posttoday
เอกชนผวาบอยคอตปัดเลือกข้าง

เอกชนผวาบอยคอตปัดเลือกข้าง

17 พฤศจิกายน 2556

เอกชนดาหน้าแจงไม่เกี่ยวการเมือง เกรงโดนบอยคอตหลังสองม็อบประกาศบอยคอตไม่ซื้อสินค้า

เอกชนดาหน้าแจงไม่เกี่ยวการเมือง เกรงโดนบอยคอตหลังสองม็อบประกาศบอยคอตไม่ซื้อสินค้า

ภายหลังจากที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำม็อบราชดำเนิน ประกาศล้างระบอบทักษิณและเชิญชวนประชาชนให้เลิกซื้อสินค้าและบริการของตระกูลชินวัตรและเครือญาติ รวมทั้งนายทุนพรรคเพื่อไทย (พท.) ทางด้านผู้ชุมนุมกลุ่มเสื้อแดง นายจตุพร พรหมพันธุ์ ก็ประกาศเลิกซื้อสินค้าของกลุ่มทุนพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เช่นกัน

การประกาศตอบโต้ตาต่อตา ฟันต่อฟันนี้ ได้สร้างความปั่นป่วนให้กับนักธุรกิจ เพราะเกรงจะถูกโยงเข้าไปอยู่ในความขัดแย้งทางการเมือง เนื่องจากมีการนำชื่อไปเผยแพร่ในโซเชียลเน็ตเวิร์ก ทำให้เมื่อวันที่ 16 พ.ย. บริษัท บางกอกแลนด์ ได้ล้อมรั้วติดป้ายประกาศขนาดใหญ่ มีข้อความว่า ที่ดินบริเวณหลังป้ายประกาศนี้ เป็นทรัพย์สินของกระทรวงการคลังซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บริษัทไม่มีสิทธิเข้าไปเกี่ยวข้อง เพื่อยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่เมืองทองธานี

นายประเสริฐ สลิลอำไพ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สื่อสารองค์กรและกิจการเพื่อสังคม บริษัท ปตท. เปิดเผยว่า หวังว่าประชาชนจะเข้าใจกับบทบาทและหน้าที่ของ ปตท. เพราะเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ มีหน้าที่หลักในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน การจัดงบโฆษณาให้กับสื่อต่างๆ ก็กระจายไปทุกสื่อ รวมทั้งกับวอยซ์ทีวี และที่ผ่านมาไม่ว่าจะรัฐบาลไหน ปตท.ก็พร้อมสนับสนุนทั้งนั้น ปตท.ไม่เคยมีส่วนได้ส่วนเสียกับทางการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น

ทางด้านนายภารไดย ธีระธาดา หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร สื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร ธนาคารทหารไทย ยืนยันว่าผู้ถือหุ้นใหญ่ของธนาคารคือกระทรวงการคลังและกลุ่มไอเอ็นจี แต่ธนาคารเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จะมีใครมาซื้อหุ้นก็ได้ การดำเนินงานของธนาคารเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลการเมืองไม่มีอิทธิพล ล่าสุดเอสแอนด์พีได้ประกาศขึ้นอันดับเครดิตของธนาคาร สะท้อนภาพว่าธนาคารดำเนินงานอย่างโปร่งใสและเป็นมืออาชีพ

จากการสอบถามไปยังผู้บริหารบริษัทในกลุ่มชินวัตร อาทิ โรงแรมเอสซี ปาร์ค เอไอเอส บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น ต่างกล่าวในทิศทางเดียวกันว่า ไม่ขอออกความเห็นกรณีบอยคอตสินค้าเนื่องจากเป็นเรื่องอ่อนไหว

นายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในเครือสหพัฒน์ กล่าวว่า การต่อต้านรัฐบาลด้วยการไม่ซื้อสินค้าตระกูลชินวัตร จะไม่สามารถกดดันให้รัฐบาลลาออกได้ มีเพียงคนบางส่วนเท่านั้นต่อต้านและไม่ซื้อสินค้า ขณะที่การทำตลาดในภาวะเกิดการชุมนุม ไม่ควรแอ็กชั่นหรือเคลื่อนไหวการตลาด หรืออยู่เฉยๆ จะดีที่สุด เพราะผู้บริโภคไม่มีอารมณ์จับจ่ายใช้สอย แม้จะกระตุ้นหรือทำตลาดยอดขายก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นอยู่แล้ว

ด้านนายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า ยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนปีนี้คงไม่เป็นไปตามเป้าหมาย 1 ล้านล้านบาท หลังจากยอดขอรับส่งเสริมฯ 10 เดือนออกมาอยู่ที่ 7.57 แสนล้านบาท หดตัวตัว 4.45% แต่อีก 2 เดือนที่เหลือปีนี้คาดว่ายอดขอรับส่งเสริมจะเข้ามาต่อเนื่อง เนื่องจากแม้จะยังมีการชุมนุมอยู่ แต่กระแสต่อต้าน พรบ.นิรโทษกรรมได้ผ่อนคลายลงไป ขณะที่การตัดสินใจลงทุนขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจมากกว่า

รายงานของบีโอไอ ระบุว่า ยอดขอรับการส่งเสริม 10 เดือน (ม.ค.-ต.ค. 2556) มีนักลงทุนยื่นขอลงทุน 1,561 โครงการ คิดเป็นมูลค่าการลงทุน 7.57 แสนล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 8.18% และ 4.45% ตามลำดับสำหรับกรณีที่ บริษัท ปตท. ได้ลงโฆษณากับสื่อวอยซ์ทีวีนั้น นายประเสริฐ สลิลอำไพ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สื่อสารองค์กรและกิจการเพื่อสังคม บริษัท ปตท. กล่าวว่า หวังว่าประชาชนจะเข้าใจกับบทบาทและหน้าที่ของปตท. ที่เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจมีหน้าที่หลักในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ซึ่งการจัดงบโฆษณาให้กับสื่อต่างๆก็กระจายไปทุกสื่อ และพร้อมสนับสนุนทุกรัฐบาล

“การประกาศของกลุ่มผู้ชุมนุมที่จะร่วมต้านองค์กรที่ให้การสนับสนุนเเครือข่ายธุรกิจของกลุ่มชินวัตรนั้น หากจะถึงขั้นไม่ซื้อผลิตภัณฑ์ของปตท. ก็คิดว่าทุกคนจะเข้าใจหน้าที่ของเรา ซึ่งตลอด30ปีของการดำเนินงานทุกคนก็รู้จักปตท.เป็นอย่างดีและเป็นบริษัทอันดับ1 ด้านพลังงานของประเทศอย่างไรก็ตาม ปตท.ไม่เคยมีส่วนได้ส่วนเสียกับทางการเมืองใดๆทั้งสิ้น”นายประเสริฐกล่าว

ด้านแหล่งข่าวบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ขอไม่แสดงความเห็นด้านการเมือง และทุกโครงการยังเปิดขายตามปกติ โดยหากประเมินจากผลประกอบการที่ผ่านมา จะเห็นว่าธุรกิจของเอสซีฯ แยกจากการเมืองเสมอ

ขณะที่แหล่งข่าวจากวงการอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ปัจจัยการตัดสินใจซื้อสินค้าประเภทที่อยู่อาศัยจะต่างจากสินค้าอื่น โดยพิจารณาจาก ทำเล ราคา รูปแบบโครงการ ฟังก์ชั่นบ้าน และชื่อเสียงด้านคุณภาพของบริษัทที่พัฒนา ส่วนจะเป็นธุรกิจของใคร เกี่ยวข้องกับทุนการเมืองหรือไม่นั้น น่าจะมีผลกระทบไม่มากนัก ยกเว้นมีหลายทางเลือกในพื้นที่เดียวกัน มาตรฐานใกล้เคียงกัน ราคาไม่ต่างกันมาก อาจมีผลกับกลุ่มคนที่สนใจการเมือง

