
ซีพีใช้รถเอ็มจี6แสนแจ้งเกิด
เจาะบีเซ็กเมนต์คาดวางไตรมาสสามปี’57ชี้ต้นปีหน้านำเข้ารถตู้แม็กซ์อังกฤษทำตลาด
เจาะบีเซ็กเมนต์คาดวางไตรมาสสามปี’57ชี้ต้นปีหน้านำเข้ารถตู้แม็กซ์อังกฤษทำตลาด
ซีพีเซี่ยงไฮ้ออโต้ฯ ชี้ปีหน้าผลิตเอ็มจีลุยบีเซ็กเมนต์ เริ่ม 6 แสนบาท แย้มนำเข้ารถตู้แม็กซัสอังกฤษมาขาย
นายธนากร เสรีบุรี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ซีพี บริษัทร่วมทุนระหว่าง เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) กับเซี่ยงไฮ้ ออโต้โมทีฟ อินดัสทรีคอร์เปอร์เรต หรือเอสเอไอซี เปิดเผยว่า แผนธุรกิจรถยนต์ปีหน้า เบื้องต้นตั้งเป้าเจาะตลาดรถในกลุ่มบีเซ็กเมนต์ หลังได้รับสิทธิเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ เอ็มจี รถยนต์สัญชาติอังกฤษ ในนามบริษัท เอ็มจี เซลส์ ประเทศไทย
บริษัทเตรียมเปิดตัวในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2013 เดือน พ.ย.นี้ โดยจะเริ่มผลิตรถเดือน ก.พ. 2557 และพร้อมจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไตรมาส 3 ของปี 2557 ตั้งเป้าขาย 3 เดือนสุดท้ายของปีหน้าที่ 2,000 คันในปีแรก ซึ่งในปีแรกจะเปิดตัว 4 รุ่น เครื่องยนต์ 1.2 ถึง 1.8 ลิตร ในราคาเริ่มต้น 6 แสนบาทถึง 1.5 ล้านบาท เน้นกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่เป็นหลัก ขณะนี้มีดีลเลอร์ตอบรับเป็นตัวแทนจำหน่ายแล้ว 30 ราย แบ่งเป็นสัดส่วน 60% ในกรุงเทพฯ ขณะที่ 40% ในต่างจังหวัดตามหัวเมืองใหญ่
นอกจากนั้นในปี 2557 บริษัทมีแผนนำเข้ารถตู้โดยสารมาตรฐานยุโรปแบรนด์ แม็กซัส ซึ่งเป็นรถตู้สัญชาติอังกฤษ เข้ามาจัดจำหน่ายในประเทศไทยช่วงต้นปี ในนามบริษัท ซีพีมอเตอร์ เพื่อกระตุ้นตลาดรถตู้ในประเทศที่มีการใช้รถตู้เป็นจำนวนมาก โดยเจาะเป้าหมายไปที่กลุ่มองค์กรหรือธุรกิจต่างๆ เช่น รถโรงเรียน รถพยาบาล รถดาวเทียม และรถปราบจลาจล เป็นต้น
ทั้งนี้ บริษัทเข้ามาทำตลาดรถยนต์ในประเทศไทย โดยตั้งโรงงานผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวา ในนิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์น ซีบอร์ด จ.ระยอง งบลงทุนกว่า 9,000 ล้านบาท ด้วยกำลังการผลิตสูงสุด 5 หมื่นคันต่อปี
โรงงานผลิตดังกล่าวตั้งเป้าเป็นฐานผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาของโลก เบื้องต้นตั้งเป้าเพื่อผลิตรถยนต์ขายในประเทศ ก่อนที่จะส่งออกไปยังประเทศที่ขับรถยนต์พวงมาลัยขวาในภูมิภาคอาเซียน และขยายไปยังภูมิภาคอื่นๆ ต่อไป ทั้งนี้รถยนต์ทั้งหมดจะผลิตในโรงงานชิ้นส่วนรถยนต์กว่า 40% จะใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศเป็นหลัก ตั้งเป้าผลิต 1 หมื่นคันในปีแรก
ขณะที่การจัดตั้งโครงการอีโคคาร์ เฟส 2 ที่จะสิ้นสุดการเข้าร่วมโครงการในเดือน มี.ค. 2557 นั้น บริษัทก็มีความสนใจลงทุนในโครงการ ซึ่งมีโปรดักต์รองรับโครงการดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว เบื้องต้นยังคงอยู่ในระหว่างการศึกษาโครงการ คาดจะแถลงความชัดเจนเข้าร่วมได้เดือน มี.ค.ปีหน้า ทั้งนี้ที่ผ่านมาซีพีพยายามเจาะตลาดรถยนต์ในเมืองไทยมากว่า 10 ปี ก่อนจะมาทำตลาดอย่างจริงจังในครั้งนี้โดยได้พูดคุยกับทางภาครัฐไปบ้างแล้ว ทั้งนี้ บริษัทฯจะแถลงความชัดเจนถึงการเข้าร่วมโครงการอีกครั้งในช่วงเดือน มี.ค. 2557
อย่างไรก็ดี เอสเอไอซี มอเตอร์ซีพี มีสัดส่วนการถือหุ้นที่ 51% เป็นของเอสเอไอซี และ 49% เป็นของซีพี โดยบริษัทฯ ได้ทำตลาดรถยนต์ในประเทศจีนมาแล้ว 30 ปี ในการผลิตรถมอเตอร์ไซด์กว่า 1.5 ล้านคัน และยังผลิตเพื่อส่งออกไปยังประเทศโลกที่สาม 30% ทั้งในประเทศ บังกลาเทศ ฟิลิปินส์ และทวีปแอฟริกา โดยการเข้าสู่ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยนั้น มีความพยายามมากว่า 10 ปี ครั้งนี้ โดยบริษัทฯ เห็นว่าตลาดรถยนต์ในประเทศไทยมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง เพราะประเทศไทยมีความพร้อมทั้งทางด้าน เทคโนโลยี ความรู้ความสามารถทางบุคลากร และ เงินทุน ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจภายในประเทศไทยเติบโตไปด้วย







