posttoday
เปิดใจหมอ-พยาบาลจุฬาฯผวาถูกม็อบคุกคาม

เปิดใจหมอ-พยาบาลจุฬาฯผวาถูกม็อบคุกคาม

02 พฤษภาคม 2553

"สภาพที่เกิดขึ้นไม่อยากจะเชื่อว่า จะเป็นเช่นนี้ได้ ทุกวันนี้เหมือนกำลังตกงาน ไม่รู้จะทำอะไร ทุกคนตกอยู่ในภาวะถูกคุกคามอยู่ภายใต้ความกลัว"

"สภาพที่เกิดขึ้นไม่อยากจะเชื่อว่า จะเป็นเช่นนี้ได้ ทุกวันนี้เหมือนกำลังตกงาน ไม่รู้จะทำอะไร ทุกคนตกอยู่ในภาวะถูกคุกคามอยู่ภายใต้ความกลัว"

เมื่อเวลา 10.30 น. สมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยได้จัดเสวนา “ปากคำ แพทย์ พยาบาล ผู้ป่วย ที่ต้องมีชีวิตอยู่ท่ามกลางวิกฤตการเมือง” โดย เชิญบุคลากรทางการแพทย์มาร่วมแสดงความคิดเห็น ซึ่งส่วนใหญ่ต่างกล่าวไปในทิศทางเดียวกันว่า บุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องปฏิบัติงานอยู่ใกล้เคียงพื้นที่ชุมนุมต่างมีความกังวลเรื่องความปลอดภัย รวมทั้งจำนวนไม่น้อยถูกคุกคามโดยกลุ่มผู้ชุมนุม 

นพ.ธรรมศักดิ์ ทวิชศรี วิสัญญีแพทย์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า ขณะนี้บุคลากรทางการแพทย์ต่างวิตกกังวลถึงความปลอดภัย เพราะสภาพแวดล้อมต่างๆ ไม่สู้ดี ทั้งมลภาวะทางเสียง โดยเฉพาะพยาบาลสาวๆ ต่างหวาดกลัวถึงกระแสคำขู่จากการชุมนุม ว่า ต้องการล่วงละเมิดทางเพศกับพยาบาล ทำให้เกิดความหวาดกลัวกันไปหมด

"สภาพที่เกิดขึ้นผมไม่อยากจะเชื่อว่า จะเป็นเช่นนี้ได้ ทุกวันนี้เหมือนกำลังตกงาน ไม่รู้จะทำอะไร ทุกคนตกอยู่ในภาวะถูกคุกคาม อยู่ภายใต้ความกลัว ผมรู้สึกรับไม่ได้จริงๆ กับสภาพแบบนี้ ที่ทั้งโรงพยาบาลเงียบว่างเปล่า ผมถึงกับร้องไห้โดยไม่รู้ตัว"นพ.ธรรมศักดิ์ กล่าว

ขณะที่ นางสุภาภรณ์ ศรีตั้งศิริกุล ผู้ชำนาญการพิเศษพยาบาล 7 โรงพยาบาล จุฬาฯ กล่าวว่า ขณะนี้บุคลกรทั้งหมดรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เริ่มตั้งแต่เข้ามาทำงานต้องถูกตรวจค้นสิ่งของในกระเป๋า และต้องเผชิญกับมลภาวะทางเสียงตลอดเวลา หรือกรณีที่วันหนึ่งขณะทำงานได้ยินเสียงคล้ายเสียงปืนรัวติดต่อกัน ทุกคนตกใจ หมอบกับพื้น เพราะว่าไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น แต่พอผู้ป่วยกดเรียกขอความช่วยเหลือด้วย พยาบาลคนหนึ่งก็ต้องค่อยๆ คลานไปยังห้องผู้ป่วย เพื่อให้ความช่วยเหลือโดยที่ไม่รู้ว่าตัวเองจะปลอดภัยหรือไม่

"หากรู้สึกไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะแพทย์ พยาบาลก็จะทำให้ไม่มีสมาธิในการคิดหรือตัดสินใจหรือให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยได้ แพทย์และพยาบาลยืนยันว่ามีความเป็นกลาง ซึ่งไม่ว่าจะเป็นใครหากได้รับการบาดเจ็บก็ต้องให้ความช่วยเหลือ"นางสุภาภรณ์กล่าว

นางสุภาภรณ์ กล่าวอีกว่า กลุ่มผู้ป่วยที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจุฬาฯนั้น มีผู้ที่รอการปลูกถ่ายอวัยวะเป็นจำนวนมาก แต่กลับต้องเสียโอกาสในการมีชีวิตใหม่ โดยในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ศูนย์ปลูกถ่ายอวัยวะได้ประสานมาว่า มีผู้ป่วยสมองตาย 5-6 ราย ที่ยินดีบริจาคไต หัวใจ เพื่อต่อชีวิตผู้อื่น แต่เจ้าหน้าที่กลับไม่สามารถนำไปเปลี่ยนได้ เนื่องจากโรงพยาบาลไม่พร้อมในการผ่าตัดท่ามกลางสภาวะเช่นนี้ จนต้องส่งอวัยวะดังกล่าวไปให้ที่โรงพยาบาลอื่นแทน

"ขณะนี้เกิดผลกระทบต่อผู้ป่วยอย่างมากเพราะเป็นการปิดโอกาสผู้ป่วยในการรักษา และอาจมีปัญหาในรายที่ต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง แต่สุดท้ายก็ต้องมีการย้ายผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาล สิ่งที่ขาดวันนี้ คือ โอกาสที่จะทำงานช่วยเหลือชีวิต จึงต้องขอความปลอดภัยในชีวิตเพื่อให้มีสมาธิมีกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มที่และมีคุณภาพ โดยวันที่ 3 พ.ค.เวลา 08.00 น. บุคลากรโรงพยาบาลจุฬาฯจะรวมตัวกันแสดงพลังเพื่อให้แพทย์และพยาบาลสามารถปฏิบัติงานได้"นางสุภาภรณ์กล่าว

ด้าน นพ.ธีรโชติ จองสกุล หัวหน้าภาคนิติเวช โรงพยาบาลจุฬาฯ กล่าวว่า สิ่งที่เหล่าแพทย์ พยาบาล รวมถึงบุคลากรของโรงพยาบาลต้อง รับมืออยู่ตลอดเวลานั้น เป็นเรื่องที่กระทบความรู้สึกอย่างต่อเนื่องจากแรงกดดันด้วยการข่มขู่คุกคาม ซึ่งเกิดขึ้นหลายครั้ง แต่ก็ยังอดทนได้ แต่ที่ทำรู้สึกเหลืออดจริง ก็คือ ครั้งที่ขับรถเข้ามาจอด แล้วพบว่ามีแสงเลเซอร์สีเขียวส่องมาที่หน้า

"ผมจำได้ว่าเคยเห็นแสงแบบเดียวกันนี้ ในคลิปที่มีการยิงนายทหารที่บริเวณสี่แยกคอกวัว ซึ่งอาจจะเป็นแค่การล้อเล่น ทำไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือทำไปด้วยเจตนาใดกันแน่ก็ไม่อาจทราบได้ แต่ผู้ที่ทำน่าจะเข้าใจว่า ในช่วงเวลานั้น ท่ามกลางบรรยากาศอย่างที่เป็นอยู่ เป็นใครก็เลี่ยงที่จะรู้สึกกลัวไม่ได้"นพ.ธีรโชติ กล่าว

นพ.ธีรโชติ เล่าด้วยว่าในคืนที่กลุ่มเสื้อแดงเข้ามาค้นโรงพยาบาลนั้น เขานอนอยู่ที่โรงพยาบาล ก่อนจะหลับตาลง เขานอนร้องไห้ด้วยความสงสัยว่า เกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย เกิดอะไรขึ้นกับโรงพยาบาล และผู้ป่วยที่ไม่สามารถปกป้องตัวเองได้ เขาบอกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดทำให้หลายคนอดคิดไม่ได้ว่ากำลังถูกกดดันให้เลือกข้าง ทั้งที่ความตั้งใจของทุกคน และสิ่งที่ทุกคนบอกกับตัวเองตลอดเวลา ก็คือ ทำให้โรงพยาบาล เป็นเขตปลอดความขัดแย้งทางการเมือง

นายสุบิล นกสกุล ชมรมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับโรงพยาบาลจุฬาฯ กระทบกับผู้ป่วยโรคไตเช่นกัน เนื่องจากผู้ป่วยโรคไต ในกรุงเทพฯ มีอยู่ประมาณ 2,000 ราย โดยกว่า 500 ราย ต้องเข้ารับบริการในโรงพยาบาลจุฬาฯและจำเป็นต้องได้รับการฟอกไตเป็นประจำทุกอาทิตย์ จึงอยากวิงวอนไปยังกลุ่มผู้ชุมนุม ว่า การเข้ามาใช้บริการที่โรงพยาบาลจุฬาฯเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะผู้ป่วยที่ต้องฟอกไต หากไม่ได้รับบริการตามที่แพทย์นัดหมายก็อาจมีความเสี่ยงถึงเสียชีวิตได้

นพ.อรรถพล สุคนธาภิรมย์ ณ พัทลุง ผู้ช่วยผอ.โรงพยาบาลจุฬาฯ กล่าวว่า ไม่คิดว่าเหตุการณ์การบุกค้น โรงพยาบาลจุฬาฯ เมื่อคืนวันที่ 29 เม.ย.จะเป็นการกระทำของผู้นำการชุมนุมที่เป็นถึงอดีต ส.ส. ซึ่งแม้แต่มีเจ้าหน้าที่เอาบัตรที่มีเครื่องหมายกาชาดให้ดู ผู้ชุมนุมกลับบอกว่า ไม่รู้จัก ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เป็นการทำพลการของผู้ชุมนุม แต่มีแกนนำบุกเข้ามา ก็ยังไม่พูดความจริงกัน

นพ.สมเกียรติ แสงวัฒนาโรจน์ อายุรแพทย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลจุฬาฯ กล่าวว่า แม้แต่ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกที่ประทับอยู่ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ก็ยังได้รับผลกระทบจากเสียงดังจากลำโพง ไมโครโฟน ที่รบกวนอยู่ตลอด และมีการขอความร่วมมือ ให้เบาเสียงลงก็ไม่ได้รับความร่วมมือ

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69