ทั้งนี้หากวิเคราะห์แบรนด์เอสซี แอสเสท ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา มีการปรับตัวต่อเนื่อง เพื่อแยกตัวออกจากการผูกติดกับภาพลักษณ์ทางการเมือง โดยจากเดิมเอสซีฯ ใช้คัลเลอร์ แบรนด์สีน้ำเงิน และมีโลโก้คล้ายกับธุรกิจสื่อสารของกลุ่มชิน เมื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้ามาเป็นซีอีโอ ได้รีแบรนด์ครั้งใหญ่ ทั้งเปลี่ยนคัลเลอร์แบรนด์จากสีน้ำเงินเป็นสีส้ม และเปลี่ยนโลโก้ให้ต่างจากโลโก้ธุรกิจสื่อสารของเครือชิน

จากการสอบถามไปยังผู้บริหารบริษัทในกลุ่มชินวัตร อาทิ โรงแรมเอสซี ปาร์ค เอไอเอส ต่างกล่าวในทิศทางเดียวกันว่า ไม่ขอออกความเห็นกรณีบอยคอตสินค้า เนื่องจากเป็นเรื่องอ่อนไหว

ด้านนายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) เปิดเผยว่า ยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนปีนี้คงไม่เป็นไปตามเป้าหมาย 1 ล้านล้านบาท หลังจากยอดขอรับส่งเสริมฯ 10 เดือนออกมาอยู่ที่ 7.57 แสนล้านบาท หดตัวตัว 4.45% แต่อีก 2 เดือนที่เหลือปีนี้คาดว่ายอดขอรับส่งเสริมจะเข้ามาต่อเนื่อง เนื่องจากแม้จะยังมีการชุมนุมอยู่ แต่กระแสต่อต้าน พรบ.นิรโทษกรรมได้ผ่อนคลายลงไป ขณะที่การตัดสินใจลงทุนขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจมากกว่า

รายงานของบีโอไอ ระบุว่า ยอดขอรับการส่งเสริมฯ 10 เดือน(ม.ค.-ต.ค.56) มีนักลงทุนยื่นขอลงทุน 1,561 โครงการคิดเป็นมูลค่าการลงทุน 7.57 แสนล้าน ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 8.18% และ 4.45% ตามลำดับสำหรับกรณีที่ บริษัท ปตท. ได้ลงโฆษณากับสื่อวอยซ์ทีวีนั้น นายประเสริฐ สลิลอำไพ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สื่อสารองค์กรและกิจการเพื่อสังคม บริษัท ปตท. กล่าวว่า หวังว่าประชาชนจะเข้าใจกับบทบาทและหน้าที่ของปตท. ที่เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจมีหน้าที่หลักในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ซึ่งการจัดงบโฆษณาให้กับสื่อต่างๆก็กระจายไปทุกสื่อ และพร้อมสนับสนุนทุกรัฐบาล

“การประกาศของกลุ่มผู้ชุมนุมที่จะร่วมต้านองค์กรที่ให้การสนับสนุนเเครือข่ายธุรกิจของกลุ่มชินวัตรนั้น หากจะถึงขั้นไม่ซื้อผลิตภัณฑ์ของปตท. ก็คิดว่าทุกคนจะเข้าใจหน้าที่ของเรา ซึ่งตลอด30ปีของการดำเนินงานทุกคนก็รู้จักปตท.เป็นอย่างดีและเป็นบริษัทอันดับ1 ด้านพลังงานของประเทศอย่างไรก็ตาม ปตท.ไม่เคยมีส่วนได้ส่วนเสียกับทางการเมืองใดๆทั้งสิ้น”นายประเสริฐกล่าว

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน