อยกว่าคนขาวคนผิวสีที่เราคุ้นเคยมานาน
ในไม่ช้าเราอาจได้ความคุ้นเคยใหม่ ทำหนังให้ดังต้องใส่แว่นของผู้ตัดสินที่เป็นคนขาว ทำหนังให้มีโอกาสเข้าถึงคนดูมากอาจต้องสวมแว่นของคนไม่ขาว...! บ้าง
หนังไทยวันนี้เหมือนอยู่ในช่วงจบปริญญาตรี กำลังจะเข้าตลาดงาน (นานาชาติ) อันแท้จริง ประเทศอื่นก็กำลังเร่งเรียนให้สูงขึ้น เกาหลีจบปริญญาโททั้งหนังและเกม ญี่ปุ่นหันไปเอาดีทางการ์ตูนแอนิเมชั่น สหรัฐเป็นระดับเถ้าแก่ใหญ่ที่เริ่มยอมรับการปรากฏตัวของวัฒนธรรมอื่นมากขึ้น สังเกตได้จากเนื้อหาตัวละครหนังยักษ์ของฮอลลีวู้ด ยอมมีตัวแสดงและฉากที่มาจากคนผิวอื่น ศาสนาอื่น วัฒนธรรมอื่น มากขึ้นเรื่อยๆ
น่ายินดีที่รัฐไทยหันมาใส่ใจกับหนังไทยมากขึ้นเรื่อยๆ เกาหลีใต้ใช้เวลา 20 ปี ด้วยขนาดประชากรในประเทศที่น้อยกว่าเรา ผมเชื่อว่าถ้ารัฐให้ปุ๋ยถูกสูตร เราจะทะยานไปเป็น Thai Wave ได้ในเวลาที่น้อยกว่า







